Apple เมื่อไม่มี Jobs

Apple เมื่อไม่มี Jobs

Apple เมื่อไม่มี Jobs

E-Commerce

สนับสนุนเนื้อหา

Apple เมื่อไม่มี

ข่าวการจากไปของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งร่วม Apple บริษัทไอทีที่มีมูลค่าสูงสุดโลกได้สร้างความตกตะลึงไปทั่ว การสูญเสียชายผู้มีมนต์เสน่ห์อย่างหาตัวจับได้ยากยิ่งนี้ได้นำมาซึ่งคำไว้อาลัยจากแทบทุกวงการ ไล่ไปตั้งแต่กลุ่มผู้ใช้งานทั่วไป คู่แข่ง  ไปจนถึงประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ส่วนใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียดาย เพราะ Apple ภายใต้บังเหียนของ Jobs ได้ฝากรอยจารึกทางนวัตกรรมเทคโนโลยีไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถใช้งานง่าย หรือแท็บเล็ตที่สามารถ “ขาย”  ได้จริง

Max Weber บิดาแห่งสังคมศาสตร์ยุคใหม่ เคยให้ความเห็นไว้ว่า โครงสร้างองค์กรใดมีศูนย์กลางอยู่ที่ “ผู้นำซึ่งเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ (charismatic leader)” ย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการสูญเสียกำลังศักดาเมื่อแม่ทัพจำเป็นต้องออกจากสนามรบ Apple คือตัวอย่างของแนวคิดนี้ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน หลังจากที่ Steve Jobs จากไป หลายฝ่ายต่างพากันตั้งคำถามเกี่ยวกับอนาคตของ Apple ว่าทีมผู้บริหารที่เหลืออยู่จะยังคงสามารถนำพาบริษัทให้รุ่งโรจน์อย่างที่ Jobs เคยทำได้หรือไม่ และจะตกอยู่ในวังวนของคำถาม “What would ... (เติมชื่อผู้นำ) do?” อย่างที่เคยเกิดขึ้นกับ Walt Disney เมื่อสูญเสียผู้ก่อตั้งหรือไม่? ที่สำคัญคือ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงมากของวงการ Apple จะสามารถคงความเป็นหมายเลขหนึ่งด้านการแสดงวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีเหมือนกับที่ Jobs เคยทำให้ทุกคนหวือหวาทุกครั้งที่ขึ้นเวทีเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หรือไม่?

มนต์เสน่ห์ของ Jobs

แม้ว่าจะเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทไอทีระดับโลก Steve Jobs ไม่เคยได้รับการศึกษาด้านวิศวกรรมหรือวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์มาโดยตรงเหมือนกับผู้นำในวงการคนอื่น ไม่ได้เป็นทั้งอัจฉริยะด้านการเขียนโปรแกรมเหมือน Bill Gates หรือเป็นกูรูด้านฮาร์ดแวร์เหมือนกับ Steve Wozniak เพื่อนและผู้ก่อตั้งร่วม Apple ทว่า Jobs เองกลับมีความสนใจด้านการออกแบบและสุนทรียศาสตร์ของตัวผลิตภัณฑ์อย่างยิ่งยวด เป็นคนใส่ใจในรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้ว ส่งผลให้สินค้าทุกชิ้นต้องได้รับการขัดเกลาอย่างดี ที่สำคัญคือต้องใช้งานง่าย ส่งผลให้ผลลัพธ์ที่ได้นั้นย่อมไม่เหมือนใคร และโดนใจคนนับล้าน

Timeline แสดงมูลค่าหุ้นของ Apple ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่ตลาดหุ้นใหม่ๆ จนกระทั่ง Steve Jobs เสียชีวิต

สิทธิบัตรด้านการออกแบบของ Apple ที่มีชื่อเขาเป็นผู้ร่วมคิดค้นกว่า 300 ชิ้นซึ่งได้รับการเปิดเผยไม่นานหลังจากเขาเสียชีวิตลงนั้นเป็นหลักฐานชั้นดีที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านการออกแบบของชายผู้นี้ ทว่าไม่เพียงแต่ความลุ่มหลงในการแบบเท่านั้นที่สร้างความเป็นอัตลักษณ์ให้เกิดกับ Apple หากแต่ยังรวมถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ของ Jobs เองด้วยที่ทำให้ Apple ไม่เหมือนกับบริษัทไอทีอื่น นานมาแล้ว Henry Ford เคยกล่าวว่า “ถ้าผมถามผู้บริโภคว่าอยากได้อะไร พวกเขาก็จะตอบแต่เพียงว่าม้าที่วิ่งเร็วขึ้น” (If I had asked people what they wanted, they would have said faster horses) การแสดงถึงความไม่เชื่อมั่นในความคิดอ่านของผู้บริโภคของอดีตผู้ก่อตั้งบริษัทรถยนต์ชื่อดังนี้ได้ตกทอดมายัง Apple ด้วย ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร Playboy เมื่อปี ค.ศ. 1985 และอีกสิบสองปีถัดมาในนิตยสาร Business Week นั้น Jobs ให้ความเห็นเกี่ยวกับแง่มุมทางการตลาดไว้อย่างน่าสนใจว่า Apple ไม่เคยทำวิจัยการตลาดใดๆ เนื่องจากหลายครั้งผู้บริโภคเองก็ไม่รู้ว่าต้องการอะไรจนกว่าจะแสดงให้เห็น แม้ว่าเดิมพันจะสูง แต่ความคิดนอกตำราแบบนี้นี่เองที่สร้างความโดดเด่นให้กับบริษัท อีกทั้งยังไม่เป็นการตีกรอบความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้พัฒนา สร้างความยืดหยุ่น และพร้อมรองรับแนวคิดใหม่ที่ตอนนี้อาจจะยังอยู่ในห้องทดลองใดสักแห่งที่ผู้บริโภคทั่วไปยังไม่มีโอกาสได้สัมผัส

หากจะพูดถึงผลิตภัณฑ์ที่ Apple คิดค้นแล้ว ดูเผินๆ เห็นจะไม่มีอะไรใหม่ เพราะสินค้าทุกประเภทของบริษัทล้วนแต่มีผู้ลองทำมาก่อนแล้วทั้งสิ้น Macintosh ไม่ใช่คอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีอินเตอร์เฟสกราฟิก iPod ไม่ใช่เครื่องเล่นเพลงพกพาเครื่องแรก (ยังมีใครจำ Creative Zen ได้บ้างไหมครับ?) iPhone หาใช่สมาร์ทโฟนเครื่องแรก ซึ่งเช่นเดียวกับที่ iPad ก็ไม่ใช่แท็บเล็ตตัวแรกเช่นกัน ทว่าสิ่งที่สร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับตัวสินค้าได้นั้นก็คือการนำสารพันแนวคิดที่มีอยู่ก่อนแล้วเหล่านั้นมาพัฒนาต่อยอด หาจุดบกพร่อง พร้อมกับใส่สิ่งใหม่ลงไปจนกลายออกมาเป็นผลลัพธ์อันน่าทึ่ง และต่อมาได้กลายเป็นเหมือนกับ “ผู้เบิกทาง” ที่ช่วยชี้ทางสว่างให้กับวงการได้ Jobs เองได้เคยให้ความเห็นเกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบไว้ว่า “ความคิดสร้างสรรค์เป็นเพียงการเชื่อมต่อหลายสิ่งเข้าด้วยกัน... แท้จริงแล้วบุคคลผู้มีความสามารถดังกล่าวไม่ได้คิดสิ่งใดขึ้นมาใหม่เลย พวกเขาเพียงแต่เห็นบางอย่างเด่นชัดเนื่องด้วยความสามารถในการเชื่อมต่อประสบการณ์ที่เขามีเข้าด้วยกัน จนสามารถสังเคราะห์ออกมาเป็นสิ่งใหม่ได้สำเร็จ”

สืบทอดจิตวิญญาณของ Jobs

มนต์เสน่ห์ที่กล่าวมาทั้งหมดของ Jobs ไม่ว่าจะเป็นความเอาใจใส่ในรายละเอียด หรือความคิดสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ ล้วนแต่เป็นเครื่องหมายการค้าที่สำคัญของ Apple ที่จะว่าไปคงยากที่จะหาใครมาเทียบ ถึงแม้ว่าบุคคลภายนอกจะรู้จัก Apple ผ่านตัวตนของ Jobs แต่ความจริงแล้วยังมีอัจฉริยะอีกเป็นจำนวนมากที่ทำงานอยู่เบื้องหลังและสร้างจินตนาการของชายผู้ล่วงลับนี้ให้เป็นความจริง

บุคคลที่ดูเหมือนว่าจะรับภาระหนักสุดก็คงหนีไม่พ้น Tim Cook ซีอีโอคนล่าสุดที่มีประสบการณ์มาจากสายงานด้านการจัดส่งและห่วงโซ่อุปทาน แม้ว่าจะเป็นอัจฉริยะในด้านการจัดการกระบวนการผลิต แต่ด้วยความเป็นคนค่อนข้างเงียบ และไม่ได้มีความเป็นโชว์แมนเหมือนกับ Jobs จึงไม่แปลกที่ในงานเปิดตัว iPhone 4S ที่ผ่านมา การขึ้นพูดของเขาจึงถูกครหาว่าเฉยเมย ไร้สีสัน ไม่เหมือนกับคราวที่ Jobs ขึ้นพูดที่สามารถเรียกเสียงฮือฮาได้ตลอดต้นจนจบงานด้วยประโยคเด็ดว่า “One more thing”

Tim Cook ซีอีโอคนปัจจุบันของ Apple

แม้ว่าการขึ้นพูดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ครั้งแรกของ Cook อาจไม่เป็นที่น่าประทับใจนัก แต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรมากมายต่อยอดขายของ iPhone 4S ที่เพียงแค่ 24 ชั่วโมงแรกก็สามารถทำยอดขายไปได้ถึง 1 ล้านเครื่อง เนื่องจากอาจเป็นไปได้ว่า ในระยะสั้นมนต์เสน่ห์ของ Jobs ยังคงอยู่ และผู้คนยังคงเชื่อมั่นว่าเขายังคงมีอิทธิพลต่อตัวผลิตภัณฑ์ ตามจริงแล้ว รายงานข่าวเมื่อเร็วๆ นี้ระบุว่า ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตลง Jobs ได้วางแผนการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในอนาคตล่วงหน้าถึง 4 ปี อีกทั้งยังมีข่าววงในมาว่า เหตุที่ iPhone 4S ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกหน้าเป็นหลังมือก็เพราะ Jobs มัวแต่ง่วนกับ iPhone 5 อยู่จนวาระสุดท้ายของชีวิต

ฉะนั้นในระยะสั้นช่วงสามสี่ปีนี้ คาดว่าผลประกอบการ ยอดขาย และส่วนแบ่งตลาดที่ Apple ทำได้จะยังคงสดใสไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง และเชื่อเหลือเกินว่าในปี ค.ศ. 2012 นี้ iPhone 5 และ iPad 3 ก็จะยังคงทำยอดจำหน่ายได้อย่างน่าประทับใจเช่นเดิม แต่ว่าหลังจากช่วงเวลาทองดังกล่าวเป็นต้นไปนั่นแหละที่จะเป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นความสามารถที่แท้จริงของทีมบริหารที่นำโดย Cook ว่าจะสามารถสืบทอดจิตวิญญาณของ Jobs ต่อไปได้หรือไม่ หรือจะนำพาบริษัทไปสู่ขาลงเหมือนกับช่วงที่ Jobs ลาออกไปเปิดบริษัทใหม่ในช่วงยุค 90? เพราะแม้แต่ Jobs เองก็ยังออกมายอมรับผ่านทางหนังสือชีวประวัติของเขาเองที่เขียนโดย Walter Isaacson ว่า Tim Cook ไม่ใช่ผู้เข้าใจในตัวผลิตภัณฑ์มากนัก (Tim’s not a product person, per se.)

ผู้สังเกตต่างตั้งคำถามกับทีมงานหัวกะทิที่เหลือเช่นกัน ถึงแม้จะไม่มีใครเคลือบแคลงความเป็นกูรูด้านการออกแบบของ Jonathan Ive ผู้รังสรรค์ iMac โปร่งแสงสีลูกกวาดไปจนถึง iPhone แต่เขากลับอ่อนประสบการณ์ในด้านธุรกิจและการยอมรับจากนักลงทุนใน Wall Street สำหรับ Philip W. Schiller ปราชญ์ด้านการตลาดเจ้าของโฆษณา I’m a Mac, I’m a PC ที่โด่งดังเมื่อหลายปีก่อนนั้นก็ถูกมองเช่นกันว่าขาดวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีอย่างที่ Jobs มี ส่วน Scott Forstall ชายอายุ 42 ผู้นำทีมพัฒนา iOS ที่มีสีสันในการนำเสนอ การเอาใจใส่รายละเอียด รวมทั้งรสนิยมไม่ต่างจาก Jobs นั้นก็ถูกตั้งคำถามเช่นกันว่าจะสามารถนำพาธุรกิจในส่วนของฮาร์ดแวร์ให้รุ่งเรืองได้อย่างไร

Scott Forstall รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาซอฟท์แวร์ iOS ที่ Apple ผู้ซึ่งถูกมองว่ามีลวดลายในการนำเสนอน่าสนใจไม่แพ้ Steve Jobs

ไม่เพียงแต่บุคคลภายนอกเท่านั้นที่ตั้งข้อสังเกตเหล่านี้ Jobs เองก็เล็งเห็นถึงอนาคตอันไม่แน่นอนของ Apple เมื่อเขาจากไปเช่นกัน เพื่อเป็นการบรรเทาปัญหา เขาได้แอบตั้ง Apple University ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 2008 โดยอาศัยความร่วมมือกับ Joel Podolny อดีตศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยเยลผู้ซึ่งถูก Jobs ดึงเข้ามาร่วมงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อสอนนักบริหารที่ Apple ให้สามารถคิดและตัดสินใจได้อย่างที่เขาทำ รวมทั้งเพื่อเป็นการรักษาวัฒนธรรมองค์กรไว้ยามเมื่อเขาจากไป ทว่าวิธีการนี้นำมาซึ่งความท้าทายใหม่ เป็นต้นว่า หลักสูตรต่างๆ ที่โรงเรียนนี้สอนนั้นจะสามารถสืบทอดความเป็น Jobs และกระบวนการที่เขาใช้ ได้มากขนาดไหน และจะเป็นไปได้หรือไม่ที่การศึกษา “ในระบบ” จะสามารถสอนให้คน “คิดต่าง” (Think Different) ได้อย่างที่ Jobs ต้องการโปรโมทภาพลักษณ์ของบริษัทตลอดมา

เมื่อคราวที่ Tim Cook เข้ารับตำแหน่งซีอีโอใหม่เมื่อเดือนสิงหาคมนั้น เขาได้ให้คำมั่นสัญญาว่า Apple จะไม่มีวันเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะยังคงก้าวเดินต่อไปแม้ไม่มี Jobs คอยกุมบังเหียนแล้วก็ตาม แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงย่อมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และต่อไปจะเป็นความท้าทายอันสาหัสเพราะที่ผ่านมาความคาดหวังจากผู้บริโภคที่มีต่อ Apple ถือว่าสูงมาก และอาจต้องเผื่อใจเอาไว้ว่า Apple ในยุคหลัง Jobs นั้นอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งสะท้อนให้จากคำแนะนำสุดท้ายที่ Jobs มอบให้กับ Cook นั่นคือ “ขอเพียงทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Just do what’s right)”

หลายคนอาจตื่นตูมไปว่า เมื่อไร้ซึ่ง Jobs เราอาจไม่ได้เห็น iDevice แปลกใหม่อีก แต่ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของ Apple ได้ชี้ให้เราเห็นว่าทางบริษัทจะไม่ยอมปล่อยผลิตภัณฑ์ใดๆ ออกมาเมื่อเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้บางครั้งหลายอย่างอาจล่าช้ากว่าคู่แข่งไปบ้าง แต่เมื่อได้ถึงมือของผู้บริโภคแล้วก็รับประกันได้ว่าไม่มีคำว่าผิดหวัง เพราะทุกอย่างสามารถทำงานเข้ากันได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นสิ่งที่ Apple เชื่อมั่นมาตลอด

หรือบางทีมรดกสำคัญที่สุดที่ Jobs ทิ้งไว้ให้ก็คือ Apple นั่นเอง

นักเขียน สรนาถ รัตนโรจน์มงคล

เนื้อหาโดย : E-Commerce

แอลจีจับมือโตโทคุจิน โยชิโอกะ สร้างสรรค์งานแสดง OLED “S.F Senses of the future"

แอลจีจับมือโตโทคุจิน โยชิโอกะ สร้างสรรค์งานแสดง OLED “S.F Senses of the future"

นั่งยัน Nokia พร้อมบุกสหรัฐอเมริกาแน่นอน

นั่งยัน Nokia พร้อมบุกสหรัฐอเมริกาแน่นอน

แม้ iPhone 7 จะมีสีแดงขาย แต่ค่ายแรกที่มีมือถือสีแดงคือ Moto ในประเทศจีน

แม้ iPhone 7 จะมีสีแดงขาย แต่ค่ายแรกที่มีมือถือสีแดงคือ Moto ในประเทศจีน

โฟกัลรุกตลาดกระจกนิรภัยเพิ่มขึ้น พร้อมตอบแทนสังคมสร้างห้องผ่าตัดตา โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว

โฟกัลรุกตลาดกระจกนิรภัยเพิ่มขึ้น พร้อมตอบแทนสังคมสร้างห้องผ่าตัดตา โรงพยาบาลจักษุบ้านแพ้ว

Google Photos เปิดให้ผู้ใช้แบคอัพและแชร์ภาพแบบพรีวิวเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ

Google Photos เปิดให้ผู้ใช้แบคอัพและแชร์ภาพแบบพรีวิวเมื่อเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ

Facebook Live เพิ่มช่องทาง Live ผ่านคอมพิวเตอร์ได้แล้ว

Facebook Live เพิ่มช่องทาง Live ผ่านคอมพิวเตอร์ได้แล้ว

Google เพิ่มฟีเจอร์โทรเฉพาะเสียงใน Google Duo สำหรับสถานที่เน็ตแย่

Google เพิ่มฟีเจอร์โทรเฉพาะเสียงใน Google Duo สำหรับสถานที่เน็ตแย่

สิ้นสุดการรอคอย Super Mario Run พร้อมให้เล่นในระบบปฏิบัติการ Android แล้ววันนี้

สิ้นสุดการรอคอย Super Mario Run พร้อมให้เล่นในระบบปฏิบัติการ Android แล้ววันนี้

Google Maps เอาใจคนขี้ลืมเพิ่มฟีเจอร์ช่วยบอกพิกัดรถว่าจอดไว้ตรงไหน

Google Maps เอาใจคนขี้ลืมเพิ่มฟีเจอร์ช่วยบอกพิกัดรถว่าจอดไว้ตรงไหน

มาแล้ว มือถือจาก Vaio ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android

มาแล้ว มือถือจาก Vaio ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android

Google เพิ่มฟีเจอร์บอกพิกัดของเพื่อนแบบ Realtime

Google เพิ่มฟีเจอร์บอกพิกัดของเพื่อนแบบ Realtime

เปรียบเทียบสเปก iPad (2017), iPad Air 2 และ iPad Pro แตกต่างกันอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

เปรียบเทียบสเปก iPad (2017), iPad Air 2 และ iPad Pro แตกต่างกันอย่างไร มีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง

สรุป 10 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Android O เวอร์ชันใหม่ล่าสุดจาก Google ฟีเจอร์ใหม่เป็นอย่างไร

สรุป 10 ฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน Android O เวอร์ชันใหม่ล่าสุดจาก Google ฟีเจอร์ใหม่เป็นอย่างไร

เมื่อ Huawei P10 ปะทะ Huawei P10 Plus มือถือกล้อง Leica ใครจะถ่ายออกมาได้สวยกว่ากัน

เมื่อ Huawei P10 ปะทะ Huawei P10 Plus มือถือกล้อง Leica ใครจะถ่ายออกมาได้สวยกว่ากัน

หลุดภาพกล่องของ Samsung Galaxy S8+

หลุดภาพกล่องของ Samsung Galaxy S8+

แนะนำโปรเด็ด : โปรเน็ตทรูสุดคุ้ม เต็มสปีดเพียง 15.-

แนะนำโปรเด็ด : โปรเน็ตทรูสุดคุ้ม เต็มสปีดเพียง 15.-

แกะกล่อง iPhone 7 Plus สีแดงใหม่ล่าสุด สวยฟรุ้งฟริ้งแค่ไหนมาดูกัน

แกะกล่อง iPhone 7 Plus สีแดงใหม่ล่าสุด สวยฟรุ้งฟริ้งแค่ไหนมาดูกัน

iTunes ออกเวอร์ชั่น 12.6 เพิ่มฟีเจอร์เช่าหนังแล้วดูที่ไหนก็ได้

iTunes ออกเวอร์ชั่น 12.6 เพิ่มฟีเจอร์เช่าหนังแล้วดูที่ไหนก็ได้

เผยความละเอียดของหน้าจอ Samsung Galaxy S8 ยังคงปรับได้ เริ่มที่ Full HD+

เผยความละเอียดของหน้าจอ Samsung Galaxy S8 ยังคงปรับได้ เริ่มที่ Full HD+

นินเทนโด แก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อของ Joy-con บน Nintendo Switch แล้ว !!

นินเทนโด แก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อของ Joy-con บน Nintendo Switch แล้ว !!

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์