ทำไมคนจึงต้องต่อต้าน SOPA, กฏหมายไทยเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากฏหมายฉบับนี้

ทำไมคนจึงต้องต่อต้าน SOPA, กฏหมายไทยเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากฏหมายฉบับนี้

ทำไมคนจึงต้องต่อต้าน SOPA, กฏหมายไทยเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากฏหมายฉบับนี้

Blognone

สนับสนุนเนื้อหา

ทำไมคนจึงต้องต่อต้าน SOPA, กฏหมายไทยเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากฏหมายฉบับนี้

SOPA - ปรากฎการณ์เว็บทั่วโลกร่วมกันต่อต้านร่างกฏหมายต่อต้าน Stop Online Piracy Act ตลอดวันนี้ เว็บที่เข้าร่วม เช่น , Scribd, Wired หรือ EFF บทความนี้จะแนะนำว่าทำไมหน่วยงานจำนวนมากในโลกจึงต่อต้านกฏหมายฉบับนี้ และเมืองไทยเองเพิกเฉยต่อกระบวนการเหล่านี้มาอย่างไรกันบ้าง เพื่อบางทีที่เรามองเหตุการณ์ในต่างประเทศแล้วเราอาจจะมองเห็นภาพที่สังคมอินเทอร์เน็ตต่อการเซ็นเซอร์
ที่มากฏหมาย


ขอบคุณภาพประกอบจาก : gayzach.tumblr.com

ในสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ การบล็อคเว็บมีจำนวนไม่มากนัก และมักจำกัดอยู่เฉพาะคดีภาพอนาจารเด็ก เช่น ปฏิบัติการ Protect Our Children การดำเนินการทั้งหมดอาศัยการดำเนินคดีกับผู้จดทะเบียนโดเมน โดยหลังจากดำเนินคดีแล้ว จึงยื่นให้บริษัทผู้ให้บริการดำเนินการปิดโดเมนนั้นๆ ลงไป การดำเนินคดีแบบนี้จะมีผลกับทั้งโลก เพราะโดเมนนั้นๆ ถูกปิดลงไปจริงๆ

การปกป้องสิทธิในการแสดงความคิดเห็นอยู่ในรัฐธรรมนูญข้อแรกของสหรัฐฯ และได้รับการอ้างอิงค่อนข้างมาก ปรกติแล้วผู้ให้บริการมักไม่สามารถปิดกั้นข้อมูลได้ หากปิดก็มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้อง

กฏหมาย SOPA ถูกออกแบบมาเพื่อให้เกิดการเซ็นเซอร์ได้ง่ายขึ้น ผู้ให้บริการทั้งด้านอินเทอร์เน็ต และด้านการเงินสามารถหยุดให้บริการกับเว็บใดเว็บหนึ่งได้โดยไม่แม้ตัวเองไม่ใช่บริการ "ต้นทาง" ที่ผู้กระทำความผิดมาซื้อบริการ หากแต่เป็นตัวกลางที่นำข้อมูลใดๆ ในโลกอินเทอร์เน็ตมาสู่ผู้ใช้

เช่นทุกวันนี้เวลาเราเชื่อมต่อสัญญาณ ADSL บริการที่ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ADSL (ที่เราเรียกว่า ISP) จะมีให้เสมอคือบริการ DNS ที่ใช้แปลงชื่อจากชื่อโดเมน เช่น www.blognone.com เป็นหมายเลขไอพี 203.150.228.223 ฐานข้อมูลนี้มีขนาดใหญ่ และมีการใช้งานสูงมาก ทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตถูกออกแบบให้ทุก ISP สามารถมีเซิร์ฟเวอร์ DNS ของตัวเองได้

แต่บางครั้งผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนนั้นก็ไม่อยู่ในสหรัฐฯ ทำให้อำนาจศาลของสหรัฐฯ เองไม่สามารถดำเนินการใดๆ กับผู้ให้บริการจดโดเมนเหล่านั้นได้ ส่วน ISP ก็ปฎิเสธที่จะดำเนินการอื่นใดเนื่องจากกฏหมายไม่รับรองอำนาจเอาไว้
ลักษณะของกฏหมาย

กฏหมาย SOPA จึงถูกเสนอเข้ามาเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับ ISP ที่จะสามารถปิดกั้นโดเมนบางโดเมนผ่านทางบริการ DNS ของตัวเอง ตัว SOPA เองยังเพิ่มฐานความผิดขึ้นเป็นวงกว้าง มันกำหนดภาระหน้าที่ให้เว็บไซต์ต่างๆ ต้องถอดลิงก์จากเว็บที่ถูกขึ้นบัญชีว่าเป็นเว็บสนับสนุนการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา, บริการที่สร้างรายได้ใดๆ ไม่สามารถทำธุรกรรมกับเว็บเหล่านั้น, บริการทางการเงินต้องหยุดให้บริการ, และ ISP ต้องปิดกั้นเว็บ

นอกจากการกำหนดภาระให้กับหน่วยงานต่างๆ SOPA ยังเปิดให้หน่วยงานเหล่านี้สามารถพิจารณาปิดเว็บที่เข้าข่ายความผิดของ SOPA โดยที่ผู้เสียหายไม่ต้องดำเนินการทางกฏหมายกับเจ้าของเว็บไซต์เหล่านั้น

เว็บที่ SOPA มุ่งเอาผิดนั้นมีความหมายกว้างมาก คือ เว็บที่สร้างขึ้นหรือถูกใช้งานเพื่อ สนับสนุน, กระตุ้น, หรืออำนวยความสะดวกให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ การกำหนดความหมายในวงกว้างเช่นนี้แทบจะทำให้เว็บใดๆ ที่เปิดให้มีการโพสอย่างอิสระ หรือเว็บที่สร้างเนื้อหาจากผู้ใช้ทั้งหลาย สามารถเข้าข่ายความผิดของ SOPA ได้ในทันที รวมถึงเครื่องมือที่ใช้สำหรับการหลบเลี่ยงการบล็อคต่างๆ ก็อาจจะถูกฟ้องในฐานะเครื่องมือที่ช่วยทำผิดกฎหมายได้
ผลที่จะเกิดขึ้น

ผลกระทบที่ตามมาจาก SOPA นั้นจะทำให้ภาระต้นทุนของเว็บเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างมากเพราะต้องคัดกรองลิงก์ไม่ให้ไปลิงก์ไปยังเว็บใดๆ ที่ SOPA กำหนด, รวมถึงต้องระวังไม่ให้เว็บของตนเองถูกใช้ในทางใดๆ ที่อาจจะเข้าข่ายความผิดของ SOPA เสียเอง

บริการด้านเทคนิคหลายอย่างอาจจะถูกทำให้เป็นบริการผิดกฏหมาย แม้แต่บริการพื้นฐานเช่น DNSSEC ที่ทั่วโลกกำลังอัพเกรด (1, 2) กลับกลายเป็นบริการผิดกฏหมายไป เพราะในบริการ DNSSEC เมื่อผู้ให้บริการขั้นต้นพยายามปลอมแปลงข้อมูลในการตอบ DNS ผู้ร้องขอ DNS จะร้องขอไปยังเซิร์ฟเวอร์ลำดับถัดๆ ไปโดยอัตโนมัติ จนกว่าจะได้ค่าที่ถูกต้อง ผู้ให้บริการรายใดที่ตอบ DNS ที่ถูกต้องจะกลายเป็นการอำนวยความสะดวกให้เกิดการหลีกเลี่ยงการบล็อคเว็บตามรายการของ SOPA ทันที

ในเชิงสังคมแล้ว SOPA ไม่ได้สร้างโครงสร้างการตรวจสอบอำนาจที่กฏหมายได้ให้ไว้แต่อย่างใด เจ้าของลิขสิทธิ์อาจจะสั่งการโดยตรงไปยังผู้ให้บริการใดๆ โดยไม่มีบันทึกอย่างเป็นทางการ จนกว่าผู้ให้บริการจะขัดขืนไม่ทำตามและเกิดเป็นคดี
ไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก

ขณะที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัวกับ SOPA น่าแปลกใจที่ประเทศไทยอยู่กับกฏหมายที่ให้อำนาจระดับใกล้เคียงกันมาแล้วหลายปี นับแต่ก่อนพรบ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ประเทศไทยเริ่มบล็อคเว็บเช่น torproject.org ในช่วงเดือนเมษายน 2549 จนถึงการบล็อคเว็บใหญ่ๆ เช่น YouTube และ CNN.com ในช่วงการใช้ประกาศคปค. ฉบับที่ 5

ตัวพรบ.คอมพิวเตอร์เองมีการกำหนดแนวทางการบล็อคเอาไว้เป็นแนวกว้างโดยไม่กำหนดถึงกระบวนการในโลกความเป็นจริงแต่อย่างใด โดยกำหนดไว้เพียงว่าให้ "ระงับการทำให้แพร่หลาย" ตามมาตรา 20 ทำให้ไม่แน่ชัดว่าผู้ให้บริการต่างๆ มีความรับผิดชอบในระดับไหน เราจึงได้เห็นการบล็อคแบบแปลกๆ เช่นการบล็อกจาก URL หรือการบล็อคจาก IP ที่บางครั้งทำให้บริการจำนวนมากที่อยู่บนหมายเลขไอพีเดียวกันใช้งานไม่ได้ไปด้วย จนถึงความเป็นไปได้อื่นๆ เช่นการสร้างหน่วยงานโจมตีโต้ตอบเพื่อ "ระงับ" เว็บเหล่านั้น แนวทางของเว็บที่ถูกบล็อคได้นั้นถูกกำหนดไว้กว้างๆ คือ เว็บที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคง, ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน

แม้พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ นั้นจะมีมาตรา 10 ที่ห้ามไม่ให้มีการระงับการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ว่ามีความผิด แต่ในทางปฎิบัติแล้ว กระทรวงไอซีทีเสียเองกลับเลือกที่จะกดดันให้ด้วยการขอความร่วมมือให้ ISP ต่างๆ บล็อคและป้องกันเว็บไซต์ที่อาจผิดพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ กระบวนการขอความร่วมมือเช่นนี้ทำให้ไม่มีการตรวจสอบว่าการปิดเว็บโดยไม่ผ่านกระบวนการนั้นมีเหตุผลเป็นเช่นใด และมีจำนวนมากน้อยเพียงใด การคานอำนาจและการตรวจสอบในทุกวันนี้จึงยังคงเป็นเรื่องต้องตั้งคำถามจากพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ฉบับปัจจุบัน

ในแง่ของการลิงก์นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพเองก็เคยให้ข่าวกับต่างประเทศว่าการกด Share/Like แม้จะเป็นชาวต่างชาติและกระทำในต่างประเทศก็จะถูกดำเนินคดีหากเดินทางเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงการตีความว่าการเข้าไปยังเว็บที่ถูกบล็อคไว้ก็เป็น Unauthorized Access ที่มีความผิดตามมาตรา 7

ความตื่นตัวกับ SOPA ที่เป็นการต่อสู้กันระหว่างมวลชนกับสส. ที่กำลังผ่านร่างกฏหมาย อาจจะชวนให้ตั้งคำถามถึงการตระหนักรู้ในสิทธิประชาชนต่อกระบวนการทางกฏหมายว่าในประเทศประชาธิปไตยนั้นการผ่านกฏหมายที่มีผลกระทบเช่นนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และกดดันผ่านเสียงประชาชนไปยังเหล่าผู้แทนอย่างไร
ผลต่อจากนี้

เรื่องน่าสนใจคือทางด้านทำเนียบขาวได้ออกมาตอบข้อเรียกร้องของประชาชนผ่าน Whitehouse.gov แล้วว่าทางทำเนียบขาวไม่เห็นด้วยต่อการเข้าไปทำลายระบบ DNSSEC และการออกกฏหมายเพื่อลดการละเมิดลิขสิทธิ์ต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ หากทำเนียบขาวทำตามประกาศนี้จริง แม้ SOPA จะผ่านสภาขึ้นมาได้ ประธานาธิบดีก็มีสิทธิ์วีโต้กฏหมายให้ตกไปได้ทันที

พร้อมๆ กับการหยุดกฏหมาย SOPA (และ PIPA ที่มีเนื้อความคล้ายกัน) สส. อีกกลุ่มหนึ่งก็พยายามหาทางออกร่วมกันกับโลกอินเทอร์เน็ตด้วยการเสนอร่างกฏหมาย OPEN โดยตอนนี้ร่างกฏหมายนี้กำลังอยู่ระหว่างการฟังความคิดเห็นประชาชน เพื่อเสนอแก้ไขก่อนผลักดันเข้าสู่สภา

เว็บที่ต่อต้าน SOPA มาตลอดอย่างกูเกิลก็เริ่มเปิดรับลงชื่อเพื่อร่วมต่อต้าน SOPA แต่ก็ยังมีความไม่แน่ชัดของสภาผู้แทนของสหรัฐฯ ว่าจะเจรจากันได้หรือไม่จากข่าวว่าวิปเสียงข้างมากอาจจะคว่ำร่างกฏหมายนี้ทิ้ง

 

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
By:

[iOS Tips] วิธีการตรวจสอบว่า แอปฯ ใดบ้างในเครื่องที่ไม่รองรับ iOS 11 (เป็นแบบ 32-bit) ทำอย่างไร มาดู

[iOS Tips] วิธีการตรวจสอบว่า แอปฯ ใดบ้างในเครื่องที่ไม่รองรับ iOS 11 (เป็นแบบ 32-bit) ทำอย่างไร มาดู

แนะนำ 7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

แนะนำ 7 มือถือเพื่อเกมเมอร์ ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท พร้อมเล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด

Logitech เปิดตัว MeetUp กล้องสำหรับประชุมสนทนา มากฟังก์ชั่น และคมชัด

Logitech เปิดตัว MeetUp กล้องสำหรับประชุมสนทนา มากฟังก์ชั่น และคมชัด

Sony ปล่อย Android 7.1.1 รุ่นล่าสุดให้กับ Xperia X และ X Compact แล้ววันนี้

Sony ปล่อย Android 7.1.1 รุ่นล่าสุดให้กับ Xperia X และ X Compact แล้ววันนี้

Evernote เพิ่มฟีเจอร์ระบบสแกนลายนิ้วมือ ในรุ่น Beta

Evernote เพิ่มฟีเจอร์ระบบสแกนลายนิ้วมือ ในรุ่น Beta

2 นัก “ลบ” ผู้ยิ่งใหญ่ ทำคอมให้เร็ว ลื่น

2 นัก “ลบ” ผู้ยิ่งใหญ่ ทำคอมให้เร็ว ลื่น

Lenovo ประเทศไทยจะเปิดตัว Moto Z2 Play ต้นเดือนกรกฎาคมนี้

Lenovo ประเทศไทยจะเปิดตัว Moto Z2 Play ต้นเดือนกรกฎาคมนี้

ชมคลิปทดสอบความทนทานของ Nokia 3310 (2017) จะทนแค่ไหนมาดูกัน

ชมคลิปทดสอบความทนทานของ Nokia 3310 (2017) จะทนแค่ไหนมาดูกัน

ชมกันชัดๆ กับดีไซน์ และกล้องถ่ายภาพของ OnePlus 5 กับ iPhone 7 Plus เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ชมกันชัดๆ กับดีไซน์ และกล้องถ่ายภาพของ OnePlus 5 กับ iPhone 7 Plus เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

ส่องราคา Office 365 ในงาน Commart ลดแรงเริ่มต้น 1,290 บาท

ส่องราคา Office 365 ในงาน Commart ลดแรงเริ่มต้น 1,290 บาท

ผลสำรวจพบ แอพยอดนิยมบน iPhone มีขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้นถึง 12 เท่า เมื่อเทียบกับอดีต

ผลสำรวจพบ แอพยอดนิยมบน iPhone มีขนาดไฟล์ใหญ่ขึ้นถึง 12 เท่า เมื่อเทียบกับอดีต

ส่องโปร iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในงาน Commart ลดไม่เบาเหมือนกัน

ส่องโปร iPhone 7 และ iPhone 7 Plus ในงาน Commart ลดไม่เบาเหมือนกัน

เปรียบเทียบ Galaxy C9 Pro และ Sony Xperia XA1 Ultra สองสมาร์ทโฟนจอไซส์ยักษ์ขนาด 6.0 นิ้ว

เปรียบเทียบ Galaxy C9 Pro และ Sony Xperia XA1 Ultra สองสมาร์ทโฟนจอไซส์ยักษ์ขนาด 6.0 นิ้ว

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

[รีวิว] AirPods หูฟังไร้สายจาก แอปเปิล ด้วยคุณภาพเสียงที่ดีเกินคาด

6 เคล็ดลับช้อปฉลาด ๆ ได้ของถูกและดีในงาน COMMART

6 เคล็ดลับช้อปฉลาด ๆ ได้ของถูกและดีในงาน COMMART

โบชัวร์และโปรโมชั่นร้อนๆ จากงาน Commart Joy 2017

โบชัวร์และโปรโมชั่นร้อนๆ จากงาน Commart Joy 2017

9 มือถือจอ Full HD ในราคาไม่เกิน 8,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัด สีสันสดใสในทุกรายละเอียด

9 มือถือจอ Full HD ในราคาไม่เกิน 8,000 บาท พร้อมการแสดงผลคมชัด สีสันสดใสในทุกรายละเอียด

กลัวคนใช้ไม่เข้าใจ Samsung มีการเผยแพร่ Tips and Trick สำหรับฟีเจอร์ใหม่บน Galaxy S8

กลัวคนใช้ไม่เข้าใจ Samsung มีการเผยแพร่ Tips and Trick สำหรับฟีเจอร์ใหม่บน Galaxy S8

Vivo ร่อนบัตรเชิญเปิดตัวมือถือพร้อมระบบสแกนลายนิ้วที่หน้าจอในสัปดาห์หน้า

Vivo ร่อนบัตรเชิญเปิดตัวมือถือพร้อมระบบสแกนลายนิ้วที่หน้าจอในสัปดาห์หน้า

7 เหตุผลที่ทำให้คุณยังหลงรัก iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แม้รุ่นใหม่กำลังมา

7 เหตุผลที่ทำให้คุณยังหลงรัก iPhone 7 และ iPhone 7 Plus แม้รุ่นใหม่กำลังมา

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์