New York Times แฉแอปเปิลละเลยแรงงานในจีน - ทิม คุกตอบโต้ - สื่อเสนอให้แบนแอปเปิล

New York Times แฉแอปเปิลละเลยแรงงานในจีน - ทิม คุกตอบโต้ - สื่อเสนอให้แบนแอปเปิล

New York Times แฉแอปเปิลละเลยแรงงานในจีน - ทิม คุกตอบโต้ - สื่อเสนอให้แบนแอปเปิล

Blognone

สนับสนุนเนื้อหา

New York Times แฉแอปเปิลละเลยแรงงานในจีน - ทิม คุกตอบโต้ - สื่อเสนอให้แบนแอปเปิล

ข่าวนี้รวมสามเรื่องมาไว้คราวเดียวเลยเพราะเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่อง ครับ เริ่มต้นที่หนังสือพิมพ์ The New York Times ได้นำเสนอเรื่องราวที่ต่อเนื่องจากประเด็นว่าทำไมแอปเปิลต้องเลือกจีนเป็นฐานการผลิตสินค้า โดยเป็นการบอกเล่าถึงภาพอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นภายในโรงงานประกอบชิ้นส่วน ตลอดจนโรงงานซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนที่มีความเกี่ยวข้องกับแอปเปิลทั้งหมด

ต้นทุนมนุษย์ในสินค้าแอปเปิล

เมื่อพูดถึงโรงงานที่ผลิตสินค้าให้กับแอปเปิล ชื่อของบริษัท Foxconn Technology ย่อมถูกนึกถึงก่อนใครอื่น และก็โรงงานของบริษัทนี้เองที่มีข่าวตั้งแต่พนักงานฆ่าตัวตายกันอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้ จนถึงสภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม ซึ่งแอปเปิลก็รับปากจะดูแลจัดการเรื่องนี้ แต่จากรายงานของหน่วยงานตรวจสอบความปลอดภัยด้านแรงงานระบุว่า บรรดาผู้ผลิตสินค้าให้แอปเปิลยังคงละเมิดระเบียบในการปฏิบัติต่อพนักงานที่ เหมาะสมอยู่

มีรายงานว่า ระยะเวลาในทำงานก็ยังเป็นปัญหา พนักงานถูกสั่งให้ทำโอทีจนเกินข้อกำหนด 60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ หลายคนต้องทำงาน 7 วันไม่มีหยุดพัก หลายพื้นที่การทำงานที่มีความเสี่ยงต่อสารเคมีที่เป็นอันตรายก็ไม่ได้ถูกควบ คุมการทำงานให้รัดกุม พนักงานไม่น้อยต้องดมสารพิษจนเป็นผลเสียกับร่างกายในระยะยาว บริษัทคู่ค้าเหล่านี้ก็เพียงแก้ปัญหาโดยขอให้พนักงานลาออกและจ่ายเงินชดเชย ให้ตามสมควร

อดีตผู้บริหารระดับสูงรายหนึ่งของแอปเปิลกล่าวว่าแอปเปิลนั้นรู้ถึงปัญหา การปฏิบัติต่อแรงงานที่ไม่เหมาะสมของโรงงานผู้ผลิตมานานแล้ว แต่ที่เลือกไม่ลงไปจัดการอะไรก็เพราะว่าวิธีที่ใช้อยู่นั้นดีสำหรับแอปเปิล แล้ว แอปเปิลเองก็มีประกาศชัดว่าถ้าตรวจพบโรงงานผู้ผลิตมีการละเมิดข้อตกลง โทษสูงสุดก็คือการยกเลิกสัญญาจ้างผลิต แต่สำหรับผู้ผลิตบางรายที่ใหญ่ยักษ์อย่าง Foxconn นั้นเป็นคู่สัญญาที่แอปเปิลยากที่จะบอกเลิกได้ เพราะการหาผู้ผลิตรายใหม่สำหรับแอปเปิลที่ให้ได้ทั้งกำลังการผลิต ต้นทุนที่ต่ำแบบ Foxconn นั้นเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง

สภาพของ Foxconn ที่ไม่เปลี่ยนไปจากอดีต

"เหนื่อยทำงานวันนี้ หรือจะเหนื่อยออกไปหางานใหม่วันพรุ่งนี้" คือป้ายเตือนใจที่แปะไว้บอกพนักงานกว่า 120,000 คนในโรงงาน Foxconn ที่เมืองเฉิงตู ประเทศจีน สภาพการทำงานที่นี่มีสองแบบคือถ้าได้นั่งเก้าอี้ก็จะเป็นแบบไม่มีพนักพิง บางไลน์การผลิตพนักงานต้องยืนทำงานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน หลายคนถึงกับป่วยเป็นโรคที่เกี่ยวกับขาจนเดินเหินไม่สะดวกไปเลยก็มี และหลายครั้งพนักงานก็ถูกสั่งให้ทำงานต่อเนื่องถึงสองกะโดยไม่ได้หยุดพัก

เมื่อปีที่แล้วหลังเกิดเหตุระเบิดในโรงงานดังกล่าวจนมีผู้เสียชีวิต ต่อมาภายหลังการสอบสวนก็พบว่าเหตุเกิดเริ่มมาจากพื้นที่ของเครื่องจักรที่ ใช้ในการขัดผิวฝา iPad ซึ่งในบริเวณนั้นเต็มไปด้วยฝุ่นผงอลูมิเนียม แต่ไม่มีการควบคุมฝุ่นละอองเหล่านี้ให้ดีพอ แม้พนักงานจะสวมอุปกรณ์รัดกุมดี แต่ฝุ่นละอองนี้ก็สะสมเกาะในเครื่องจักรจนเป็นสาเหตุให้เครื่องจักรดังกล่าว ระเบิดจนเป็นโศกนาฏกรรมในที่สุด ญาติของผู้เสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือจาก Foxconn เป็นเงิน 150,000 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา แต่เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดซ้ำอีกครั้งที่โรงงานคู่ค้าของแอปเปิลเช่นกัน ที่เซี่ยงไฮ้ จึงเกิดคำถามว่าแอปเปิลพยายามแค่ไหนที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาลักษณะนี้

ภาพจาก Wired

Foxconn เองได้นำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะว่าบริษัทมีการปฏิบัติต่อพนักงานอย่างเหมาะสม ใครที่ต้องทำงานใกล้สารเคมีก็ได้รับการดูแลอย่างดี พนักงานได้พักระหว่างวัน 1 ชั่วโมง สภาพทำงานก็ถูกต้องตามหลักการยศาสตร์ และสถิติความปลอดภัยของ Foxconn ก็อยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับบริษัทอุตสาหกรรมในจีน แต่ดูเหมือนความจริงที่ถูกรายงานออกมาเป็นระยะๆ นั้นดูจะสวนทางกับสิ่งที่ Foxconn พยายามนำเสนอ

ใช่ว่าแอปเปิลไม่ใส่ใจ

ปัจจุบันแอปเปิลได้จัดทำหน้าความรับผิดชอบต่อซัพพลายเออร์ไว้ ในเว็บขององค์กร เพื่อแสดงให้เห็นว่าแอปเปิลตระหนักต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และต้องการให้คู่ค้ามีการปฏิบัติต่อแรงงานอย่างเหมาะสมเช่นกัน และยืนยันว่าถ้าตรวจพบการละเมิดสิทธิแรงงานขั้นสูงและปัญหาไม่ถูกแก้ไขภายใน 90 วัน บริษัทนั้นจะถูกยกเลิกสัญญาทันที

สตีฟ จ็อบส์เองก็เคยกล่าวถึงเรื่องคู่ค้าโรงงานผลิตในงานสัมมนาหนึ่งเมื่อปี 2010 ว่า "แอปเปิลเป็นบริษัทที่เข้าใจและสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานได้ดีที่สุดแห่ง หนึ่ง ไม่ใช่แค่ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี แต่ถือว่าดีที่สุดในทุกอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ ถ้าคุณเข้าไปในโรงงานแล้วคุณจะต้องตะลึงแบบที่ผมเจอ มันมีทั้งร้านอาหาร มีโรงภาพยนตร์ มีโรงพยาบาล มีสระว่ายน้ำ ทุกอย่างอยู่ในนั้น มันเป็นโรงงานที่สวยงามมาก"

แอปเปิลเริ่มออกรายงานต่อสาธารณะเรื่องการตรวจสอบโรงงานคู่ค้าทั้งโรงงาน ที่มีความสัมพันธ์แบบโดยตรงและระดับรองตั้งแต่ปี 2007 ซึ่งจนถึงปัจจุบันรายงานก็ยังคงพบปัญหาการใช้แรงงานเด็ก สภาพการทำงานที่ไม่เหมาะสม การให้ทำงานต่อเนื่องนานเกินไป โดยอดีตผู้บริหารแอปเปิลรายเดิมบอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าแอปเปิลแค่พยายามแสร้งใส่ใจในปัญหา แต่ไม่ได้พยายามลงไปแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพราะผ่านมาหลายปีแล้วปัญหาซ้ำเดิมก็ยังคงเกิดอยู่โดยตลอด โรงงานคู่ค้าที่มีเกือบ 400 แห่งนั้น จนถึงตอนนี้ถูกเลิกสัญญาจ้างไปแค่ 15 รายเท่านั้น

อย่างไรก็ตามรายงานด้านความรับผิดชอบต่อซัพพลายเออร์ฉบับปี 2011 ของแอปเปิล ระบุว่าจำนวนครั้งที่แอปเปิลเข้าตรวจโรงงานนั้นสูงขึ้นทุกปี และปัญหาก็ได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แอปเปิลยังช่วยฝึกอบรมพนักงานนับล้านคนให้รู้จักปกป้องสิทธิแรงงาน ของตนเองด้วย

ปัจจุบันแอปเปิลยอมเปิดเผยรายชื่อโรงงานคู่ค้าเกือบทั้งหมดผ่านเว็บไซ ต์ของตน โดยโรงงานบางแห่งที่ถูกปิดเป็นความลับก็ด้วยเหตุผลด้านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ ใหม่

ถูกบีบให้ลดต้นทุนทุกวิถีทาง

หลายคนอาจคิดว่าการได้เป็นซัพพลายเออร์ให้แอปเปิลคือข่าวดี ซึ่งก็อาจจะจริง เพราะแต่ละวันมีบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนจำนวนทั้งเดินทางไปสำนักงานใหญ่แอ ปเปิล หรือเชื้อเชิญบรรดาผู้บริหารระดับสูงด้วยหวังว่าแอปเปิลจะเลือกซื้อชิ้นส่วน จากบริษัทตน แต่เมื่อข้อตกลงบรรลุ ความท้าทายสำหรับบริษัทก็เริ่มขึ้น

แอปเปิลไม่ใช่ลูกค้าที่แสนดีนัก แอปเปิลจะเริ่มด้วยการขอข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบ จำนวนพนักงานที่ใช้เพื่อให้ผลิตได้ตามจำนวน ค่าจ้างพนักงานแต่ละคน เรียกได้ว่าข้อมูลทางการเงินทุกบรรทัดจะถูกเปิดเผยเพื่อให้แอปเปิลประเมิน ได้ว่าแอปเปิลควรจ่ายเท่าไหร่สำหรับชิ้นส่วนนี้ และข่าวร้ายคือซัพพลายเออร์มักได้ส่วนต่างที่เป็นกำไรน้อยมาก

ภาพจาก Edible Apple

เมื่อถูกกดราคาอย่างหนักแม้มาพร้อมปริมาณสั่งซื้อที่มหาศาล บรรดาซัพพลายเออร์จึงไม่มีทางเลือกนอกจากลดต้นทุนทางอื่นทุกอย่างที่อาจไม่ เหมาะสม ตัวอย่างที่เป็นข่าวเมื่อหลายปีก่อนคือโรงงาน Wintek ซึ่งเดิมใช้แอลกอฮอล์ในการทำความสะอาดหน้าจอ iPhone ก็เปลี่ยนไปใช้เฮกเซนที่ราคาถูกแต่มีความอันตรายมากกว่า และสามารถทำความสะอาดหน้าจอได้รวดเร็วกว่า จนเกิดเหตุพนักงานล้มป่วยหลายร้อยคนจากการสูดดมสารพิษนี้ ซึ่งต่อมาแอปเปิลก็สั่งห้ามโรงงานนี้ใช้เฮกเซนอีก

แม้เกิดเหตุร้ายนี้ขึ้นรายงานข่าวก็ระบุว่าแอปเปิลไม่ได้เห็นใจ Wintek เลย สัญญาจ้างผลิตปีต่อมา แอปเปิลได้ต่อรองขอลดราคาชิ้นส่วนลงอีก ซึ่งนั่นเท่ากับว่าแอปเปิลก็เหมือนบีบโรงงานคู่ค้าให้ต้องลดต้นทุนด้วยวิธี การแผลงๆ อีกครั้ง

ผู้เกี่ยวข้องระบุว่าอันที่จริงแอปเปิลใช่ว่าจะไม่มีหัวจิตหัวใจ แต่เพราะเป้าหมายธุรกิจที่เป็นหลักสำคัญ ทำให้หลายครั้งแอปเปิลก็ต้องหลับตาข้างเดียวไม่ใส่ใจต่อการละเมิดแรงงานที่ เกิดขึ้น เพราะถ้าต้องไปทำทุกอย่างให้ถูกต้องนั้น ก็อาจส่งผลต่อความสามารถในการออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ตลอดจนปริมาณและคุณภาพซึ่งเป็นจุดแข็งของแอปเปิลในตอนนี้ด้วยเช่นกัน

ทิม คุกบอกเราทำดีกว่าใครแล้ว

หลังบทความนี้เผยแพร่ออกไปวันเดียว ซีอีโอทิม คุกก็ส่งอีเมลภายในถึงพนักงานแอปเปิล โดยบอกเล่าว่าทุกปีมีพนักงานแอปเปิลจำนวนมากที่ต้องเดินทางไกล เพื่อไปควบคุมดูแลซัพพลายเออร์อย่างใกล้ชิด และแอปเปิลก็ได้เพิ่มมาตรฐานในการทำงานของโรงงานเหล่านี้ให้สูงขึ้นทุกปี เพื่อให้แน่ใจว่าสภาพการทำงานในที่เหล่านั้นมีความเหมาะสมที่สุด ซึ่งไม่มีใครในอุตสาหกรรมที่กล้าลงทุนทำเท่ากับที่แอปเปิลทำตอนนี้

ในอีเมลดังกล่าว ทิม คุกยังพูดถึงโปรแกรมการฝึกอบรมพนักงานที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานตลอดสายการผลิต ทั้งหมดนับล้านคน ว่าเป็นการฝึกอบรมเพื่อให้พนักงานเหล่านี้รู้ถึงสิทธิที่พวกเขามี สอนให้พวกเขากล้าพูดถ้าหากได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม

ทิม คุกยังกล่าวอีกว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหาไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย สภาพแวดล้อมในการทำงาน หรือการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมด้านแรงงานแม้เพียงเล็กน้อย แอปเปิลจะเข้าไปดูแลปัญหาเพื่อแก้ไขโดยทันที แอปเปิลสามารถเลือกไม่รายงานปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้เพื่อให้ภาพใหญ่ออกมาดูดี แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนที่อยู่ในระดับผู้นำอุตสาหกรรมพึงกระทำ เขาปิดท้ายว่าแอปเปิลจะยังคงมุ่งมั่นลงลึกและแก้ไขทุกปัญหาในสายการผลิต สิ่งเดียวที่แอปเปิลจะไม่ทำคือการหลับตาทำเป็นไม่รับรู้กับเรื่องที่เกิด ขึ้น

เรียกร้องให้แบนแอปเปิล

ในขณะเดียวกันสื่อหลายสำนักในอเมริกาก็เริ่มแสดงความเห็นต่อรายงานดัง กล่าว ระบุว่าแอปเปิลนั้นควรออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นให้ มากกว่านี้ โดย L.A. Times ได้เปิดประเด็นแรงๆ ว่า ถึงเวลาหรือยังที่ผู้บริโภคควรแบนสินค้าแอปเปิล เพราะอัตรากำไรต่อ iPhone ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ตามรายงานผลประกอบการล่าสุดก็แลกมาจากการกดขี่แรงงานในจีน

ส่วน Peter Cohan จาก Forbes บอกว่าผลของการกดต้นทุนที่แอปเปิลกระทำต่อซัพพลายเออร์ทำให้ iPhone และ iPad ที่เราใช้กันอยู่นั้นแลกมาด้วยด้วยชีวิตคนถึง 23 คน และผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยราย ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเรียกร้องให้แอปเปิลแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ให้ดีขึ้น

อีกรายคือ Dan Lyons นักเขียนใน Daily Beast บอกว่าทุกสิ่งที่เราเห็นจากแอปเปิลคือด้านเดียวของเหรียญ แต่ยังมีอีกด้านที่โหดร้ายซึ่งส่งผลต่อแอปเปิลให้เป็นบริษัทกำไรมหาศาลจาก การไปลดต้นทุน จึงถึงเวลาหรือยังที่บริษัทที่มีเงินมหาศาลระดับแสนล้านดอลลาร์จะลงมาทำอะไร เสียบ้างให้มีมนุษยธรรมมากกว่านี้

สุดท้าย Heather White ซึ่งเป็นนักวิจัยจาก Harvard กล่าวว่าแท้จริงแล้วปัญหาเหล่านี้มันจะดีขึ้นเองก็ต่อเมื่อทัศนคติของผู้ บริโภคเปลี่ยนไป จากแทนที่จะตื่นเต้นกับผลิตภัณฑ์ใหม่ของแอปเปิลที่ออกมาแต่ละปีโดยไม่สนใจ วิธีการ มาเป็นสนใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นผ่านอะไรมาบ้างกว่าจะถึงมือเรา แบบที่ผู้บริโภคเคยร่วมกันกดดันสินค้าอย่าง Nike หรือ Gap สำเร็จมาแล้วนั่นเอง

ที่มา: The New York Times, 9to5Mac และ The Guardian

เขียนครั้งแรกที่ Arjin's Blog

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
โดยคุณ

11 สิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ iOS 11 มีสักที

11 สิ่งที่หลายคนคาดหวังให้ iOS 11 มีสักที

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

คอหนังพึงระวัง! คอมพิวเตอร์ และมือถืออาจถูกแฮ็กโดยไม่รู้ตัว เพียงแค่เปิดไฟล์ Subtitle เท่านั้น

มาแล้ว ภาพเคส iPhone 8 รุ่นใหม่ ชัด ๆ เปรียบเทียบกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

มาแล้ว ภาพเคส iPhone 8 รุ่นใหม่ ชัด ๆ เปรียบเทียบกับ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus

พาชม Apple Store แห่งแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ พร้อมให้บริการ 27 พฤษภาคมนี้

พาชม Apple Store แห่งแรกในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สิงคโปร์ พร้อมให้บริการ 27 พฤษภาคมนี้

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

แนะนำมือถือราคาไม่เกิน 7,000 บาท ที่มาแรง และคุ้มค่าน่าซื้อมากที่สุด ณ ชั่วโมงนี้!

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

รู้จักระบบรักษาความปลอดภัยบนมือถือ แบบไหนจะดีที่สุด

Apple เผยวันจัดงาน WWDC 2017 ในช่วงวันที่ 5 – 9 มิถุนายนนี้ 

Apple เผยวันจัดงาน WWDC 2017 ในช่วงวันที่ 5 – 9 มิถุนายนนี้ 

ตัวเล็กตอบโจทย์กว่า ! iPhone SE เป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ที่ลูกค้าในสหรัฐฯ พึงพอใจที่สุด

ตัวเล็กตอบโจทย์กว่า ! iPhone SE เป็นสมาร์ทโฟนอันดับ 1 ที่ลูกค้าในสหรัฐฯ พึงพอใจที่สุด

สสส ผุดไอเดียแบบไทย ๆ  ทำพระรอด 2.0 เตือนคนขับหากขับรถเร็วเกิน

สสส ผุดไอเดียแบบไทย ๆ  ทำพระรอด 2.0 เตือนคนขับหากขับรถเร็วเกิน

เปลี่ยนคีย์บอร์ด iPhone ให้มุ้งมิ้งได้ ด้วยวิธีนี้

เปลี่ยนคีย์บอร์ด iPhone ให้มุ้งมิ้งได้ ด้วยวิธีนี้

Microsoft เปิดตัว New Surface Pro 2017 แบตอึด 13.5 ชั่วโมง รองรับ LTE

Microsoft เปิดตัว New Surface Pro 2017 แบตอึด 13.5 ชั่วโมง รองรับ LTE

11 สิ่งที่ต้องหยุดกระทำต่อไอโฟน ที่คุณอาจไม่รู้

11 สิ่งที่ต้องหยุดกระทำต่อไอโฟน ที่คุณอาจไม่รู้

เปรียบเทียบภาพถ่ายช็อตต่อช็อต ระหว่าง HTC U11 มือถือกล้องดีสุดในโลก vs Samsung Galaxy S8+

เปรียบเทียบภาพถ่ายช็อตต่อช็อต ระหว่าง HTC U11 มือถือกล้องดีสุดในโลก vs Samsung Galaxy S8+

Sony เตรียมเพิ่มสีแดงสุดแรงให้กับ Xperia XZ Premium

Sony เตรียมเพิ่มสีแดงสุดแรงให้กับ Xperia XZ Premium

Instagram เพิ่มลูกเล่นทั้ง ภาพแบบ Landscape, Portrait และโชว์ Link Preview ใน Direct Message ได้แล้ว

Instagram เพิ่มลูกเล่นทั้ง ภาพแบบ Landscape, Portrait และโชว์ Link Preview ใน Direct Message ได้แล้ว

Motorola ยืนยัน Moto 360 Gen 2 จะได้รับการ Update เป็น Android Wear 2.0 ไม่กี่วันข้างหน้า

Motorola ยืนยัน Moto 360 Gen 2 จะได้รับการ Update เป็น Android Wear 2.0 ไม่กี่วันข้างหน้า

Samsung เปิดตัว 3 สีใหม่ให้กับ Galaxy S8 และ S8+ ถึงขั้นมือสั่นที่ได้เห็น

Samsung เปิดตัว 3 สีใหม่ให้กับ Galaxy S8 และ S8+ ถึงขั้นมือสั่นที่ได้เห็น

สัมผัส B&O Play เมื่อดีไซน์กับคุณภาพเสียงดี บรรจบที่เดียวกัน

สัมผัส B&O Play เมื่อดีไซน์กับคุณภาพเสียงดี บรรจบที่เดียวกัน

Polar A37 Fitness Tracker ที่มีเรื่องจับการนอนได้แม่นยำ

Polar A37 Fitness Tracker ที่มีเรื่องจับการนอนได้แม่นยำ

Intel ยกเลิกการเก็บค่าไลเซนส์ของ Thunder Bolt 3 หวังให้คนใช้มากขึ้น

Intel ยกเลิกการเก็บค่าไลเซนส์ของ Thunder Bolt 3 หวังให้คนใช้มากขึ้น

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์