มือถือ โทรศัพท์มือถือ พีดีเอ กล้อง กล้องดิจิตอล คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เครื่องเล่นเพลง MP3 Player เทคโนโลยี ไอที ราคามือถือ รีวิว ทิปและเทคนิค
 
 
  ค้นหาเรื่องไฮเทค  
หน้าแรก > กล้องดิจิตอล > Tip & Technic
Tip & Technic
 

ที่สิงคโปร์ ในทุกๆ วันอาทิตย์หากสังเกตุดีๆ คุณจะพบว่ามีช่างภาพหลายๆ คนต่างก็ออกไปหาพื้นที่สีเขียว ตามแหล่งต่างๆ เพื่อมองหา แมลง นก และดอกไม้ เพื่อถ่ายภาพกันอย่างคึกคัก

ภาพธรรมชาติ เป็นที่สนใจมากที่สุดแบบหนึ่งของบรรดาช่างภาพในทุกวันนี้ ด้วยความหลากหลายของซับเจค ตามธรรมชาติที่มีมากพอที่จะสามารถให้ผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพได้แสดงมุมมองของตนเองเข้าไปอย่างไม่มีวันหมด ช่างภาพที่ชอบถ่ายภาพชีวิตป่าจะคอยมองหาศิลปะบนตัวแมลงที่ลึกลับ หมู่มวลผีเสื้อที่น่าหลงใหล ถ่ายภาพดอกไม้นานาพันธุ์ และแปลงกายเป็นมนุษย์แมลงเพื่อมองหาเห็ดที่ซ่อนอยู่ตามพื้นในบางครั้ง และในการบันทึกภาพเหล่านี้โดยส่วนมากแล้วช่างภาพมักใช้การถ่ายในโหมดมาโครเป็นหลัก เพื่อเปิดเผยความเป็นส่วนตัวของนางแบบที่พบเห็นให้มากที่สุด

มาโคร หรือการถ่ายภาพใกล้เน้นรายละเอียดของตัวแบบ อาวุธที่ถูกใช้มากที่สุดก็คือ เลนส์มาโคร 90 มม. หรือ 180 มม. พร้อมวิธีการเซตแฟลชภายนอกของกล้องที่เหมาะสม Nikon หรือ Canon , Sigma หรือ Tamron คุณเลือกใช้ตามกล้องของคุณ แต่เมื่อคุณเริ่มต้นกิจกรรมที่น่าตื่นเต้นนี้คุณต้องทำความข้าใจอะไรบางอย่าเสียก่อน ความระทึกใจในการไล่ล่า และแรงกระตุ้นขั้นสูงสุดคือการสร้างสรรค์ภาพที่ยิ่งใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่หายาก มันมากกว่าการนำภาพมาเปรียบเทียบกันเพียงอย่างเดียว

การถ่ายภาพมาโครนั้นต้องใช้ความรู้ความเข้าใจ และเทคนิคบางอย่างที่แตกต่างออกไป จากการถ่ายภาพบุคคล หรือ การถ่ายภาพสถานที่พอสมควร

คุณรู้จักซับเจคของคุณแล้วจริงๆ รึยัง คุณสนใจเรื่องการโฟกัสพอหรือยัง ความเที่ยงตรงแม่นยำของกล้องที่ใช้ก็เป็นส่วนสำคัญ คุณต้องทำความเข้าใจด้วยว่าจะทำงาน่าวมกันกับแฟลชที่คุณมีอย่างไร สุดท้ายเราก็ขอต้อนรับคุณเข้าสู่โลกของการคำนวณระยะความชัด ณ บัดนี้



โฟกัส การสร้างความคมชัด เฉพาะส่วนสำคัญ:
ด้วยเลนส์ AF มาโคร ที่หลากหลายทั้งจากของค่ายกล้องโดยตรงและจากค่ายอิสระต่างๆใน ตลาดปัจจุบันนี้โดยทั่วไปก็ใช้งานได้อย่างดี สิ่งที่ควรคิดคือการเลือกใช้ระบบ ออโต้โฟกัสและแมนวลโฟกัส ที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คุณต้องการ

สิ่งสำคัญบางสิ่งที่ควรจำเมื่อทำการโฟกัสภาพ:
1. เนื่องจากคุณกำลังใช้เลนส์เทเลโฟโต้ที่ให้ภาพขนาด 1/1 คุณจะได้ภาพที่มีความชัดตื้นเสมอด้วยผลที่เกิดจากการใช้เลนส์เทเลโฟโต้นั้น หมายความว่าหากคุณถ่ายภาพที่รูรับแสง f9 (เห็นเหมือนชัดทั่วทั้งภาพ) ระยะความชัดของภาพที่เกิดขึ้นจะมีเพียงล็กน้อย ทุกครั้งที่ถ่ายภาพแมลงโดยโฟกัสไปที่หัวขนาดเล็กของแมลง จะได้ผลเช่นเดียวกับที่สายตามนุษย์ได้รับคือความชัดของภาพจะอยู่ที่จุดโฟกัสเท่านั้น เหตุผลเดียวกันนี้สามารถใช้กับการถ่ายภาพบุคคลด้วยเช่นกัน ดังนั้น เมื่อตาของคุณแนบอยู่กับกล้องต้องให้ความสำคัญกับการโฟกัสทุกครั้ง

2. ถ้าระบบออโต้โฟกัสของคุณไม่สามารถจับภาพได้ดีนัก ให้ตั้งกล้องของคุณในจุดที่ใกล้ที่สุดที่ลนส์สามารถให้อัตราการขยายสูงสุด ปิดระบบออโต้โฟกัสซะ แล้วใช้การเคลื่อนกล้องเข้าไปให้ใกล้ขึ้นหรือถอยห่างแทน

3. ถ้าแมลงหรือคุณมีการเคลื่อนไหว คุณอาจจะต้องใช้โหมดออโต้โฟกัสติดตามวัตถุ เช่น AISero (Canon) หรือ Group Dynamic (Nikon) ร่วมกับระบบถ่ายภาพต่อเนื่องเพื่อให้ได้ภาพที่โฟกัสได้ตามต้องการ



ขาตั้งกล้อง:
อย่าออกจากบ้านโดยเด็ดขาดถ้าไม่มีขาตั้งกล้อง เพราะไม่มีใครที่จะสามารถแบบทั้งกล้อง, เลนส์มาโคร 180 มม., แฟลชภายนอก และแผ่นรีเฟ็ค ได้พร้อมๆ กันด้วยสองมืออย่างแน่นอน
แสงธรรมชาติคือแสงที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพ แต่แมลงที่มุดซ่อนอยู่ใต้แผ่นใบไม้ขนาดใหญ่ซึ่งมืดทึบทึมนั้น จะสร้างความลำบากในการวัดแสง ใช้ขาตั้งกล้องแบบไตรพอดที่แข็งแรงเมื่อต้องการถ่ายภาพดอกไม้ หรือใช้ขาตั้งแบบโมโนพอดเมื่อถ่ายภาพแมลงที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ เพื่อให้เลนส์มาโครของคุณสำแดงประสิทธิภาพได้สูงสุด

แฟลช:
อย่างที่เข้าใจว่าแสงธรรมชาติคือแสงที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพ แต่ร่มเงาของใบไม้และกิ่งก้านสาขาของต้นไม้จะทำให้สีสันของตัวแมลงดูแบนราบ การใช้แสงแฟลชฟิลอินในบางส่วนของตัวแบบ จะเพิ่มความสว่างและสร้างมิติให้แบบได้มากขึ้น
1. ตั้งค่าแฟลชให้อยู่ในโหมด rear curtain sync แสงแฟลชจะถูกปล่อยให้แสงธรรมชาติโดยรอบได้ทำหน้าที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งแสงแฟลชที่เพิ่มเข้าไปนั้นจะเป็นแสงขาวที่เพิ่มเข้าไปในตอนสุดท้าย โดยแสงที่ได้นั้นจะไม่ทำให้ภาพออกมาดูโอเวอร์
2. สำหรับบางคนที่มีกำลังทรัพย์ที่ดีพอนั้นสามารถหาแฟลชที่ออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพมาโครโดยเฉพาะมาใช้ได้ อย่างเช่นริงแฟลช SU800_SBR200 ของ Nikon ที่มีจำหน่ายแล้วในตอนนี้

ริงแฟลชสามารถควบคุมได้อย่างง่ายดาย โดยแสงแฟลชที่ออกมาจะตกลงบนตัวซับเจคโดยที่ไม่ไปบดบังหน้าเลนส์ทำให้เกิดส่วนมืดขึ้นในภาพ ด้วยการออกแบบมาเป็นอย่างดี อีกแนวทางที่สามารถให้ผลคล้ายกันก็คือการแยกแฟลชออกจากตัวกล้องโดยใช้สายพ่วงแฟลช เพื่อให้แสงแฟลชตกลงบนตัวแบบได้ตามความต้องการของผู้ถ่าย

3. สิ่งที่ควรจำอีกเรื่องหนึ่งก็คือการใช้ ซอฟต์บาซ์ ครอบไว้ที่หัวแฟลชของคุณเพื่อกระจายแสงแฟลชให้มากขึ้น

การเลื่อนไหว:
ดอกไม้และต้นไม้ไม่ได้นอนนิ่งให้เราได้ถ่ายภาพตลอดเวลา แมลงเช่นกันมันจะบินวนไปตามที่ต่างๆ เพื่อหาอาหารหรือแม้แต่การหาคู่ (ซึ่งในบางครั้งก็น่าสนใจไม่น้อย) ดังนั้นเราจึงมีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เกี่ยวกับเรื่องลมและการเคลื่อนที่ การใช้ระบบออโต้โฟกัส และนี้เป็นเทคนิคบางอย่างที่เราอยากนำเสนอ

1. ใช้ร่างกายของคุณบังดอกไม้จากลมที่พัดเข้ามา
2. มองหาสถานที่ที่เป็นร่มเงาและไม่มีลมพัด (บ่อยครั้งที่สถานที่แบบนี้เหมาะแก่การเฝ้าดูผีเสื้อที่บินมาพัก)
3. พยายามถ่ายภาพในตอนเช้าก่อนที่พื้นดินจะร้อนมากขึ้นและเป็นเหตุให้เกิดลมที่ร้อนตามมาด้วย
4. ก้มต่ำลงบนพื้น
5. คิดถึงเรื่องสิ่งที่ช่วยยึดจับต้นไม้ด้วย เพื่อให้ได้มุมภาพที่ต้องการ (ไม่ควรตัดหรือทำลายต้นไม้)
6. ศึกษาถึงธรรมชาติของแมลงที่คุณต้องการว่ามันควรจะมุ่งหน้าไปที่ใด โดยวิเคราะห์จากสายพันธุ์ของมัน ว่ากินอาหารแบบใด ดอกไม้อะไร ที่มันชื่นชอบ
7. ใช้ระบบออโต้โฟกัสให้คล่องแคล่ว


ช่วงความชัด:
การรู้จักกล้องของคุณมากขึ้นจะทำให้คุณถ่ายภาพแมลงและดอกไม้ได้ในทุกๆ อากัปกิริยา ปัญหาก็คือหากคุณไม่เข้าใจเรื่องของระยะความชัดมันจะทำให้คุณลำบากแน่นอน ดังนั้นเราจะบอกทริคในการแก้ปัญหาเรื่องช่วงความชัดที่ชัดตื้นให้ทดลองดู
1. เซตตัวคุณและกล้องของคุณให้อยู่ขนานกับแมลงที่เล็งไว้ ทำให้แน่ใจว่าอยู่ในแนวเส้นตรงแล้วและควรให้หัวและหางของแมลงตัวนั้นอยู่ในโฟกัสด้วย
2. ใช้รูรับแสงที่เล็กอย่าง f9 หรือ f11 หรือใหญ่กว่าเล็กน้อย
3. ใช้ปุ่มเช็คชัดลึกตรวจดูภาพทุกครั้งหากกล้องของคุณมี
4. ใช้แฟลชเมื่อคุณต้องการแสงเพิ่มบนตัวแบบเพื่อเพิ่มรูรับแสงและความเร็วชัดเตอร์ที่มากขึ้นตามที่คุณต้องการ

บทสรุปรวมส่งท้าย
1. เรียนรู้ทุกเรื่องของชับเจคที่คุณอยากจะถ่ายภาพเท่าที่จะทำได้ เช่น มันจะกินอะไร, นอนที่ไหน, อะไรที่มันชอบ, และเวลาไหนของวันที่มันแข็งแรงที่สุด
2. เข้าไปชมเวบไซต์ต่างๆ ของนักถ่ายภาพธรรมชาติว่าเขาถ่ายภาพอย่างไรให้ดีกว่า และนำมันมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่คุณได้เจอ
3. ตั้งคำถามและขอคำวิจารณ์ให้กับภาพของคุณเพราะมันไม่สนุกหรอกหากถ่ายภาพแล้วมันสูญเปล่า
4. ระลึกไว้เสมอว่าทำไมคุณถึงทำมันขึ้นมาในตอนแรก ก็เพราะคุณรักธรรมชาติและสนุกกับมันนะซิ ที่ผ่านมาเป็นการแนะนำวิธีการในการถ่ายภาพมาโคร แต่ตอนนี้คุณควรออกไปข้างนอกและถ่าย ถ่าย ถ่ายภาพต่างๆ เพื่อเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเองด้านการถ่ายภาพมาโคร และคำแนะนำสุดท้ายของเราคือ การถ่ายภาพมาโครนั้นไม่ได้จำกัดไว้แค่การถ่ายดอกไม้ใบหญ้าหรือแมลงเพียงเท่านั้นยื่นมือของคุณให้ใกล้เข้าไปถึงจินตนาการที่เหนือออกไป ในบ้านของคุณเองก็มีอะไรสนุกๆ อีกหลายอย่างรอคุณอยู่



สนับสนุนเนื้อหาโดย


หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง