|
| ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย |

เมื่อเร็วๆ นี้ "เอชทีซี" เป็นโต้โผใหญ่จัดสัมมนาในหัวข้อ "วินโดวส์โมบาย โมบิลิตี้ เทคโนโลยี แอนด์ พีดีเอโฟน อินโนเวชั่น 2008" เชิญกูรูในวงการสื่อสารไทยมาอัพเดตข้อมูลเกี่ยวกับการใช้วินโดวส์โมบาย และแนวโน้มของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่กำลังจะมาในอนาคตอันใกล้
โดยบริษัทหลายรายต่างให้ความสนใจขนทัพสินค้าจากบริษัทตนที่สามารถทำงานบนวินโดวส์ โมบายได้มาอวดโฉมกันทั่วหน้า เช่น บริษัท ดี.ที.ซี เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด เจ้าของเทคโนโลยีแทร็กกิ้ง ขนโซลูชั่น "ดีทีซี พีดีเอ แทร็กกิ้ง ซิสเต็ม" ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของระบบแทร็กกิ้งที่ลงมาอยู่บนมือถือ
โซลูชั่นแทร็กกิ้ง (Tracking system) หรือระบบติดตามอัจฉริยะที่ทำให้ทราบตำแหน่ง และเส้นทางการเคลื่อนที่ของผู้ใช้งานได้ด้วยระบบ GPS และส่งข้อมูลผ่าน GPRS เพื่อแสดงผลในเว็บไซต์ ปัจจุบันได้พัฒนาให้นำมาใช้บน "พีดีเอโฟน" ได้แล้ว โซลูชั่นนี้จึงไม่ใช่แค่ "กล่องดำ" ธรรมดาๆ ที่ติดอยู่ในรถเพื่อใช้ในธุรกิจขนส่ง, อุตสาห กรรมการผลิต, ธุรกิจรถเช่า อีกต่อไป
บริษัทหลายแห่งจึงเริ่มนำ "พีดีเอโฟน" ที่รองรับ Tracking system มาใช้อย่างแพร่หลายขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่มีพนักงานต้องเดินทางไปพบลูกค้าตลอดเวลา เพราะโซลูชั่นดังกล่าวมีความสามารถในการแกะรอยตรวจสอบเส้นทางการเดินทางย้อนหลังของผู้ใช้งาน เรียกดูข้อมูล และควบคุมการใช้งานได้ง่ายมาก
"ณัฐวัชร์ วรนพกุล" ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเอชทีซี ไทยแลนด์ กล่าวว่า แนวโน้มของพีดีเอโฟนในอนาคตจะเป็นมัลติฟังก์ชัน ที่เรียกว่า "ICE" คือ เป็นอุปกรณ์ที่มีทั้ง information, communica tion และ entertainment ในเครื่องเดียวกัน โดยผสมผสานหลอมรวมการใช้งานด้านเสียง ข้อมูล และมัลติมีเดีย มาไว้ด้วยกัน

"แม้อุปกรณ์และโซลูชั่นใหม่จะถูกพัฒนาไปไกลมากเพียงไร ถ้าไม่มีเครือข่ายมารองรับก็ถือว่าสูญเปล่า ประเทศเพื่อนบ้านเรา มี 3 จี แล้ว ถึงแม้ว่าเราจะช้ากว่า แต่คงตามทัน เพราะทุกโอเปอเรเตอร์กำลังพัฒนาเครือข่ายของตนให้รองรับ 3 G ทิศทางของเทคโนโลยีนี้มีมาตั้งแต่ปี 2550 จนถึงปีนี้ก็ยังเป็นโมบายอินเทอร์เน็ตผ่านระบบเอดจ์ และในอนาคตจะเป็น HSPA หรือ 3 จี โดยทุกอย่างจะเป็นออล-อิน-วัน โมบิลิตี้"
"ณัฐวัชร์" เชื่อว่า ผลพวงที่ตามมาหลัง 3 G เปิดให้บริการจะช่วยกระตุ้นให้ตลาด พีดีเอโฟนในไทยที่ปัจจุบันมี 3.6 แสนเครื่องกระเตื้องขึ้นได้บ้าง เพราะ 3 G ทำให้การใช้แอปพลิเคชั่น หรือโซลูชั่นใหม่ๆ ได้สะดวกรวดเร็วขึ้น เรียกว่าทำให้ใช้พีดีเอโฟนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่ากับราคามากขึ้น
"พีดีเอโฟนจะโตเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ เครือข่ายเป็นสำคัญ แม้ 3 G มาก็อาจไม่ได้ทำให้ตลาดโตหวือหวานัก เพราะไม่ใช่ทุกพื้นที่ต้องการใช้งาน แต่จะกระจุกอยู่เป็นพื้นที่มากกว่าแต่ทำให้ใช้ประโยชน์จากพีดีเอโฟนได้มากขึ้น เพราะรองรับวินโดวส์โมบายจึงใช้แอปพลิเคชั่นต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วขึ้นมาก"
"ดร.สุพจน์ เธียรวุฒิ" ผู้อำนวยการสถาบันวิจัย และพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กล่าวว่า นอกจากบรอดแบนด์ที่กำลังมาแล้ว แนวโน้มต่อไปของการพัฒนาด้านเทคโนโลยี คือการหลอมรวมกันของอุตสาหกรรมโทรคมมนาคม ไอที และการกระจายภาพ-เสียง เช่น อุปกรณ์ที่รองรับ GPS+MP3+PDA ในเครื่องเดียวกัน หรืออินเทอร์เน็ต+ทีวี+คอมพิวเตอร์ เป็นต้น รวมถึงการหลอมรวมบริการฟิกซ์ไลน์ มือถือ และวิทยุโทรศัพท์ในอนาคต
"แอนดรูว์ แมคบีน" ผู้บริหารจากค่าย ดีแทค กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงการลงทุนพัฒนาเครือข่ายเข้าสู่ระบบ 3 G โดยการเปลี่ยนผ่านจากระบบ จีเอสเอ็มมาสู่ 3 G ประกอบด้วยกฎเกณฑ์เรื่องความถี่ การสร้างเครือข่าย การพัฒนา แอปพลิเคชั่น คอนเทนต์ และการตอบสนองของผู้บริโภค คาดว่าจะใช้เวลาอย่างต่ำ 3 ปี ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ โดยในปีแรกจะเป็นการลงทุนด้านโครงสร้าง ปีที่ 2 พัฒนาแอปพลิเคชั่น คอนเทนต์ และปีสุดท้ายนำเข้าสู่ตลาดทั่วไป
"บรอดแบนด์อย่าง HSPA จะช่วยให้คนเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกคน เพราะไทยมี ADSL น้อยมาก ส่วนตลาดกลุ่มธุรกิจ บรอดแบนด์เป็นสิ่งแรกที่ช่วยให้มีบริการใหม่ๆ เกิดขึ้น มือถือจะถูกนำมาใช้ประโยชน์มากขึ้น แม้แต่การใช้งานของ เอสเอ็มอีจะเริ่มหันมาใช้ประโยชน์จาก บรอดแบนด์ในการทำธุรกิจมากขึ้น"
จากสถิติในประเทศไทย พบว่าปัจจุบันมีเพียง 15 ล้านคนที่ใช้อินเทอร์เน็ต แต่มีผู้ใช้โมบายบรอดแบนด์จริงๆ 1.5 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 ล้านคนใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยสิ่งที่คนใช้งานต้องการ คือ แบนด์วิทที่สูงขึ้น สามารถดูวิดีโอ หรือเล่นเกมได้ ในอีก 2-3 ปีจากนี้ ทุกความถี่ที่มีการใช้งานจะถูกพัฒนาเป็น HSPA หรือ 3 จี ทั้งหมด อุปกรณ์มีความหลากหลายให้เลือกใช้มากขึ้น และจะมีราคาถูกลงเฉลี่ย 12% ทุกไตรมาส
ด้าน "สรรค์ชัย เตียวประเสริฐกุล" หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า 3 G ไม่ได้ทำให้การใช้งานด้านเสียงดีขึ้น แต่มีความสามารถทำให้การส่งเดต้าดีขึ้น เร็วขึ้น และเป็นส่วนสำคัญที่เข้ามาทดแทนฟิกซ์บรอดแบนด์ที่กำลังโต ช้าลง
"ประชากรยังต้องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การลงทุนเดินสายไฟเบอร์ทูโฮมมีราคาแพง ไม่คุ้ม ดังนั้นโมบายบรอดแบนด์จะเข้ามาทดแทน อีกไม่เกิน 4 ปีคงไม่มีโอกาสเห็นฟิกซ์บรอดแบนด์ขยายตัวมากขึ้นอีกแล้ว จะเป็นไวร์เลสเข้ามาแทนที่"
โมเดลการลงทุนเครือข่ายไร้สายในประเทศไทยนั้น เครือข่ายใหญ่ที่คลุมทั้งประเทศ คือ จีเอสเอ็ม ด้วยเทคโนโลยี "เอดจ์" ส่วน 3 G ความถี่ 2.1 เมกะเฮิรตซ์ จะเน้นลงทุนตามเมืองใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่น เช่น กทม. ปริมณฑล เชียงใหม่ ส่วนไวแมกซ์จะลงเป็นหย่อมๆ ย่านชุมชนในหมู่บ้าน โรงพยาบาล เป็นต้น
"3 G น่าจะเกิดใน 2-3 ปีนี้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหาอยู่ตอนนี้ คือ รอใบอนุญาต ส่วนการพัฒนาด้านอุปกรณ์ และแอปพลิเคชั่น พร้อมอยู่แล้ว ถ้าไลเซนส์ได้โอเปอเรเตอร์ทุกรายก็พร้อมดำเนินการได้ทันที"
สนับสนุนข้อมูลโดย
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง
|
|
|
|
|
ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 17
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
รูปประจำตัว
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
สงสัยไทยจะได้ใช้ 3G หลังจากเมืองนอกเค้าไปใช้ 4G ข้าราชการเมืองไทยตื่นซะทีเถอะ ออกใบอนุญาติได้แล้ว
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
เพราะเอไอเอส ครอบงำ กทช.
ซื้อมาก็ไม่มีประโยนือะไร
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
Re: ระบบ 3G กับทิศทาง PDA Phone ในเมืองไทย
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์