มือถือ โทรศัพท์มือถือ พีดีเอ กล้อง กล้องดิจิตอล คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เครื่องเล่นเพลง MP3 Player เทคโนโลยี ไอที ราคามือถือ รีวิว ทิปและเทคนิค
 
 
  ค้นหาเรื่องไฮเทค  
หน้าแรก > มือถือ - พีดีเอ > รีวิว พีดีเอโฟน > XDA

XDA


รีวิว O2 Xda Zinc
ขึ้นชื่อว่าเป็น O2 ในตระกูล Xda ไม่ว่าจะรุ่นไหนๆ ก็ดูน่าสนใจไปเสียหมด รวมถึงเจ้าตัวล่าสุดที่ทาง O2 ตั้งใจจะเขย่าวงการพ็อกเก็ตพีซีโฟนด้วย ความสามารถที่มากกว่าการดีไซน์ให้หลุดโลกไปกว่าเดิม กับ O2 Xda Zinc ที่ดูจากภายนอกแล้ว ดูน่าสนใจดีทีเดียวกับรูปลักษณ์ที่ดูเรียบง่าย แต่ซ่อนไม้ตายไว้มากมายในท่าทีที่เรียบง่ายเช่นนี้ โดยเฉพาะการซ่อนแป้นคีย์บอร์ด QWERTY ไว้ภายใต้รูปแบบการสไลด์ออกมาเพื่อใช้งาน จึงปฏิเสธไม่ได้เลยสำหรับความสะดวกเช่นนี้



ส่วนไม้ตาย หรือไม้เด็ดอื่นๆ นั้นก็ยังคงอยู่ที่ตัวระบบปฏิบัติการ Microsft Windows Mobile 5.0 ที่ยังคงความทันสมัยได้ทุกการใช้งานเสมอ แล้วยิ่งบวกเข้ากับความสามารถในการรองรับระบบ 3G ด้วยแล้วยิ่งดูน่าสนใจเข้าไปอีกมาก เพราะอย่างน้อยๆ มันก็มีกล้องทั้งด้านหน้า (VGA) และกล้องหลักที่ด้านหลัง (2 ล้านพิกเซล) มาให้เราได้ใช้งาน แล้วไหนจะมีหน้าจอแสดงผลสีแบบสัมผัสระดับความคมชัดถึง 262,144 สีเข้าไปอีก ยิ่งน่าสนใจเข้าไปใหญ่ นอกจากนี้แล้วความสามารถที่เราไม่อาจกล่าวถึงได้หมดในบรรทัดนี้อีก ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปใหญ่ จนเราต้องจับมาแกะกล่องลองเครื่องกันแบบละเอียดกันสักทีหนึ่ง เพื่อขจัดข้อสงสัยบางอย่างของเราให้หมดไป

แกะกล่องลองเครื่อง

สัมผัสแรก ดูสวยงามทันสมัย แถมยังดูลงตัวมากขึ้นกว่า Xda รุ่นก่อนๆ อยู่มากทีเดียว ถึงแม้ว่ารูปทรงจะยังคงไม่ต่างจากเดิม ด้วยทรงสี่เหลี่ยมตามสไตล์ PPC Phone มาตรฐาน แต่กับสีตัวเครื่องที่เป็นสีเทาคมเข้ม พร้อมกับการเสริมความโดดเด่นของกรอบด้านหน้าด้วยขอบลายเส้นสีเงินที่เวลาต้องแสงแล้วแลดูเงาวับจับตาดูโดดเด่นขึ้นมาทีเดียว ส่วนเรื่องของขนาดรูปทรง และน้ำหนักนั้นก็ดูจะเป็นมาตรฐานกับ Xda รุ่นใหม่ๆ ด้วยขนาด 109 x 58 x 22.6 มิลลิเมตร และน้ำหนักที่ 175 กรัม นั้นก็ถือว่ายังพอเหมาะมือ และจับถือใช้งานได้ค่อนข้างถนัด ที่สำคัญ ยังมีการซ่อนแป้นคีย์บอร์ดแบบ QWERTY มาให้ใช้งานด้วยการสไลด์แป้นคีย์บอร์ดออกมาจึงทำให้ไม่รู้สึกเกะกะแต่อย่างใด หากยามต้องนำมันออกมาใช้งานจริงๆ โดยรวมแล้วถือว่าให้ความรู้สึกคล่องตัวใช้ได้



ด้านหน้า ค่อนข้างรีบง่ายเพียงแต่ความเรียบง่ายที่ว่านี้กลับซ่อนความทันสมัย ด้วยกล้องระดับ VGA ที่ถูกติดตั้งไว้ด้านหน้าสำหรับการสนทนาแบบเห็นหน้า หรือ Video Call ผ่านเทคโนโลยี 3G แถมด้วยหลอดไฟ LED แสดงสถานะ การทำงานของตัวเครื่องที่อยู่ถัดไปทางซ้ายมือ ซึ่งถูกคั่นกลางด้วยช่องลำโพงหูฟังขนาดใหญ่ที่ให้เสียงได้ชัดเจน ส่วนพื้นที่ตรงกลางนั้นจะเป็นส่วนของหน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสขนาดใหญ่ถึง 2.8 นิ้ว และด้วยปุ่มกดเมนูต่างๆ ที่ครบถ้วนทั้งปุ่มโทรออก/รับสายสีเขียว ปุ่มวางสายสีแดง ปุ่มซ็อพท์คีย์ซ้าย-ขวา และปุ่มควบคุมเมนูแบบ 5 ทิศทางที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้าค่อนข้างใช้งาน สะดวกสบาย ด้วยขนาดที่ใหญ่เหมาะมือ ที่สำคัญยังมีการซ่อนแป้นคีย์บอร์ดแบบ QWERTY ไว้ด้วยการไสลด์เพื่อใช้งาน ผู้ใช้จึงไม่รู้สึกเกะกะแต่อย่างใด




ด้านหลัง จะมีทั้งส่วนของเลนส์กล้องถ่ายรูป ที่มาพร้อมไฟแฟลชส่องสว่างแบบ LED Strobe Flash และกระจกสะท้อนเงาสำหรับถ่ายภาพตัวเอง (Self portrait mirror) โดยข้างๆ กันนั้นก็จะมีช่องลำโพงติดอยู่ด้วย และถัดลงมาก็จะเป็นส่วนของฝาหลัง

ด้านข้าง (ซ้ายมือ) ในส่วนนี้จะมีทั้งปุ่มวอลลุ่มควบคมเสียง (Volume Controller) ถัดลงมาหน่อยก็จะเป็นปุ่มสำหรับใช้ล็อกปุ่มกดต่างๆ (Hold Button) และล่างสุดจะเป็นช่องรองรับ miniSD Card slot ด้านข้าง (ขวามือ) จะมีตั้งแต่ช่องอินฟราเรด (IrDA Port) ถัดลงมาจะเป็นปุ่มชัตเตอร์กล้องถ่ายรูป (Camera Button) และใกล้กับปุ่มกล้องถ่ายรูปนี้ก็จะมีรูเล็กๆ เท่าตามด ซึ่งเป็นปุ่มสำหรับใช้ Soft reset ระบบการทำงานของตัวเครื่อง ในกรณีที่เครื่องเกิดอาการทำงานผิดปกติ



ด้านบน โดยส่วนของด้านบนหัวเครื่องนั้นจะมีทั้งปุ่มเปิด และปิดเครื่อง หรือที่เรียกว่า พาวเวอร์ สวิทช์ (Power Switch) อยู่ตรงกลาง โดยด้านข้างไปทางขวามือจะมีช่องเก็บปากกา Stylus อยู่ด้วย



ด้านล่าง จะมีช่อง Jack เสียบต่อหูฟังแบบสเตอรีโอขนาด 2.5 มิลลิเมตร มีช่องไมโครโฟนขนาดเล็กอยู่ตรงกลาง แล้วก็มีช่อง mini-USB ที่อยู่ถัดไปสำหรับการใช้เชื่อมต่อด้วยสายดาต้านั่นด้วย



ถอดแบตเตอรี่/ใส่ซิมการ์ด ทำง่ายเพียงใช้นิ้วที่ถนัดดันตัวฝาหลังลงด้านล่างเบาๆ ฝาหลังก็จะหลุดออกในทันที่ หลังจากนั้นก็จะเผยให้เห็นตัวแบตเตอรี่ด้านใน หากต้องการจะถอดเปลี่ยน หรือใส่ซิมการ์ดก็ต้องถอดแบตเตอรี่ออกก่อน ถึงจะเห็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบรางสอดธรรมดาซ่อนอยู่ด้านในอีกที

ทดสอบการใช้งาน

เริ่มการใช้งาน โดยการกดไปที่ปุ่มพาวเวอร์สวิทช์ที่อยู่ด้านบนหัวเครื่องค้างไว้สักครู่ เครื่องก็จะเริ่มทำงานโดยแสดงภาพโลโก้ต่างๆ ไปพร้อมกับการประมวลผลของเครื่องเริ่มการทำงานต่างๆ พร้อมเสียงอยู่ประมาณ 50 วินาที หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่หน้าจอปกติซึ่งจะมีการแสดงพร้อมเมนูแบบ Short-Cut ที่หน้าจอ ที่พร้อมให้เราเข้าใช้งานได้ทันที นอกจากนี้หากเป็นกรณีที่เปิดใช้งานเครื่องใหม่ๆ ก็จะมีการตั้งค่าเพิ่มเติมในส่วนของวันที่ Time Format หรือ Time Zone รวมถึง Region Time และการตั้งค่า Calibrating และการ Align Screen เป็นต้น

หน้าจอ จะมีหน้าจอแบบสัมผัส TFT-LCD touch panel 65,000 สี ขนาด 2.8 นิ้ว (QVGA 320 x 240 พิกเซล) โดยจอแสดงผลทั้งสองนั้นสามารถแสดงผลการทำงานบอกรายละเอียดการทำงาน สถานะต่างๆของเครื่องได้มากมายตามมาตรฐาน รวมถึงการตั้งค่าการแสดงผลบนหน้าจอต่างๆ ทั้งการตั้งค่าภาษาพื้นที่ใน Regional settings, ตั้งรูปภาพพื้นหลังด้วยรูปถ่าย, รูปแบบ Theme เมนู, การตั้งค่าแสงไฟหน้าจอ, ตั้งค่ารูปแบบการใช้งานหน้าจอตามถนัด ที่มีให้เลือกทั้งแบบ Portrait, Landscape (ใช้งานจอแบบแนวนอนสำหรับผู้ถนัดซ้าย และขวา, เลือกขนาดของตัวหนังสือ (Text Size) หรือแม้แต่การเลือกรูปแบบของฟอร์แม็ตการแสดงวันที่ เดือน ปี ก็สามารถให้เราได้เลือกได้ตามการใช้งานได้มากมายหลายรูปแบบอีกด้วย ส่วนของการแสดงเมนูแบบสแตนด์บายนั้นเราสามารถเลือกตั้งค่าแสดงเมนูได้เองตามความถนัดโดยสามารถตั้งแสดงเมนูได้สูงสุดเพียงแค่ 7 เมนูเท่านั้นซึ่งก็ต้องเลือกเอาตามลำดับเมนูที่สำคัญที่สุด

รูปแบบเมนู เนื่องจาก O2 XDA Zinc นั้นจะใช้ระบบปฏิบัติการของ Microsoft Windows Mobiles OS เวอร์ชั่น 5.0 เพื่อขับเคลื่อนการทำงานของตัวเครื่อง ทำให้ในส่วนของการแสดงเมนูนั้นยังคงรูปแบบหลักของ Windows Mobile ไว้ได้อย่างครบถ้วนซึ่งก็เป็นที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว สำหรับ User Interface ที่คุ้นตากับการเลือกใช้งานเมนูด้วยการผ่านจุดเริ่มที่เมนู Start บนวินโดว์เมนู แล้วใช้การควบคุมการเลือกเมนูต่างๆ ได้ผ่านปลายปากกา Stylus หรือผ่านบนปุ่มเมนูแบบ 5 ทิศทางก็ได้ตามความสะดวก และตามความถนัดของผู้ใช้งานแต่ละคน

ขุมกำลัง ด้วยการใช้ระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Mobile 5.0 ที่ทำงานร่วมกับหน่วยประมวลผลของ Intel XScale® PXA270 Processor ที่ 520 MHz + Intel Hermon พร้อมกับการทำงานของหน่วยความจำในเครื่องแบบ RAM 64 MB และ Flash ROM 128 MB ช่วยทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้ได้มากดีทีเดียว

เสียงเรียกเข้า รองรับไฟล์เสียงในไฟล์ฟอร์แม็ตอย่าง MIDI, MP3, WAV ในระดับ 64 โพลีโฟนิก รวมไปถึงการตั้งรูปแบบเสียงใน Sound & Notifications ได้หลากหลายแบบทั้ง เสียงโทรเข้า Incoming call พร้อมการแสดงการเตือนที่เลือกได้แบบ Ring สำหรับเสยงเพลงอย่างเดียว, Increasing ring สำหรับเสียงค่อยๆ ดัง, Ring once เสียงดังเตือนครั้งเดียว, Vibrate สำหรับการสั่นเตือน, Vibrate and ring สำหรับเลือกการสั่นพร้อมเสียง, Vibrate then ring สำหรับการสั่นก่อนแล้วค่อยมีเสียงเพลง และ None สำหรับปิดการเตือนทุกอย่าง นอกจากนี้ยังสามารถเลือกรูปแบบการเตือนอื่นๆ ได้อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นเสียงเตือนสำหรับการเชื่อมต่อ และการรับ-ส่งข้อความต่างๆ รวมถึงการเตือนนัดหมายด้วย รวมถึงการเลือกเปิด-ปิดเสียงการสัมผัสหน้าจอ (Screen taps) และเสียงปุ่มกดเมนู (Hardware buttons) ได้ด้วยโดยทั้งหมดนี้สามารถเข้าไปตั้งค่าได้โดยเข้า Start > Settings > Sound & notifications แล้วเลือกการตั้งค่าต่างๆทั้ง Sounds สำหรับการเลือกเปิดเสียง และ notifications สำหรับการเลือกการเตือน ซึ่งจะมีปุ่ม Play/Stop สำหรับการใช้ทดลองฟังก่อนการเลือกบันทึกค่าที่ต้องการได้ก่อนด้วย

สมุดโทรศัพท์ ด้วยความสามารถที่เป็นเสมือนผู้ช่วยในการจดจำ บันทึก และจัดเรียงหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ใช้บันทึกไว้ได้อย่างละเอียด จึงทำให้การใช้งานด้านสมุดโทรศัพท์นี้ทั้งรวดเร็วและทันใจแบบส่วนตัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทำรายการได้ทั้งในเครื่อง และในซิมการ์ดก็ได้รวมถึงการจัดเรียงรายการ, การคัดลอก, ลบ และย้ายข้อมูลต่างๆ ก็สามารถทำได้หมดสำหรับการจัดการรายการในสมุด Contact แถมการลงโพรไฟล์ต่างๆ ใน 1 เบอร์โทรนั้นจะสามารถลงบันทึกรายละเอียดได้มากมายตั้งแต่ ชื่อนาม-สกุล,เบอร์บ้าน,เบอร์ที่ทำงาน,เบอร์มือถือ,เบอร์ที่ทำงาน, เบอร์แฟกซ์, วันเกิด, วันครบรอบต่างๆ, ที่อยู่รหัสไปรษณีย์ต่างๆ, เลขบัตรประชาชน, ตั้งค่า Video Call สำหรับการสนทนาแบบเห็นหน้าผ่าน 3G และรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายแบบครบถ้วน นอกจากนี้แล้วยังสามารถตั้งการโทรและสั่งงานด้วยเสียง Voice Commander สำหรับการเรียกโทรออกด้วยเสียงได้ด้วย ซึ่งสามารถตั้งค่าการบันทึกเสียงได้โดยเข้าที่ Start > Programs > Voice Commander หรือจะเลือกแสดงรายการในสมุดโทรศัพท์สำหรับมุมมองใน List view ทั้งแบบแสดงแต่ชื่ออย่างเดียว หรือแสดงแบบมีแถบบาร์ตัวอักษรแสดงในแบบ Show alphabetical index ก็ได้ตามถนัด

การเชื่อมต่อ มีระบบเชื่อมต่อการโอนถ่าย หรือ Syncronizing ข้อมูลที่ทันสมัยทั้งแบบผ่าน Bluetooth และ อินฟราเรดพอร์ต (IrDA Port) ในแบบไร้สาย หรือหากต้องการ Syncronizing แบบใช้สายดาต้าไปยังเครื่อง PC แบบผ่านช่อง mini-USB ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นกัน หากต้องการจะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็ทำได้ด้วย xHTML/HTML/WAP 2.0 Browser/Pocket IE ผ่าน GPRS Class 10 แม้แต่ WCDMA 2100 หรือที่เรียกว่า 3G ก็รองรับได้เช่นกัน ที่สำคัญในตัวยังรองรับ Wireless LAN (Wi-Fi 802.11b+g) สำหรับระบบแลนไร้สายที่ทันสมัยสุดๆ ด้วย พร้อมกันนี้คุณยังสามารถส่งข้อความผ่านรูปแบบ SMS, MMS, IM, Email แบบ POP3/Hotmail/Gmail/Yahoo mail/ Direct Push mail หรือ Outlook ก็สามารถทำได้อย่างครบถ้วน การรองรับ Java Micro Edition (J2ME) ก็ดูจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ด้วยอีกเช่นกัน นอกจากนี้ช่องเสียบหูฟังก็เป็นแบบ Jack ขนาด 2.5 มิลลิเมตรที่เสียบต่อได้สะดวกอีกด้วย

กล้องถ่ายรูป ระดับ 2 ล้านพิกเซลพร้อมระบบฟิกซ์โฟกัส (2.0 Megapixels CMOS fixed-focus camera) แสดงผลแบบแนวนอน หรือที่เรียกว่า Lanscape มาพร้อมกับระบบซูมดิจิตอล และไฟแฟลชแบบ White LED strobe flash รวมถึงมีกระจกสะท้อนเงาสำหรับการถ่ายภาพแบบ Self Portrait ในตัว โดยกล้องถ่ายภาพที่ติดตัวมาให้นี้สามารถใช้สำหรับบันทึกได้ทังภาพนิ่ง (Still Image : JPEG) และบันทึกวีดีโอเคลื่อนไหวพร้อมเสียง (Video : 3GP/MPEG-4) เลือกเข้าใช้งานได้โดยเลือกผ่านเมนูโดยเข้า Start > Programs > Camera หรือจะกดเข้าใช้งานแบบทันใจที่ปุ่มชัตเตอร์ที่อยู่ด้านข้างเครื่องก็ได้ ส่วนการปรับตั้งหน้ากล้องสำหรับการถ่ายภาพนิ่งนั้นก็มีมาให้มากมาย (ตั้งค่าโดยการแตะไปบนไอคอนที่อยู่หน้าจอ หรือเข้าไปตั้งค่าอื่นด้วยการแตะที่ Menu) เพื่อการตั้งค่าอ็อปชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเลือกโหมดซีน (Scene) แบบ Auto/Night/Sports, เปิดปิดเสียงชัตเตอร์ (Shutter sound), เลือกพื้นที่จัดเก็บภาพ (Storage), ตั้งเวลาถ่ายภาพ (Timer) แบบ 5 และ10 วินาที, เลือกปรับค่า EV ตั้งแต่ -2.0 จนถึง +2.0, เลือกโหมด (Mode) การบันทึกแบบ Auto/Day/Cloudy/Fluorescent/Night, เลือกคุณภาพของภาพ (Picture Quality) ตั้งแต่ Nomal/Fine/Super Fine, เลือกขนาดภาพ (Picture Size) ที่ 80x60/160x120/320x240/640x480/1280x960/1600x1200, เลือกใส่เอฟเฟกท์ภาพ (Effect) ได้ทั้งแบบ Normal/Black-White/Sepia/Nagative film/Solarization/Sketch/Emboss/Moonlight, เลือก Flash Mode แบบ Auto/Forced Flash/No Flash, เลือก Zoom แบบ 1x/1.25x/1.5x/2x/2.5x ตั้งเวลา Seft Timer แบบ Off/5/10 วินาที, ตั้งถ่ายภาพต่อเนื่องในโหมด Burst ที่ให้ผู้ใช้ได้เลือกแบบ Off/4/9 ชอต, เลือกใส่ Frame ในภาพ (เฉพาะขนาด 320x240 เท่านั้น), เลือกใส่ Effect แบบ Normal/Black-White/Negative/Sepia, เลือก Save to สำหรับที่จัดเก็บและบันทึกทั้งใน Storage Card และ Main Memory, เลือกตั้งค่า Advance ต่างๆ สำหรับ Camera/Video/Color Adjustment/MMS Mode/General/Brightness/File Name หรือ AC Frequency แบบ 50Hz/60Hz ได้เป็นต้น และหากต้องการรีเซ็ทเพื่อตั้งค่าเริ่มต้นเดิมของกล้องก็ทำได้ทันทีเพียงเลือก Reset Camera Settings เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าการใช้งานกล้องนั้นค่อนข้างทำได้หลากหลาย ทั้งการเลือกโหมด รวมถึงการตั้งค่ากล้องได้ครบถ้วนตามความจำเป็นจริงๆ ครับ นอกจากนี้การตั้งค่าหน้ากล้องนั้นก็สามารถใช้ปากกาแตะไปที่ตัวไอคอนที่แสดงบนจอได้เลยทันทีเรียกว่าจะเลือกตั้งค่าใดก็ใช้ปากกาแตะลงไปที่รูปไอคอนนั้นๆ ได้เลยทันที ส่วนการตั้งค่าการบันทึกวิดีโอนั้นก็จะคล้ายๆ กับการตั้งค่ากล้องถ่ายภาพนิ่งเพียงแต่การถ่ายแบบวิดีโอนั้นจะมีการเลือกตั้งค่าขนาด Video Size แบบ 128x96/176x144, เลือกเปิด-ปิดไฟแฟลช (Flash Mode On/Off), เลือกโหมดบันทึเสียงพร้อมภาพ หรือปิดการบันทึกเสียงก็ได้ สำหรับการใช้ปุ่มควบคุมกล้องนั้นนั้นก็ให้ใช้ปุ่มควบคุมเมนู Navigation key ในการปรับเลือกค่าต่างๆ ครับ

เครื่องมือมีเดีย มี O2 Media Plus สำหรับใช้งานด้านความบันเทิงด้วยอินเตอร์เฟซเดียวกันทั้ง Windows Media Player v.10 พร้อมระบบควบคุม Equaliser สำหรับการเลือกทั้งการดูหนัง ฟังเพลง ทำได้หมดทั้งเครื่องเล่นเพลง (Music Player) ที่รองรับไฟล์ MIDI, MP3, WMA, WAV, AMR-NB, AAC ทั้งยังเป็น เครื่องเล่นวิดีโอ (Video Player) MPEG-4, 3GP, H.263 format พร้อมกับแสดงเสียงผ่านลำโพงได้ในตัว หรือใช้หูฟังสเตอรีโอก็สามารถทำได้ดีอีกด้วย

หน่วยความจำ ถึงแม้ภายในเครื่องจะมีหน่วยความจำเครื่องรองรับมาให้ทั้งแบบ SDRAM 64 MB และ FLASH ROM 192 MB ซึ่งทำงานได้ตามแล้ว ผู้ใช้ยังสามารถเพิ่มการ์ดความจำจากภายนอกด้วย miniSD Card ได้ เพื่อการเก็บรักษาข้อมูลที่จำเป็นทั้งภาพและเสียง รวมถึงข้อมูลสำคัญอื่นๆ ได้อย่างเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้ทีเดียว

เมนูเสริมและเครื่องมือที่น่าสนใจ โดยนอกจากเครื่องมือหรือโปรแกรมพื้นฐานอย่างพวก Pocket Excel, Pocket Word สำหรับการพิมพ์ หรือใช้สำหรับอ่านงานเอกสาร โปรแกรม ClearVue PDF + PPT โปรแกรมอ่าน E-book, PowerPoint, Microsoft Outlook รวมถึงโปรแกรมสำหรับแบ็กอัพเพื่อเก็บรักษาข้อมูลอย่าง Jeyo SMS Backup แล้ว ยังมีการการติดตั้งโปรแกรมเสริมพิเศษสำหรับเครื่อง O2 อย่าง O2 Auto Install สำหรับใช้ลงแอ็ปพลิเคชั่นได้ตามต้องการแบบฉับไว, โปรแกรม O2 Phone Plus สำหรับจัดการรายชื่อ เบอร์โทรในสมุดโทรศัพท์เพื่อการคาดเดาชื่อที่ต้องการโทรออกแบบอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้แล้วยังมีโปรแกรมและแอปพลิเคชั่นดีๆ ที่จำเป็นมาให้ใช้งานอีกมากมายไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม O2 Plus, XT9 (ระบบพิมพ์ข้อความอัจฉริยะเฉพาะภาษาอังกฤษ), Windows ActiveSync 4.2 , O2 SMS Plus, MMS Client, Windows Media Player 10 Mobile, Internet Explorer Mobile, Pocket MSN, O2 Autoconfig, Code Wallet Pro, Cyberon Voice Commander, Photo Editor, Voice Speed Dial, File Explorer, WorldMate, Self Diagnostics, Video Telephony, Wireless Manager และโปรแกรมอีกมากมายที่แถมมากับ CD ROM ในชุดแพ็กเกจ O2 XDA Zinc ครับ

ข้อสังเกต
แม้ว่า O2 Xda Zinc นั้นจะมาพร้อมกับความโดดเด่นในเรื่องของฟีเจอร์เครื่องที่ดูจะโดนใจนักธุรกิจรุ่นใหม่เป็นอย่างมาก แต่หากพูดถึงในเรื่องของรูปลักษณ์ และการออกแบบแล้วถือว่ายังไม่ค่อยสะดุดตา หรือสวยงามจนเราต้องตกตะลึงสักเท่าใดนัก แม้ว่าจะใช้ระบบปฏิบัติการอย่าง Microsoft Windows Mobile 5.0 ที่ใครๆ ต่างก็ชอบใจก็ตามที แต่มันก็ยังมีจุดบกพร่องบางอย่างที่เราเจอในขณะทดสอบเครื่องก็คือ การทำงานของเครื่องที่ไม่ค่อยเสถียรเท่าใดนัก กับอาการค้าง หรือประมวลผลช้าในบางโปแกรมที่เราใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกล้องถ่ายรูปที่กดที่ดูจะมีปัญหากับเรื่องนี้มากที่สุด ส่วนเรื่องความครบถ้วนของโปแกรมเสริม และเครื่องไม้เครื่องมือนั้นต้องขอบอกว่าครบเครื่อง และสามารถชดเชยจุดบกพร่องเล็กๆ น้อย ตามที่ได้กล่าวมา ได้อย่างดีทีเดียวครับ เรียกว่าคุ้มค่ามากหากซื้อมาใช้งานกันแบบจริงๆ จังๆ

สรุปผลการทดสอบ
จุดความน่าสนใจของ O2 Xda Zinc นั้นจะอยู่ที่ความสามารถทางด้านธรกิจ และธุรกรรม ที่มีเครื่องมือ และโปแกรมเสริมดีๆ ติดเครื่องมาให้อย่างครบถ้วน รวมถึงการติดตั้งคีย์บอร์ด QWERTY ในตัวที่สไลด์เก็บได้ จึงให้ความรู้สึกสะดวกเวลาใช้งานได้คล้ายกับใช้งานเครื่อง PC อยู่ได้ไม่น้อยทีเดียว ส่วนเรื่องการออกแบบนั้นต้องขอบอกตามตรงเลยว่ายังคงไม่สะดุดตาและแตกต่างจาก Xda รุ่นที่ผ่านๆ มาเท่าใดนัก หากปรับแต่งรูปลักษณ์ และการออกแบบให้ดูทันสมัยกว่านี้รับรองว่าจะน่าสนใจกว่านี้มาก สำหรับการใช้งานแล้วหากตัดข้อบกพร่องในเรื่องของอาการแฮงก์ที่เกิดขึ้นในบางโปรแกรมที่เราเปิดใช้งานออกไป ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เข้ามาตรฐานใช้งานได้ค่อนข้างดี ส่วนเรื่องคุณภาพนั้นยังถือว่าอยู่ในมาตรฐานของแบรนด์ O2 ทุกประการซึ่งหากเป็นแฟนเครื่อง O2 กันอยู่ก่อนแล้วก็อาจจะพอใจกับความสามารถของ Xda Zinc เครื่องนี้อย่างแน่นอน สำหรับเรื่องราคาขายนั้นตอนนี้เรายังไม่ได้รับการเปิดเผยจากต้นสังกัดแต่อย่างใด

เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ : บริษัท สปาร์ค คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด

สนับสนุนเนื้อหาโดย



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

รีวิว มือถือ
AK Mobile (1)
Asus (4)
BenQ-Siemens (1)
Dmobo (1)
Dopod (1)
GNET (5)
i-mobile (12)
Lenovo (1)
LG (6)
Motorola (11)
Nokia (37)
O2 (1)
Panasonic (2)
Samsung (23)
Siemens (1)
Sony Ericsson (13)
OTHERs (17)
รีวิว พีดีเอโฟน
ASUS (3)
Dopod (4)
HP IPAQ (2)
HTC (6)
MIO (3)
Palm (3)
XDA (5)
Others (4)
helper end
ดูสนุกคลาสสิฟายด์ทั้งหมด

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: รีวิว O2 Xda Zinc

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 19

  1. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  2. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  3. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  4. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  5. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  6. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  7. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  8. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  9. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  10. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

  11. Re: รีวิว O2 Xda Zinc

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้