มือถือ โทรศัพท์มือถือ พีดีเอ กล้อง กล้องดิจิตอล คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เครื่องเล่นเพลง MP3 Player เทคโนโลยี ไอที ราคามือถือ รีวิว ทิปและเทคนิค
 
 
  ค้นหาเรื่องไฮเทค  
หน้าแรก > เครื่องเล่นเพลง > แค๊ตตาล๊อคเพลง > Apple

Apple


รีวิว Apple iPod Nano 2nd


Introduction Apple iPod Nano 2nd



สวัสดีครับ หลังจากที่กระแสโน้ตบุ๊ก Core 2 Duo มาแรงไปแล้ว เราก็จะมาดูรีวิวเบาๆ กับเครื่องเล่น MP3 เบาๆ จาก Apple กันบ้าง แน่นอนครับ มันต้องเป็น iPod Nano รุ่นที่ 2 ซึ่งได้แปลงโฉมจาก Nano รุ่นแรกไปอย่างเห็นได้ชัดเลย เราไปติดตามกันเลยดีกว่าว่า Nano รุ่นที่ 2 นี้มีอะไรน่าเล่นกันบ้าง

Specification iPod Nano 2nd



Apple ได้วางขาย iPod 3 ขนาด 2 / 4 / 8 GB โดย Nano รุ่น 2 GB จะมีสีขาวเพียงอย่างเดียว ส่วนรุ่น 4 GB จะมีให้เลือก 4 สี คือ สีขาว เขียว ฟ้า ชมพู ส่วนรุ่น 8 GB จะมีรุ่นสีดำเพียงรุ่นเดียว และ Apple ยังออกรุ่น Special Edition ตัวถังสีแดง ซึ่งมีขนาด 4 และ 8 GB

Build & Design iPod Nano 2nd

Nano รุ่นที่ 2 มันมีรูปร่างแตกต่างจาก Nano รุ่นแรก โดยรุ่นที่ 2 จะมีรูปร่างเหมือนกับเอาท่อโลหะมาบีบ ให้แบน ตัดหัว ตัดท้าย แล้วติดหน้าจอ LCD และ Click Wheel สำหรับควบคุมไว้ที่ด้านหน้าตามสไตล์ Apple iPod

Accessories



ในกล่องสีเหลี่ยมใสของ iPod Nano รุ่นนี้จะมี

- ตัวเครื่อง iPod Nano
- หูฟัง (ไม่มีฟองน้ำครอบหูฟัง)
- สาย USB สำหรับโอนไฟล์และชาร์จไฟ
- Dock adapter
- คู่มือ Quick Start

iPod Nano ตัวนี้มันสวยตั้งแต่ยังไม่ซื้อเลยครับ ตัวกล่องเป็นพลาสติกใสทำให้เราเป็นรูปร่างหน้าตา iPod ที่อยู่ด้านใน ส่วนอุปกรณ์ที่ให้มาก็เป็นอุปกรณ์พื้นฐานนะครับ แต่มีข้อสังเกตคือ หูฟังไม่ได้ให้ฟองน้ำมาด้วย และในกล่องไม่ได้ให้ CD โปรแกรม iTune มา ทั้งๆที่ต้องใช้โปรแกรมนี้โอนไฟล์เพลงเข้าสู่ iPod ของเรา แถมโปรแกรม iTune ก็มีขนาดไฟล์ประมาณ 35 MB ดังนั้น ถ้าใครไม่ได้ใช้ Hi Speed Internet ก็ต้องเสียเวลา Download ประมาณ 4-6 ชั่วโมง อึม . . . :(

Handling Body Design



สินค้าของ Apple ค่อนข้างขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์อยู่แล้ว เจ้า Nano รุ่นใหม่นี้ก็เช่นกัน ถ้าดูจากรูปร่างจะเห็นว่าตัวเครื่องจะมีขนาดค่อนข้างเล็กและเพรียวบาง วัสดุส่วนใหญ่ทำจากอลูมิเนียม เคลือบสีเมทัลลิกเงาวาว ส่วน Click Wheel สำหรับควบคุมตัว iPod เป็นวัสดุคล้ายพลาสติกสีขาว แต่เนื่องจากตัวเครื่องที่เราได้รับมาทดสอบคงผ่านมาหลายมือ ดังนั้น ส่วน Click Wheel ที่เดิมเคยขาวจั๊วกลับหม่นลงคล้ายๆ ยางลบที่เอาไปลบดินสอยังไงยังงั้น



ด้านบนจะเห็นปุ่ม Hold สำหรับป้องกันการกด Click Wheel โดยไม่ได้ตั้งใจ




ทางด้านล่างจะมีช่องต่อสำหรับชาร์จไฟ และโอนถ่ายข้อมูลกับคอมพิวเตอร์ กับช่องเสียบสายหูฟังซึ่งตัว iPod ตัวนี้ทำออกมาค่อนข้างกระชับกับแจ็คหูฟังเลย ประมาณว่าถ้าเดินอยู่แล้ว iPod ตัวนี้เกิดหลุดมือมันจะไม่ตก พื้นถ้าหูฟังไม่หลุดจากหูของเรานะครับ



ทางด้านหลังจะเห็นโลโก้ของ Apple อย่างชัดเจน และเหมือนกับ Click Wheel คือ เมื่อผ่านหลายมือมันก็หม่นครับ


มันเป็นความโชคดีเล็กๆ ที่เราได้รับ iPod ที่ผ่านการทดสอบจากทีมงานอื่นๆมาแล้ว ทำให้เราทราบว่า iPod เวลามันเก่ามันจะเป็นอย่างไร อย่างแรกปุ่ม Click Wheel และโลโก้ที่อยู่ด้านหลังจะหม่นเป็นสีเทาๆ และสีอาจลอกตามขอบด้านบนและด้านล่างซึ่งยังมีลักษณะเป็นเหลี่ยมมุมอยู่ แต่เรายังไม่พบรอยขีดข่วน ที่บริเวณตัวถังและหน้าจอเลย โดยรวมแล้วเรื่องความทนต่อรอยขีดข่วนจัดว่าดีกว่า Nano รุ่นเดิมไม่น้อยเลยครับ

LCD Display

จอ LCD ของ Nano รุ่นที่ 2 มีขนาด 1.5 นิ้ว ความละเอียด 176x132 พิกเซล พร้อมระบบปิด Backlight เมื่อไม่มีการสัมผัสปุ่มใดๆ บนตัวเครื่องเพื่อประหยัดพลังงาน หน้าจอ LCD ของ Nano ตัวนี้ใช้ดูชื่อเพลงกลางแจ้งได้สบายๆ แต่ถ้าใช้ดูรูปก็บอกเลยว่ามันเล็กไป (ก็หน้าจอมันเล็กกว่าจอมือถือนิ)



ถ้านึกไม่ออกว่าหน้าจอ iPod เป็นยังไงก็ลองนึกถึงจอโทรศัพท์มือถือราคาประมาณ 8000 – 10000 นะครับ ก็ต้องบอกว่า iPod Nano รุ่นที่ 2 มันสว่างกว่ารุ่นแรกจริงๆ แต่ผมยังบอกไม่ได้ว่าทำได้สว่างกว่า 40% ตามที่ Apple บอกหรือเปล่า

Sound Quality

ต้องบอกก่อนว่าผมไม่ใช่คนหูทอง แต่เป็นคนที่มีหูปกติสามารถได้ยินเสียงทุกย่านได้เหมือนคนทั่วไป ก่อนจะพูดถึงเรื่องคุณภาพของเสียงคงต้องขอคุยเรื่องหูฟังก่อน หูฟังของ iPod ที่แถมมาด้วยเป็นหูฟังธรรมดา ตัวกรอบทำจากพลาสติกสีขาว มีขอบยางสีเทาอยู่รอบๆลำโพง แต่ไม่ได้แถมฟองน้ำมาให้



เท่าที่ทดลองสวมใส่ดูรู้สึกว่ามันหลวมนิดๆ ซึ่งอาจเป็นเพราะผมชินกับหูฟังที่มีฟองน้ำรองอยู่ก็ได้ อ้อสำคัญมาก หูฟังที่แถมมา เรียกได้ว่าแทบไม่กันเสียงรอบข้างเลย แต่เรื่องนี้ผมไม่เรียกว่าเป็นข้อเสียนะครับ (เพราะบางคนต้องการฟังเพลงไป แล้วพูดคุยกับคนอื่นด้วย)

สำหรับคุณภาพเสียงเมื่อฟังในที่เงียบสนิทอยู่ในระดับปานกลางถึงค่อนข้างดี คือ เสียงแหลมค่อนข้าง Ok เสียงเบสจะเบา และสูญเสียรายละเอียดไปบ้าง แต่ถ้าคุณฟังในที่มีเสียงรอบข้างอย่างเช่น ในรถเมล์ เครื่องบิน คุณจะพบว่าเสียงบางช่วงจะถูกกลบไปเลย โดยรวมแล้วถ้าคุณต้องการเพียงฟังเพลง เพราะหูฟังที่แถมมา มันก็พอฟังได้นะครับ โดยคุณภาพจะอยู่ในระดับประมาณหูฟังแถมของเครื่องเล่น MP3 ที่มียี่ห้อหน่อย แต่ถ้าคุณต้องการคุณภาพเสียงที่ดีขึ้นไปอีกก็แนะนำ ให้ซื้อหูฟังตัวใหม่มาดีกว่า หรือใช้หูฟังที่คุณใช้อยู่มาเสียบกับ iPod ตัวนี้ได้เลย (ผมเชื่อว่าคนที่ซีเรียสกับเสียงเพลง จะมีหูฟังส่วนตัวนะครับ)

Software & Utility iPod Nano

User Interface



หน้าจอเมนูจอง iPod Nano ตัวนี้จะเหมือนกับ Nano รุ่นแรกคือ มันจะแบ่งเมนูเป็นหมวดหมู่คล้ายระบบ Directory เท่าที่ลองใช้งานเมนูของ Nano ดูก็รู้สึกว่ามันใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อนเกินไป ซึ่งน่าจะเป็นผลจากหน้าจอ LCD ที่สามารถแสดงผลได้ 6 บรรทัด (ไม่นับหัวข้อเมนูด้านบน) และการควบคุมด้วย Click Wheel ที่ทำให้เราเลือกเมนูได้ด้วยการสัมผัสเพียงครั้งเดียว

สำหรับการแสดงชื่อเพลงภาษาไทยนั้นต้องบอกว่าในขณะที่ผมได้รับเครื่องมารีวิวยังไม่เจอ Firmware ที่ทำให้ iPod ตัวนี้แสดงชื่อเพลงภาษาไทยได้นะครับ แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานน่าจะมี Firmware พวกนี้ออกมานะครับ

Software



สำหรับลูกเล่นเพิ่มเติมของ Nano ที่นอกจากการฟังเพลงก็คือ โปรแกรม Organizer อย่างเช่น Contact, Calendar, Stopwatch รวมถึงเกมเล็กๆที่สร้างความเพลิดเพลินได้เป็นอย่างดี ทำให้ iPod Nano เครื่องนี้มีความสามารถที่แหวกแนวกว่าเครื่องเล่น MP3 ทั่วไป แต่ Nano กลับไม่มีลูกเล่นที่เครื่องเล่น MP3 เขามีกันคือ วิทยุ FM และการอัดเสียง แต่ถ้าคุณต้องการฟังวิทยุจริงๆ Apple ก็มีอุปกรณ์เสริมให้ครับ และแน่นอนมันค่อนข้างแพงตามสไตล์ของ Apple เช่นกันครับ

Connection Software



โปรแกรมที่ต้องใช้ แต่ไม่ได้แถมมา คือ iTune เวอร์ชั่น 7 ซึ่งคุณต้อง Download เองที่ www.apple.com เจ้าโปรแกรมนี้จะทำหน้าที่คล้ายๆ Winamp หรือ Windows Media Player และยังใช้เป็นโปรแกรมสำหรับจัดการไฟล์สำหรับ iPod ไม่ว่าจะเป็นการ Rip CD, โอนไฟล์เพลงลง iPod รวมถึงใช้ซื้อเพลงจาก iTune Store ได้อีกด้วย แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยเราไม่สามารถซื้อเพลง จาก iTune Store ได้ เนื่องจากทาง iTune Store ยังไม่สามารถเก็บเงินคนที่อยู่ในประเทศไทยได้

Connection Speed



เครื่องเล่น MP3 ที่มีความจุสูงๆ จะหมดประโยชน์ทันทีถ้าการโอนไฟล์เพลงผ่าน เครื่องคอมพิวเตอร์เชื่องช้า เหมือนเต่า กรณีนี้คงไม่เป็นกับ iPod Nano รุ่นใหม่ตัวนี้เพราะจากการทดลองโอนไฟล์เพลงประมาณ 500 เพลง ขนาดไฟล์ประมาณ 2.25 GB มันจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที หรือเฉลี่ยวินาทีละ 3.75 MB ซึ่งถือว่าค่อนข้างเร็วเลยทีเดียว

Battery Life



ทางแอปเปิ้ลบอกว่า iPod Nano รุ่นที่ 2 สามารถฟังเพลงได้ต่อเนื่องถึง 24 ชั่วโมง หรือดูภาพ Slide Show พร้อมกับฟังเพลงไปเรื่อยๆ ได้ 5 ชั่วโมง ซึ่งเท่าที่ผมได้ทดลองนำเจ้า Nano ติดตัวเดินทางท่องเที่ยวไปกับผม 2 วัน 1 คืนโดยเปิดเพลงประมาณ 8 - 9 ชั่วโมง พร้อมกับดูรูปและเล่นเกมเป็นระยะๆ รวมระยะเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง แบตเตอรี่ของ Nano ก็เหลืออยู่ประมาณครึ่งหนึ่ง ผมมั่นใจว่าผมสามารถเที่ยวต่อได้อย่างน้อย 1 วันโดยที่เพลงของผมไม่สะดุด

ส่วนการชาร์จไฟผ่านสาย USB ที่แถมมาด้วย เท่าที่ทดลองชาร์จประมาณ 2 ชั่วโมง ปริมาณแบตเตอรี่ ที่แสดง บนหน้าจอก็เต็ม โดยรวมแล้วเรื่องแบตเตอรี่ของ Nano รุ่นที่ 2 นี่อยู่ในระดับที่ดีน่าพอใจเลยครับ

Conclusion



iPod Nano รุ่นที่ 2 เป็นการจับ Nano ตัวเดิมมาแต่งองค์ทรงเครื่องใหม่ ให้แข็งแรงทนทานขึ้น หน้าจอสว่างสดใสขึ้น และที่ขาดไม่ได้คือ ระบบควบคุมที่เป็นเอกลักษณ์จอง Apple หรือ Click Wheel ที่ใช้งานได้ง่ายมากๆ

อย่างไรก็ตามผมยังตั้งข้อสงสัยกับ iPod เรื่องที่มันไม่สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากที่คุณซื้อมันใหม่ๆ เพราะคุณต้องลง iTune ก่อน แถมเจ้า Nano ก็ไม่ได้แถม CD โปรแกรมมาให้ดังนั้นคุณต้องดาว์นโหลด iTune มาก่อน ในขณะที่เครื่องเล่น MP3 ทั่วไปเสียบสาย USB โอนไฟล์เพลงแล้วก็ฟังได้ทันที และอีกจุดหนึ่งคือ วิทยุ FM ที่ควรจะติดตั้งอยู่ใน iPod Nano ตัวนี้ได้แล้ว

จุดเด่นที่คนไทยไม่สามารถใช้งานได้คือ การซื้อเพลง และเกม ผ่าน iTune Store ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง นี่ถ้าเราสามารถใช้งานได้ ผมว่า Nano ตัวนี้จะดูหน้าใช้งาน มากขึ้นเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามโดยรวมแล้ว iPod Nano เป็นเครื่องเล่น MP3 ที่สวยหรูดูดีมีเสน่ห์อยู่ในตัวเอง ดังนั้นผมเชื่อว่าแฟนๆ iPod คงจะต้องหลงใหลกับ iPod Nano รุ่นใหม่ตัวนี้แน่นอน

จุดเด่น

- ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก รูปร่างหน้าตาสวยงาม
- ตัวถังแข็งแรงและทนรอยขีดข่วนได้ดีขึ้น
- ระบบควบคุม Click Wheel ตอบสนองรวดเร็วและใช้งานง่าย
- แบตเตอรี่ทำงานได้นาน
- มีลูกเล่นเพิ่มเติม เช่น ดูรูป เล่นเกม และโปรแกรม Organizer เล็กๆ

ข้อสังเกต

- ไม่มีวิทยุ FM, อัดเสียง
- เมื่อใช้งานนานๆ สีขาวบริเวณ Click Wheel และโลโก้ด้านหลังจะหม่น
- ไม่ได้แถม CD โปรแกรม iTune มาให้ด้วย
- ต้องใช้โปรแกรม iTune หรือโปรแกรม 3rd Party ในการโอนไฟล์เพลง (ขณะนี้ยังหาโปรแกรม 3rd Party ไม่ได้)

สนับสนุนเนื้อหาโดย
www.techxcite.com



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว  ครั้ง
 

แคตตาล็อค mp3
Apacer (9)
Apple (11)
Brica (7)
Cowon (3)
Creative (12)
Cube (16)
Iriver (18)
Kingston (1)
Leona (1)
MPIO (7)
Samsung (15)
Soken (3)
Sony (16)
XENN (8)
Others (1)
helper end
ดูสนุกคลาสสิฟายด์ทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้