รีวิว The New HTC Sense

รีวิว The New HTC Sense

รีวิว The New HTC Sense

The New HTC Sense

ก่อนอื่นต้องขอเท้าความก่อนว่า รีวิวนี้เป็นส่วนที่ผมแตกออกมาจาก รีวิว HTC One อีกที เพราะรายละเอียดของ The New HTC Sense หรือ Sense 5 (ขอเรียกชื่อหลังละกัน) มันเยอะมากจนผมคิดว่า ถ้ายัดลงไป ผู้อ่านได้อ่านกันตาลายแน่นอน ก็เลยต้องขอยกมารีวิวกันทีหลังเลยละกันนะครับ

แน่นอนว่า Sense 5 เอชทีซีไม่ได้จำกัดแค่ HTC One แค่รุ่นเดียวเหมือนปีที่แล้วที่ Sense 4 ไม่สามารถยัดใส่รุ่นปี 2011 ได้ เพราะความเกี่ยวข้องในเรื่องของฮาร์ดแวร์ และ Beats Audio แต่สำหรับ Sense 5 รุ่นเก่าๆ อย่าง One S/One X/One X+ และ Butterfly รวมถึง Droid DNA และ J Butterfly จะได้อัพเดตให้เป็น Sense 5 แน่นอนแล้ว ดังนั้นรีวิวนี้ก็ถือเป็นการรีวิวรอมของรุ่นดังกล่าวไปในตัวเลยละกันนะครับ

หมายเหตุ: รีวิวนี้อิงจาก HTC One ดังนั้นบางความสามารถจะไม่มีอยู่ใน One S/One X/One X+/Butterfly ตามที่เอชทีซีบอกไว้ล่วงหน้าแล้วนะครับ

ขั้นตอนการตั้งค่าตัวเครื่องครั้งแรก

ใน Sense 5 เอชทีซีเปลี่ยนวิธีการตั้งค่าตั้วเครื่องในครั้งแรกใหม่หมด โดยเราสามารถเลือกได้ว่าจะตั้งค่าตัวเครื่องอย่างไรบ้าง เช่นตั้งค่าเองเหมือนเมื่อก่อน หรือเลือกที่จะกู้คืนการตั้งค่าเก่าจากเซิร์ฟเวอร์ โอนถ่ายการตั้งค่าจากรุ่นเก่าของเอชทีซี ซัมซุง โมโตโรล่า หรือแม้แต่ iPhone หรือจะใช้ HTC Get Started เป็นต้นครับ

Home Screen & HTC BlinkFeed

เมื่อทำการตั้งค่าตัวเครื่องเริ่มต้นเสร็จ เราก็จะมาเจอกับหน้าแรกสุดของ Home Screen ใน Sense 5 นั่นก็คือ HTC BlinkFeed ครับ ตัว BlinkFeed เราต้องกำหนดเนื้อหาให้มันเสียก่อน ว่าจะให้แสดงเนื้อหาอะไรบ้าง เช่นบทความล่าสุดของ The Verge/TechCrunch/ESPN เป็นต้น ซึ่งก่อนหน้านี้ ถ้าเราทำการล็อกอินเข้า Facebook และ Twitter แล้ว ตัว BlinkFeed ก็จะไปดึง Activity ล่าสุดของเพื่อนของเราเข้ามาแสดงที่ตัว BlinkFeed เองก่อนครับ

การตั้งค่า BlinkFeed ของเรา ทำได้โดยการดึง BlinkFeed ที่อยู่บนสุด 1 ครั้ง และกดปุ่มเมนูเพื่อเข้าสู่การตั้งค่าครับ แต่สำหรับคนที่ไม่อยากใช้ BlinkFeed จริงๆ เอชทีซีก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น เพราะเอชทีซียังมีหน้า Home Screen ว่างๆ ให้อีก 2 หน้า เพิ่มได้สูงสุด 4 หน้า ซึ่งเมื่อรวมกับหน้า BlinkFeed แล้วเท่ากับว่า Sense 5 จะมี Home Screen เพียงแค่ 5 หน้าเท่านั้น ซึ่งไม่เหมือน Sense เวอร์ชันก่อนหน้าที่มีมาให้ถึง 7 หน้า แต่ยังไงก็ตามเรายังสามารถกำหนดได้ว่าจะให้หน้า Home Screen ตัวไหนเป็นหน้าหลักของเรา ในกรณีที่ไม่อยากให้ BlinkFeed มาเป็นหน้าหลักเวลากดปุ่ม Home กลับออกไป เพราะถ้าไม่กำหนด หน้าหลักก็จะเป็น BlinkFeed เสมอครับ

แต่ถ้าไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ ก็ไปหา Launcher มาติดตั้งเพิ่มเติมได้ตามความสะดวกครับ

App Drawer

App Drawer เป็นสิ่งที่เอชทีซีทำได้เกรียนสุดๆ แล้วล่ะครับ ใน Sense 5 ตัว App Drawer จะเปลี่ยนสไตล์ให้เหมือนกับ BlinkFeed เปี๊ยบ! คือการตั้งค่ารวมถึงทางลัดเข้า Play Store ทำได้โดยการดึง App Drawer ลงมา ส่วนการเปลี่ยนหน้า App Drawer ก็กลับไปใช้แนวทางเดิมของ Android สาย 2.x คือเลื่อนขึ้น-ลง แทนเลื่อนซ้าย-ขวาที่เป็นของสาย 4.x ครับ

สิ่งที่เปลี่ยนไปจาก Sense ตัวก่อนหน้าทั้งหมดก็คือ ขนาดของ App Drawer ใน Sense 5 จะมีแค่ 3x4 และ 4x5 เท่านั้น อันหลังผมไม่แปลกใจ แต่อันแรกนี่สิ... มาแบบแปลกมาก ปกติคนเค้าจะพยายามยัดเยียดให้มีไอคอนแอพพลิเคชันให้มากที่สุดในหนึ่งหน้า แต่กลับกัน เอชทีซีกลับใช้วิธีการในการวางไอคอนให้มีพื้นที่ว่างมากที่สุด ดูๆ ไปแล้ว ผมว่ามันก็สวยอีกแบบน่ะนะ

และนอกจากนี้ Sense 5 สามารถจัดแอพพลิเคชันตามความต้องการของเราได้แล้ว เช่นการจัดแอพพลิเคชันด้วยตนเอง เรียงตามตัวอักษร และจัดตามความบ่อยในการใช้งาน สิ่งที่พิเศษกว่า App Drawer ของ Vanilla Android ก็คือ ตัว Drawer ของ Sense 5 ถ้าเราเลือกการแสดงผลบน Drawer แบบ Custom เราจะสามารถใช้ Folder ภายใน App Drawer (ที่ปกติจะใช้ได้เฉพาะ Home Screen กับ Launch Bar) เพื่อจัดกลุ่มแอพพลิเคชันที่เราต้องการได้แล้ว เช่นการโยกแอพพลิเคชันของ Google เข้าที่เดียวกันเป็นต้นครับ

เพิ่ม – ลด Widget ในหน้า Home Screen

ตัววาง Widget ยังคงเหมือนกับ Sense 4 ครับ คือกดค้างบนพื้นที่ว่างในหน้าจอเพื่อเรียกหน้ารวม Widget ออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น Widget ไม่ได้แบ่งแยกเป็นตระกูลเหมือนกับ Sense 4 แล้ว ต้องใช้เวลาในการงมหา Widget ที่ต้องการอยู่นานพอสมควร

Notification

น่าจะเป็นส่วนที่เอชทีซีไม่ได้เข้าไปยุ่งกับมันมากแล้วนะครับ Notification ของ Sense 5 จะเหมือนกับ Notification ของ Vanilla Android ทุกประการ ลากสองนิ้วขึ้น-ลง เพื่อดูเนื้อหาของ Notification เพิ่มเติมได้ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาคือปุ่มเรียก Settings ตรงมุมขวาบน ซึ่งก็เหมือนกับ Sense 4+ ที่ใช้แนวทางแบบนี้ครับ

Recent Apps

อีกหนึ่งคำสั่งที่เอชทีซีกลืน Vanilla Android แบบไม่เหลือชิ้นดีเลยตั้งแต่ Sense 4 ซึ่งจากเดิมที่ Sense 4 จะแสดงหน้าตาของ Recent Apps แบบ Card UI (เหมือน WebOS) มาใน Sense 5 เอชทีซีปรับให้ Recent Apps แสดงผลเป็นตารางขนาด 3x3 แทน การปิดแอพพลิเคชันทำได้โดยการตวัดนิ้วขึ้นข้างบน บนแอพพลิเคชันที่ต้องการจะปิดครับ

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: magnamonkun

Camera และ Gallery

แอพกล้องของ Sense 5 เนื่องจากเครื่องที่ถืออยู่ในมือเป็น HTC One และยังไม่มั่นใจว่า เอชทีซีจะตัดความสามารถของ HTC Zoe ออกในรอม Sense 5 ที่จะอัพเดตให้รุ่นปี 2012 หรือไม่ อันนี้จึงขอพูดคร่าวๆ เป็น Guideline ให้ HTC One ไปก่อนนะครับ

ตัว แอพกล้องของ Sense 5 ส่วนใหญ่ความสามารถยังเหมือนกับ Sense 4 คือ Burst Shot ได้สูงสุด 99 รูปในเวลา 1 นาที ถ่ายรูปขณะอัดวิดีโอได้ ใส่ Effect ขณะถ่ายรูปได้ครับ

การ เปลี่ยนกล้องหลัก/กล้องหน้า จากเดิมใน Sense 4+ ที่เอชทีซีใส่ปุ่มสลับกล้องเข้ามา ใน Sense 5 ถูกตัดปุ่มดังกล่าวออก และเปลี่ยนไปใช้การลากหน้าจอจากขอบบนลงขอบล่างเพื่อเปลี่ยนกล้องแทนครับ

ส่วน ตัวแกลลอรี่ก็เปลี่ยนไปเยอะพอสมควร เพราะด้วยลูกเล่นของ Zoe นั่นแหละครับ ที่ทำให้แกลลอรี่ของ Sense 5 ดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ซึ่งเมื่อเข้าไปที่หน้าแรกตัวแกลลอรี่ ตัวแกลลอรี่จะให้เราเลือกว่า จะดูภาพจากไหน เช่นจากเพื่อนของเรา (อิงจากเฟสบุ๊ก) จากกล้อง หรือเข้าไปในอัลบั้มภาพถ่าย ซึ่งเมื่อเข้าไปแล้ว ก็จะแบ่งออกเป็นเหตุการณ์ อัลบั้ม และก็ตำแหน่งที่ตั้งครับ

จุดสำคัญเลยคือในแต่ละเหตุการณ์ จะถูกแยกออกจากกันโดยชัดเจน ถ้าเราไม่ได้ตั้งชื่อเหตุการณ์อะไรเลย ตัว Sense 5 ก็จะดึงตำแหน่งปัจจุบันของรูปถ่ายออกมาครับ เช่น อ.บางพลี, จ.สมุทรปราการ หรือ กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย เป็นต้น และที่สำคัญในแต่ละเหตุการณ์ ตัว Zoe ก็จะจัดการสร้างวีดิโอสไลด์โชว์ขึ้น 1 ตัวประจำในทุกๆ เหตุการณ์ ซึ่งเราสามารถมาตกแต่งเข้าวีดิโอนี้ทีหลังได้ครับ โดยเบื้องต้นเอชทีซีเปิดให้เราเลือกแบบได้ถึง 6 แบบเลยทีเดียว ลองดูตัวอย่างเอาจากที่นี่ก็แล้วกันครับ

นอกจากนี้ในตัวแกลลอรี่ ยังมีลูกเล่นในการแชร์ภาพแบบใหม่ที่ชื่อ HTC Share ด้วยครับ โดยเราสามารถเลือกแชร์ รูปภาพ วีดิโอ หรือ Zoe ได้สูงสุด 10 ภาพต่อ 1 เหตุการณ์ และยังรวมวีดิโอสไลด์โชว์ของแต่ละเหตุการณ์เอาไว้อีกด้วย ซึ่งเมื่อเราเลือกได้แล้ว ก็จะสามารถทำ Web Album ได้ 1 อัน โดยเอชทีซีจะเก็บข้อมูลเอาไว้ให้สูงสุด 180 วันต่อ 1 เหตุการณ์ครับ โดยแลกกับที่เราต้องผูก Web Album นี้กับเฟสบุ๊กหรือชื่อผู้ใช้งาน HTC Sense ของเราครับ

เล่าเป็นตัวอักษรคงไม่สะใจพอ ผมก็เลยมีตัวอย่าง Output เวลาแชร์โดยใช้ HTC Share มาฝากครับ

Music

แอพฯ เล่นเพลงของ Sense 5 มีการปรับปรุงขนาดใหญ่เลยทีเดียว เพื่อให้สอดกับฟีเจอร์ BoomSound ของ HTC One คือตัวแอพฯ จะเข้าไปดึงข้อมูลศิลปิน/ข้อมูลอัลบั้ม และข้อมูลเพลงจากเซิร์ฟเวอร์ของ Gracenote ตลอดเวลา เพื่ออัพเดตข้อมูลเพลงในบางเพลงที่เราใส่ข้อมูลไม่ครบครับ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ความแม่นยำของข้อมูลผมให้ 75/100 เพราะว่ามีอยู่ครั้งนึง ผมใส่เพลงของวง Rainbow ที่เป็นนักร้องสัญชาติเกาหลีใต้ แต่ตัว Gracenote กลับดึงข้อมูลศิลปินของวง Rainbow ที่เป็นร็อคเกอร์สัญชาติอังกฤษเข้ามาให้แทน

นอก จากนี้ตัว Music ของ Sense 5 ยังมีโหมด Visualizer มาให้ด้วย ซึ่งความพิเศษของมันคือตัว Visualizer จะเปลี่ยนฉากตามเพลงโดยอัตโนมัติ และนอกจากนี้มันยังสามารถดึงเนื้อเพลงจาก LyricFind มาเล่นเนื้อตามเพลงได้อีกด้วย แต่มีข้อเสียคือบางเพลง LyricFind หาเนื้อเพลงไม่เจอครับ เช่นเพลง Girls on the Dance Floor ของ Far East Movement กับเพลง Drop it Low ของ Kat DeLuna ที่หาไม่เจอครับ

ส่วน ในเรื่องความแม่นยำของข้อมูลก็ให้ 50/100 ครับ เพราะยังมีดึงเนื้อเพลงมาผิดอยู่บ้าง หรือไม่ก็ เนื้อวิ่งเร็วกว่าเพลงก็มีครับ ที่สำคัญ ใช้กับเพลงไทย/เกาหลี ไม่ได้นะครับฟีเจอร์นี้

แอพพลิเคชันอื่นๆ ของ Sense 5

นอก จากแอพพลิเคชันที่กล่าวๆ มาทั้งหมด ยังมีแอพพลิเคชันอื่นๆ ที่เอชทีซีใส่เพิ่มเติมมาให้ด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อกลืนความกีคของแอนดรอยด์เป็นส่วนใหญ่ โดยเบื้องต้นแอพพลิเคชันที่เอชทีซีมีให้ก็จะมีดังนี้ครับ

TV เป็นแอพพลิเคชันสำหรับเช็ครายการตารางทีวีในปัจจุบัน จุดสำคัญก็คือ ฟีเจอร์การใช้ตัวเครื่อง HTC One เป็นรีโมทสำหรับควบคุมโทรทัศน์ มันอยู่ในนี้ แต่ฟีเจอร์ที่ใช้เรียกรายการทีวีนี้ใช้งานไม่ได้ในประเทศไทยครับ ก็ต้องดูว่าเอชทีซีประเทศไทยจะแก้ไขจุดบอดนี้อย่างไร

วิทยุ FM คงไม่ต้องพูดมากว่ามันคือแอพพลิเคชันสำหรับฟังวิทยุ FM นั่นเองครับ

Car ผมเชื่อว่าหลายๆ คนที่ไม่เคยเล่นโทรศัพท์ของเอชทีซีเลยจะคิดว่าอันนี้คือเกมแข่งรถครับ แต่จริงๆ มันไม่ใช่แบบนั้น แอพพลิเคชันนี้คือโหมดสำหรับใช้งานในรถครับ โดยเมื่อเปิดแอพพลิเคชันนี้แล้ว GPS และ Bluetooth จะทำงานโดยอัตโนมัติ และไม่สามารถปิดได้ครับ

นาฬิกา เป็นแอพพลิเคชันที่ใช้ดูเวลา จับเวลา ตั้งเวลา หรือตั้งปลุก

หุ้น เป็นแอพพลิเคชันที่ใช้ดูหุ้น เหมาะสำหรับคนเล่นหุ้นโดยเฉพาะ อิงข้อมูลจาก Yahoo Finance ครับ

บันทึก เป็นแอพพลิเคชันที่ใช้สำหรับจดโน้ตโดยเฉพาะ และมันยังสามารถซิงค์ข้อมูลกับ Evernote ได้โดยตรงอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ที่ Evernote โดนแฮก จนต้องเปลี่ยน API และบังคับให้ผู้ใช้งานทำการเปลี่ยน Password ทั้งหมดนั้น มันส่งผลให้การซิงค์ข้อมูลของแอพฯ จดโน้ตใน Sense 4/4+ และ Sense 5 ไม่สามารถทำงานได้ครับ ตอนนี้ก็ใช้ Google Keep แก้ขัดกันไป ฮ่าๆ

งาน เป็นแอพพลิเคชันที่อิงกับ Google Task ครับ ใช้สำหรับบันทึกว่างานที่จะต้องทำมีอะไรบ้าง

เครื่องคิดเลข ที่ยังคงฟีเจอร์เหมือน Vanilla Android มาโดยตลอด แต่เปลี่ยนหน้าตาให้เรียบมากขึ้น

ไฟฉาย เป็นแอพพลิเคชันที่ใช้แฟลชของตัวเครื่องให้เป็นไฟฉายยามฉุกเฉินได้ แต่อย่างไรก็ตามใน Sense 5 ตัดเอาความสามารถในการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือออกไป ทำให้เป็นหน้าที่ของผู้ใช้ที่ต้องหาทางแก้ไขเองครับ

สภาพอากาศ เป็นแอพพลิเคชันที่ใช้ดูสภาพอากาศในแต่ละวันโดยตรง อิงข้อมูลจาก AccuWeather ครับ

บันทึกเสียง เป็นแอพพลิเคชันที่ใช้บันทึกเสียงที่ต้องการเก็บไว้ เช่นหลักฐานในการเอาผิด หรือมัดตัวผู้ต้องหา หรืออะไรก็ตามแต่ครับ

การตั้งค่า

เมนูการตั้งค่าของตัว Sense 5 ยังคงพื้นฐานจาก Vanilla Android และตัว Sense 4 พอสมควร แต่อย่างไรก็ตามใน Sense 5 ผมยังไม่เห็นการตั้งค่า Android Beam เลยทำให้ไม่แน่ใจว่ายังคงสามารถใช้เจ้า HTC One (และ HTC One X) เล่น Android Beam ได้หรือไม่ครับ

สรุป

ก็ จากที่เห็น จะเห็นได้ว่าเอชทีซีพยายามดัดแปลงตัวแอนดรอยด์ให้มีความกีคน้อยลง และเพิ่มความเรียบง่ายตามที่มีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้เพิ่มขึ้น และที่สำคัญ ใน Sense 5 จะเห็นได้ว่า มันเน้นผู้ใช้ที่เป็นระดับ Consumer มากกว่า Developer แล้ว ซึ่งสอดคล้องกับรูปแบบที่หรูหราของ HTC One อย่างลงตัว (แต่กับรุ่นอื่นๆ ขอไม่ออกความเห็นนะครับ ฮ่าๆ) อย่างไรก็ตามบางฟีเจอร์ยังคงขาดๆ เกินๆ ตามภาษาแอนดรอยด์ ถึงแม้ว่าจะมีแอพพลิเคชันของเอชทีซีออกมาแก้ขัด ก็ไม่สามารถช่วยให้เหตุการณ์มันดีขึ้น ยังไงก็ตามเรื่องนี้ก็ยังคงเป็นดุลพินิจของผู้ใช้งานกันต่อไปครับ ว่าจะหาแอพพลิเคชันอื่นมาติดตั้งแทนหรือไม่

ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: magnamonkun

Advertisement Replay Ad
กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป  “Artomaton”

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป “Artomaton”

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

รีวิว Wiko View Prime น้องเล็กสุดในสงครามมือถือจอ Full View

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

Windows 10 Fall Creators Update มีอะไรใหม่ๆ บ้าง รีวิวแบบจัดเต็ม

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

[แบไต๋ทิป] Firefox จัดให้ ฟังเพลงจาก YouTube บน Android ปิดหน้าจอ-ใช้ App อื่นได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์