[รีวิว] Samsung Galaxy Core สมาร์ทโฟนรุ่นคุ้มค่า มาพร้อมหน้าจอ 4.3 นิ้ว

[รีวิว] Samsung Galaxy Core สมาร์ทโฟนรุ่นคุ้มค่า มาพร้อมหน้าจอ 4.3 นิ้ว

[รีวิว] Samsung Galaxy Core สมาร์ทโฟนรุ่นคุ้มค่า มาพร้อมหน้าจอ 4.3 นิ้ว

Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

[รีวิว] Samsung Galaxy Core สมาร์ทโฟนรุ่นคุ้มค่า มาพร้อมหน้าจอ 4.3 นิ้ว และรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด

Samsung Galaxy Core - เรียกได้ว่าในปีนี้ ซัมซุง (Samsung) ยังคงเปิดตัว มือถือและสมาร์ทโฟน ครอบคลุมตลาดทั้งระดับไฮเอนด์ ไปจนถึงระดับล่าง เหมือนเช่นทุกๆ ปี เพื่อให้ผู้ใช้งาน มีทางเลือกในการซื้อมากขึ้นตามระดับราคาที่แตกต่างกัน โดยสมาร์ทโฟนที่ทางทีมงาน techmoblog นำมารีวิวในวันนี้นั้นก็คือ โมเดล GT-I8262 ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องของ การรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ และที่สำคัญ ราคายังไม่แพงจนเกินไปอีกด้วยครับ

โดย Samsung Galaxy Core นั้น เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมา พร้อมกับข่าวอัพเดทล่าสุด ที่เผยว่า Samsung Galaxy Core นั้น จะวางจำหน่ายในไทย ในวันที่ 6 กรกฏาคมนี้ ราคาเพียง 7,900 บาทเท่านั้น ก่อนจะพบกับ บทความ รีวิว Samsung Galaxy Core เรามาดูสเปค Samsung Galaxy Core กันก่อนครับ

สเปคเบื้องต้น Samsung Galaxy Core

- หน้าจอขนาด 4.3 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล (217 ppi)
- ซีพียูแบบ Dual-core processor ความเร็ว 1.2 GHz
- RAM 1 GB
- หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 8 GB รองรับ microSD card สูงสุด 64 GB
- กล้องด้านหน้า ความละเอียดระดับ VGA
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด
- รองรับการเชื่อมต่อกับ Wi-Fi
- รองรับเครือข่าย 3G โดยเป็นการแยกจำหน่ายโมเดล นั่นก็คือ 850/2100 MHz (สำหรับ Dtac, Truemove H) และ 900/2100 MHz (สำหรับ AIS) ต้องเลือกซื้อรุ่นใดรุ่นหนึ่ง
- แบตเตอรี่ขนาด 1800 mAh

อ่านสเปค Samsung Galaxy Core แบบละเอียด คลิ๊กที่นี่

Samsung Galaxy Core : ดีไซน์ และการออกแบบ

สำหรับการออกแบบ Samsung Galaxy Core นั้น แน่นอนครับว่า ยังคงมีดีไซน์คล้ายกับ มือถือซัมซุง รุ่นอื่นๆ ที่เปิดตัวมาแล้วก่อนหน้านั้น โดยยังคงคอนเซปท์ ตัวเครื่องพลาสติก แต่ยังคงเป็นพลาสติกคุณภาพดี ที่มีกระบวนการผลิตชิ้นงานที่ละเอียด ซึ่งจุดเด่นของตัวเครื่องแบบพลาสติกนี้ก็คือ ทำให้มีน้ำหนักที่เบาลง

ด้านบนของจอแสดงผล ประกอบด้วย กล้องด้านหน้า ความละเอียดระดับ VGA, เซ็นเซอร์ 2 จุด และลำโพงสำหรับสนทนาครับ ส่วนมุมขวานั้น มีการระบุคำว่า DUOS เพื่อเป็นการระบุว่า Samsung Galaxy Core รุ่นนี้ รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดนั่นเอง

ด้านล่างของจอแสดงผล ประกอบด้วย เมนูควบคุมการทำงาน ทั้งหมด 3 ปุ่มด้วยกัน โดย 2 ปุ่มซ้ายขวาก็คือ ปุ่มเมนู และปุ่ม Back ซึ่งเป็นปุ่มแบบสัมผัส ส่วนตรงกลาง เป็นปุ่ม Home ซึ่งเป็นปุ่มแบบ Physical button

ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มปรับเสียง ส่วนด้านขวานั้น เป็นช่องสำหรับแกะฝาหลัง และปุ่ม Power เปิด-ปิดเครื่องครับ

ด้านบนของตัวเครื่อง เป็นช่องสำหรับหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง เป็นพอร์ต microUSB และไมโครโฟนสำหรับการสนทนา

พลิกมาด้านหลังตัวเครื่อง จะเป็นกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และระบบ Auto focus ส่วนด้านซ้ายนั้น เป็นถาดลำโพง ให้เสียงที่ดัง คมชัดครับ ซึ่งฝาหลังตัวเครื่องนั้น เป็นพื้นผิวเรียบลื่น และมีลวดลายเล็กน้อย

ฝาหลังตัวเครื่อง สามารถแกะออกได้ง่าย ภายในประกอบด้วย แบตเตอรี่แบบ Li-ion ขนาด 1800 mAh และช่องใส่ซิมการ์ดแบบ micro-SIM card ทั้งหมด 2 ช่อง ส่วนช่องใส่ microSD card จะอยู่ใกล้กับช่องใส่ซิมการ์ดที่ 1 ซึ่งรองรับได้สูงสุด 64 GB

บทความรีวิวโดย: techmoblog.com

Samsung Galaxy Core : รองรับฟังก์ชัน Smart Stay

ปกติแล้ว ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทั่วไป มักจะมีการกำหนด Screen timeout หรือการที่หน้าจอดับลงเมื่อไม่ได้ใช้งาน โดยสามารถกำหนดช่วงระยะเวลาได้ เช่น 15 วินาที หรือ 30 วินาที ซึ่งในส่วนนี้ จะช่วยทำให้ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้พอสมควร แต่ในบางครั้งเมื่อเรากำลังใช้งานอะไรบางอย่างค้างอยู่ เช่น อ่านบทความ หรืออ่านนิยายออนไลน์ ซึ่งปกติจะไม่ได้สัมผัสหน้าจออยู่แล้ว หน้าจอมักจะดับลงตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้ แก้ได้ด้วยฟังก์ชันที่เรียกว่า Smart Stay ครับ โดย Samsung Galaxy Core ก็รองรับการใช้งานฟังก์ชันนี้เช่นกัน

Smart Stay จะเป็นตัวช่วยทำให้หน้าจอไม่ดับเอง เมื่อผู้ใช้กำลังใช้งานอยู่ โดยสามารถเข้าไปเปิดใช้งาน Smart Stay ได้ที่ การตั้งค่า > หน้าจอ ซึ่งตรง "การพักหน้าจออัจฉริยะ (Smart Stay)" ให้ติ๊กเครื่องหมายถูก เพื่อเปิดใช้งาน ซึ่งเมื่อเปิดใช้งานแล้ว แถบบนสุดของหน้าจอ จะปรากฏรูปดวงตาออกมาครับ เป็นการเปิดใช้งานฟังก์ชัน Smart Stay นั่นเอง

โดยจากการทดสอบ พบว่า ช่วยแก้ปัญหาหน้าจอดับได้จริง สะดวกต่อการใช้งานมากทีเดียวครับ

Samsung Galaxy Core : ทดสอบกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล

อินเทอร์เฟสการใช้งานกล้องบน Samsung Galaxy Core นั้น คล้ายกับมือถือซัมซุงรุ่นอื่นๆ ครับ โดยด้านขวา จะเป็นปุ่มปรับโหมดการถ่ายภาพ เลื่อนไปด้านบน เป็นการถ่ายภาพนิ่ง เลื่อนมาด้านล่าง เป็นการถ่ายคลิปวิดีโอ ตรงกลางเป็นปุ่มชัตเตอร์ ส่วนล่างสุด เป็นการเข้าสู่แกลลอรี่

ส่วนด้านซ้ายสุด จะเป็นเมนูที่ถูกใช้งานบ่อยที่สุด ซึ่งมีให้เลือกถึง 13 ฟังก์ชันด้วยกัน สามารถเปลี่ยนไอคอนได้ด้วยการ แตะที่ไอคอนค้างไว้ แล้วลากไปไว้ทางด้านซ้าย เลือกได้สูงสุด 4 ฟังก์ชันครับ

โหมดการถ่ายภาพ มีให้เลือกทั้งแบบ ชอทเดียว, ต่อเนื่อง, พาโนราม่า, แชร์ภาพ, แชร์ภาพกับคู่หู และ สไมล์ชอท

ส่วนโหมดการถ่ายภาพวิดีโอ มีการใช้งานที่ไม่ต่างจาก โหมดถ่ายภาพนิ่ง สามารถตั้งเวลาถ่ายภาพได้ ปรับสมดุลสีขาว ความละเอียด และอื่นๆ

ลองมาดูตัวอย่างภาพที่ได้ จากกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซล บน Samsung Galaxy Core ครับ (คลิ๊กที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดใหญ่ขึ้น)

Samsung Galaxy Core : สรุปการใช้งาน

สำหรับ Samsung Galaxy Core นั้น ถือว่า เป็นสมาร์ทโฟนที่มีสเปคอยู่ในระดับกลางๆ เพิ่มความโดดเด่นตรงที่ รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และเพิ่มพื้นที่การใช้งานด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ 4.3 นิ้ว อีกทั้งยังมีระดับราคาที่ไม่แพงจนเกินไปอีกด้วย

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Core

• ถ้าหากเปรียบเทียบกับ สมาร์ทโฟนที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน ถือว่า Samsung Galaxy Core มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่พอสมควร โดยมีขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 480 x 800 พิกเซล ช่วยเพิ่มพื้นที่การใช้งาน
• รันระบบปฏิบัติการ Android 4.1.2 Jelly Bean ตั้งแต่แกะกล่อง
• ตัวเครื่องผลิตจากพลาสติกคุณภาพสูง ผิวเรียบลื่น และชิ้นงานมีความปราณีต
• มีระบบ GPS ในตัว พร้อมฟังก์ชัน A-GPS
• หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 8 GB พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD card สูงสุด 64 GB
• รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดภายในเครื่องเดียว ไม่จำเป็นต้องพกพาโทรศัพท์หลายๆ เครื่อง
• ประมวลผลการทำงานด้วยซีพียูแบบ Dual-core processor ความเร็ว 1.2 GHz
• กล้องด้านหลังตัวเครื่อง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash และระบบออโต้โฟกัส
• รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทั้ง Wi-Fi และเครือข่าย 3G
• ทดสอบการใช้งานโดยรวม ถือว่า ประมวลผลได้เร็วพอสมควร
• ราคาเพียง 7,900 บาท ซึ่งถือว่า เป็นระดับราคาที่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับฟังก์ชันการใช้งานที่ได้รับ

จุดด้อยของ Samsung Galaxy Core

• สำหรับรองรับการใช้งานเครือข่าย 3G ต้องเลือกซื้อรุ่นใดรุ่นหนึ่ง ระหว่าง 850/2100 MHz หรือ 900/2100 MHz
• กล้องด้านหน้า ความละเอียดแค่ 0.3 ล้านพิกเซล ทำให้การใช้งานจริง ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

สำหรับราคาของ Samsung Galaxy Core อยู่ที่ 7,900 บาท เปิดจำหน่ายในวันที่ 6 กรกฏาคมนี้ ท่านที่กำลังมองหา มือถือ 2 ซิมการ์ด ราคาไม่แพง Samsung Galaxy Core ถือว่า เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจครับ

ข้อควรทราบ: “เครื่อง Samsung Galaxy Fame ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทาง ซัมซุง เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริงแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นตัวเครื่อง หรือฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายจริง”

 บทความรีวิวโดย: techmoblog.com

 


Advertisement Replay Ad
พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

รีวิว Dell Inspiron 7373 2 in 1 Notebook บาง เบา และพับได้

รีวิว Dell Inspiron 7373 2 in 1 Notebook บาง เบา และพับได้

รีวิว Asus Zenfone Max Plus สมาร์ทโฟนกล้องคู่ จอยาว ราคาอย่างถูก

รีวิว Asus Zenfone Max Plus สมาร์ทโฟนกล้องคู่ จอยาว ราคาอย่างถูก

รีวิวแอป “Scanner & Translator” แค่ถ่ายรูป ก็แปลภาษาได้แล้ว

รีวิวแอป “Scanner & Translator” แค่ถ่ายรูป ก็แปลภาษาได้แล้ว

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

สัมผัสแรก imi vin 5 สมาร์ทโฟนที่มีหน้าตาดีกับราคาโดนใจ

สัมผัสแรก imi vin 5 สมาร์ทโฟนที่มีหน้าตาดีกับราคาโดนใจ

[เก็บตก] CES 2018 : พรีวิว Sony Xperia XA2 และ XA2 Ultra มือถือใหม่จาก Sony ที่เปลี่ยนเยอะที่สุด

[เก็บตก] CES 2018 : พรีวิว Sony Xperia XA2 และ XA2 Ultra มือถือใหม่จาก Sony ที่เปลี่ยนเยอะที่สุด

CES 2018 : พรีวิว Dell XPS ใหม่ล่าสุด ส่งตรงจาก ลาสเวกัส สวยขึ้น แรงขึ้น และมาไทยแน่นอน

CES 2018 : พรีวิว Dell XPS ใหม่ล่าสุด ส่งตรงจาก ลาสเวกัส สวยขึ้น แรงขึ้น และมาไทยแน่นอน

รีวิว OPPO F5 Youth มือถือรุ่นคุ้ม ที่เหมาะกับคนต้องการความพอดี

รีวิว OPPO F5 Youth มือถือรุ่นคุ้ม ที่เหมาะกับคนต้องการความพอดี

สร้างสติกเกอร์อวตารตัวเองด้วยแอป Mirror Emoji Keyboard แค่แชะ ก็มีสติกเกอร์ได้

สร้างสติกเกอร์อวตารตัวเองด้วยแอป Mirror Emoji Keyboard แค่แชะ ก็มีสติกเกอร์ได้

รีวิว OPPO F5 มือถือสเปคคุ้มพร้อมกล้องหน้าที่แต่งหน้าโดย ปัญญาประดิษฐ์

รีวิว OPPO F5 มือถือสเปคคุ้มพร้อมกล้องหน้าที่แต่งหน้าโดย ปัญญาประดิษฐ์

สัมผัสแรกกับ Epson Moverio แว่นสุดฉลาดที่รองรับการมองเห็นทั้ง AR และ VR

สัมผัสแรกกับ Epson Moverio แว่นสุดฉลาดที่รองรับการมองเห็นทั้ง AR และ VR

รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

มาคุมโทน Instagram ของคุณ ให้สวยและเป็นระเบียบด้วยแอป “UNUM” กันเถอะ

มาคุมโทน Instagram ของคุณ ให้สวยและเป็นระเบียบด้วยแอป “UNUM” กันเถอะ

รีวิว Mio MiVue698 กล้องติดหน้ารถครบเครื่องฟีเจอร์และใส่ความจำได้เยอะ

รีวิว Mio MiVue698 กล้องติดหน้ารถครบเครื่องฟีเจอร์และใส่ความจำได้เยอะ

รีวิว Sony Xperia XA1 Plus เพิ่มความพลัสให้กับมือถือรุ่นคุ้มของ Sony

รีวิว Sony Xperia XA1 Plus เพิ่มความพลัสให้กับมือถือรุ่นคุ้มของ Sony

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์