พรีวิว iPhone 5S เครื่องศูนย์ไทย ไอโฟนระดับไฮเอนด์ประจำปี 2013

พรีวิว iPhone 5S เครื่องศูนย์ไทย ไอโฟนระดับไฮเอนด์ประจำปี 2013

พรีวิว iPhone 5S เครื่องศูนย์ไทย ไอโฟนระดับไฮเอนด์ประจำปี 2013

Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

iPhone 5S เครื่องศูนย์ไทย ไอโฟนระดับไฮเอนด์ประจำปี 2013

วางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการแล้วครับ กับ iPhone 5S (ไอโฟน 5S) ไอโฟนระดับไฮเอนด์ประจำปี 2013 ที่ตัวอักษร S แทนการเปลี่ยนแปลงแบบ minor change เท่านั้น โดย iPhone 5S ยังคงมีดีไซน์คล้าย iPhone 5 ครับ ต่างกันแค่ 2 จุดก็คือ ปุ่ม Home แบบใหม่ และไฟแฟลชแบบใหม่ ส่วนซีพียูนั้น อัพเกรดให้แรงขึ้นแบบ 64-bit เลยทีเดียว

โดยทีมงาน techmoblog ได้มีโอกาสไปสัมผัส iphone 5s (ไอโฟน 5s) แล้ว ในงานเปิดตัวของทาง TrueMove H เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ จะมา พรีวิว iPhone 5S พร้อมกับทดสอบใช้งาน Touch ID กันครับว่า จะน่าสนใจมากขนาดไหน

พรีวิว iPhone 5S (iPhone 5S preview)

iPhone 5S ยังคงมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาด 4 นิ้ว แบบ LED-backlit IPS TFT capacitive touchscreen (Retina display) ความละเอียด 640 x 1136 พิกเซล (326 ppi) และกระจกหน้าจอแบบ Corning Gorilla Glass กันรอยขีดข่วน หรือรอยนิ้วมือ ซึ่งสเปคในส่วนนี้ เหมือนกับ iPhone 5 ครับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด

สำหรับหน่วยประมวลผลบน iPhone 5S นั้น ใช้ชิป Apple A7 ซึ่งเป็นซีพียูแบบ Dual-Core ARMv8 64-bit ความเร็ว 1.3GHz , หน่วยประมวลผลภาพ PowerVR G6430 GPU และ RAM ขนาด 1GB

ส่วนปุ่ม Home ได้รับการออกแบบใหม่ครับ ชั้นนอก ทำมาจาก sapphire crystal เพิ่มความแข็งแรง ทนทาน กันรอยขีดข่วน ถัดมา เป็นวงแหวนที่ผลิตมาจาก stainless steel, Touch ID sensor นั้น บางเพียง 170 ไมครอน ความละเอียดอยู่ที่ 500 ppi เรียกได้ว่า ต่อให้ลายนิ้วมือของเราบางแค่ไหน ก็สามารถสแกนได้ ส่วนชั้นในสุดเป็น Tactile switch ซึ่งตัววงแหวนนี้ จะมีสีตามสีตัวเครื่องครับ ตัวเครื่องสีทอง วงแหวนจะเป็นสีทอง ตัวเครื่องสีดำ วงแหวนจะเป็นสีดำ

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงสำหรับสนทนาครับ ซึ่งภายในนั้น มีลำโพงตัวที่สามสำหรับใช้งานด้าน Voice Recognition หรือระบบจดจำเสียงนั่นเอง ส่วนกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล รองรับ BSI sensor และรองรับการบันทึกวีดีโอ ความละเอียด 720p ส่วนกลมๆ ด้านซ้ายสุดนั้น เป็นเซ็นเซอร์

ด้านซ้ายตัวเครื่อง เป็นถาดสำหรับใส่ซิมการ์ด แบบ nanoSIM ซึ่งจะเปิดออกได้ ต้องใช้เข็มจิ้ม เพื่อเปิดถาด โดยมีมาให้แล้วในกล่อง

ส่วนด้านขวา เป็นปุ่มปิดเสียง, ปุ่มปรับเสียงเพิ่ม-ลด ซึ่งการออกแบบ ไม่ต่างจาก iPhone 5 ครับ

ด้านบนเป็นปุ่ม Power เปิด, ปิด หรือล็อคหน้าจอ

ส่วนด้านล่าง เป็นช่องสำหรับหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟนตัวหลัก และลำโพง ซึ่งตรงกลางนั้น เป็นพอร์ตแบบ Lightning connector สำหรับเชื่อมต่อกับสาย data เพื่อชาร์จแบตเตอรี่ หรือถ่ายโอนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์

ด้านหลัง เป็นกล้องแบบ iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล แต่เซ็นเซอร์ปรับปรุงใหม่ครับ โดยขนาดพิกเซลเพิ่มขึ้นจาก 1.4 µm เป็น 1.5µm ซึ่งทำให้ได้ภาพที่สว่างขึ้น รูรับแสงกว้างขึ้นเป็น f/2.2 (ของเดิม f/2.4) ส่วนไฟแฟลช เป็นแบบ Dual-LED ที่ให้สีที่เป็นธรรมชาติมากกว่า เมื่อถ่ายภาพด้วยแฟลช

เทียบความแตกต่างระหว่าง iPhone 5S (ซ้าย) กับ iPhone 5 (ขวา) ครับ จะเห็นได้ว่า ตัวเครื่องในด้านหน้า เหมือนกัน ต่างกันตรงปุ่ม Home อย่างเดียวเท่านั้น

เปรียบเทียบไฟแฟลช และไมโครโฟนด้านหลังครับ (iPhone 5 ติดฟิล์ม และใส่ซองที่ด้านในเป็นกำมะหยี่สีเหลือง-น้ำตาล ทำให้ตัวเครื่องหม่นเล็กน้อยครับ)

สำหรับวิธีการเพิ่ม ลายนิ้วมือ ผ่านทาง Touch ID ให้เปิดแอพพลิเคชั่น Touch ID ขึ้นมา แล้วทำตามขั้นตอนครับ ด้วยการใช้นิ้วมือ (นิ้วใดก็ได้) แตะที่ปุ่ม Home จนรู้สึกว่า ตัวเครื่องสั่น ให้ยกนิ้วเดิมออก และแตะลงไปใหม่ จนกว่าขีดสีแดงๆ จะเต็มภาพ แค่นี้ก็สามารถใช้งาน Touch ID ได้แล้ว และเพื่อความปลอดภัยของตัวเครื่อง ควรจะเปิดระบบ Touch ID ควบคู่ไปกับการใส่รหัส passcode นะครับ

Apple ประกาศรายชื่อประเทศวางจำหน่าย iPhone 5S รอบสอง มีไทยด้วย

[10-ตุลาคม-2556] Apple ประกาศรายชื่อประเทศ ที่จะวางจำหน่าย iPhone 5S (ไอโฟน 5s) และ iPhone 5C (ไอโฟน 5c) รอบสอง ออกมาอย่างเป็นทางการแล้วครับ มีทั้งหมด 35 ประเทศ และข่าวดีก็คือ มีรายชื่อ ประเทศไทย รวมอยู่ด้วยเช่นกัน โดยจะเริ่มวางจำหน่าย ในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคมนี้ ส่วนราคา iPhone 5s และ iphone 5c ต้องรอการประกาศอีกครั้ง

นอกจากนี้ ในวันที่ 1 พฤศจิกายน จะวางจำหน่ายเพิ่มอีก 16 ประเทศครับ - macrumors.com

หอประชุม 4 Infinite Loop สถานที่จัดงาน

งานเปิดตัว iPhone 5S (ไอโฟน 5S) ที่ในปีนี้ ยังคงคอนเซปท์ ภาพหลุดพร้อมสเปค ตรงตามข่าวลือ โดย iphone 5s นั้น ยังคงมี ดีไซน์ เหมือน iPhone 5 ครับ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาด 4 นิ้ว ตัวเครื่องแบบโลหะ ส่วนด้านหลัง ยังคงเป็นแบบ ทูโทน แต่ได้เพิ่มฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ เข้ามามากมาย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ชิปเซ็ต Apple A7 และ iOS 7 ด้วยนั่นเอง

สำหรับสถานที่จัดงานนี้ก็คือ หอประชุม 4 Infinite Loop ซึ่งตั้งอยู่ที่ Apple สำนักงานใหญ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ในสหรัฐอเมริกา นอกเหนือไปจากการเปิดตัว iphone 5s แล้ว ยังได้เปิดตัว สมาร์ทโฟนเรือธง อย่าง iPhone 5c ด้วยเช่นกันครับ สำหรับท่านที่สนใจรายละเอียดภายในงานสามารถเข้าไปอ่านได้ตามลิงค์นี้ครับ  สรุปงานเปิดตัว iPhone 5S (ไอโฟน 5S) และ iPhone 5C (ไอโฟน 5C) อย่าง ละเอียด ตั้งแต่ต้น จนจบงาน และสำหรับท่านใดที่สนใจข้อมูลของ iPhone 5c  ทีมงาน เทคโมบลอค ได้ทำสรุปไว้เช่นกันติดตามได้ที่ link ต่อไปนี้ครับ >> สรุปข้อมูล iphone 5c อย่างละเอียด 

สำหรับท่านใดที่สนใจข้อมูลในงานหรือ iPhone 5c สามารถดูได้ที่ link ด้านบนนะครับแต่ตอนนี้เราจะมาสรุปคุณสมบัติเด่นๆ ของ iPhone5s ซึ่งเป็นพระเอกของงานกันก่อน มาดูพร้อมๆ กันที่ละข้อนะครับว่า iPhone 5s นี้คุณสมบัติเด่นๆ อะไรที่แตกต่างไปจาก iPhone รุ่นเดิมบ้าง :)

iPhone 5S (ไอโฟน 5S) : มาพร้อมชิป A7 ที่ให้ความเร็วเป็น 2 เท่าของ iPhone 5 !

เป็นไปตามคาดครับ เมื่อ iphone 5s รองรับชิปเซ็ต Apple A7 ที่ มาพร้อมนวัตกรรมใหม่ รองรับการทำงานแบบ 64-bit และถือว่า เป็น สมาร์ทโฟน เครื่องแรก ที่รองรับสถาปัตยกรรมแบบ 64-bit อีกด้วย ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ iphone5s ประมวลผลด้านซีพียู ได้เร็วกว่า iPhone รุ่นแรกถึง 42 เท่า และประมวลผลด้านกราฟฟิค หรือ GPU ได้เร็วกว่า iPhone รุ่นแรกถึง 53 เท่าเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น ชิป Apple A7 ยังรองรับ OpenGL ES 3.0 ที่รองรับกราฟฟิคได้ละเอียดขึ้น นอกจากนี้ ยังมี ชิป M7 ซึ่ง เป็นชิปแบบ motion co-processor ประมวลผลด้านการเคลื่อนไหวจากเซ็นเซอร์ต่างๆ ทั้ง Accelerometer, Gyroscope รวมไปถึง เข็มทิศ หรือ compass ซึ่งชิปเซ็ต M7 จะทำงานแยกกับ Apple A7 ฉะนั้น ไม่เปลืองพลังงานแบตเตอรี่อย่างแน่นอน

iPhone 5S (ไอโฟน 5S) : กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเท่าเดิมแต่มาพร้อมเซ็นเซอร์แบบใหม่

เรียกได้ว่า ความละเอียดของกล้องด้านหลัง บน iphone 5s นี้ น่าจะสร้างความผิดหวังให้กับ สาวก iPhone ได้พอสมควรครับ เพราะยังคงมีความละเอียดอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล เท่า iPhone 5 แต่ได้ปรับปรุง และเพิ่มฟีเจอร์ รวมไปถึงฟังก์ชั่นการทำงานด้านกล้องให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รูรับแสงขนาดกว้างสูงสุดที่ f/2.2 (จากเดิม f/2.4 บน iPhone 5), ไฟแฟลชแบบ 2 สี หรือ True Tone ที่ เป็นแสงแฟลชแบบ 2 สี ทำให้ภาพที่ถ่ายด้วยการใช้ไฟแฟลชนั้น ได้สีใกล้เคียงกับความเป็นจริง ไม่สว่างมากเกินไป หรือหน้าขาววอกเหมือนแต่ก่อน

นอกจากนี้ กล้องด้านหลังบน iPhone 5S (ไอโฟน 5s) ยังได้เพิ่ม ระบบป้องกันภาพสั่น และ Burst mode หรือโหมดการถ่ายภาพรัว ซึ่งสามารถถ่ายได้ 10 ภาพต่อวินาที ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีโหมด slow-mo รองรับการถ่ายวิดีโอแบบ สโลโมชั่น ที่อัตราเร็ว 120fps และรองรับการซูมขณะถ่ายวิดีโอได้แล้ว

iPhone 5S (ไอโฟน 5S) : Touch ID เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ฝังตรงปุ่ม Home

ไฮไลท์ของคุณสมบัติใหม่นั้นก็คือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือนั้นเองครับ ซึ่งถือว่าเป็นฟีเจอร์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ  Apple ได้เรียกฟีเจอร์ดังกล่าวว่า Touch ID เป็นการเพิ่มระบบ ความปลอดภัยให้กับผู้ใช้ iPhone ด้วยการใช้ ลายนิ้วมือ ของเจ้าของเครื่อง เป็นตัวปลดล็อคเครื่อง หรือสั่งซื้อเพลงผ่าน iTunes แทนการใช้ระบบ passcode แบบเดิมๆ

สาเหตุที่ทำให้ Apple คิดค้นฟีเจอร์ Touch ID ขึ้นมา เป็นเพราะว่า ผู้ใช้ iPhone หลายราย มักไม่ค่อยใช้รหัส passcode นั่นเอง ซึ่งการใช้ ลายนิ้วมือ ถือว่า เป็นระบบความปลอดภัยที่ดีมากระบบหนึ่ง เนื่องจากไม่มีใครสามารถ ก็อบปี้ ลายนิ้วมือของเจ้าของเครื่องได้นั่นเอง

โดยปุ่ม Home นั้น ได้รับการออกแบบใหม่ครับ มีทั้งหมด 4 ชั้นด้วยกัน ชั้นนอก ทำมาจาก sapphire crystal เพิ่มความแข็งแรง ทนทาน กันรอยขีดข่วน ถัดมา เป็นวงแหวนที่ผลิตมาจาก stainless steel, Touch ID sensor นั้น บางเพียง 170 ไมครอน ความละเอียดอยู่ที่ 500 ppi เรียกได้ว่า ต่อให้ลายนิ้วมือของเราบางแค่ไหน ก็สามารถสแกนได้ ส่วนชั้นในสุดเป็น Tactile switch

iPhone 5S (ไอโฟน 5S) ทำงานได้อึดขึ้น แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 10 ชั่วโมง

อีกหนึ่งปัญหาที่ผู้ใช้ iPhone อยากให้ iphone 5s ได้รับการแก้ไข นั่นก็คือ แบตเตอรี่อึดขึ้น นั่นเอง โดย iPhone 5S รองรับการใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง (3G) และเปิดเครื่อง standby ได้ถึง 250 ชั่วโมง ส่วนในด้านการฟังเพลง รองรับการใช้งานสูงสุด 40 ชั่วโมงครับ

iPhone 5S (ไอโฟน 5S) เพิ่มสีใหม่ สีทอง Gold

และก็เป็นไปตามคาด เมื่อ iPhone 5S (ไอโฟน 5s) ได้เพิ่มสีทอง Gold เข้ามาเป็นตัวเลือกอีก 1 สี ทำให้ในตอนนี้ iphone 5s มีให้เลือกทั้งหมด 3 สีด้วยกัน ได้แก่ สีเทา-ดำ Space Grey, สีทอง-ขาว Gold และ สีเงิน-ขาว Silver

สรุปสเปค iPhone 5S (ไอโฟน 5S)

- หน้าจอขนาด 4 นิ้ว แบบ Retina display ความละเอียด 1136 x 640 พิกเซล (326 ppi)
- ชิปเซ็ต Apple A7 พร้อมรองรับการทำงานแบบ 64-bit และชิป M7 motion coprocessor
- หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16 GB, 32 GB และ 64 GB ไม่รองรับ microSD card
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซล รองรับการถ่ายคลิปวิดีโอขนาด 720p
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ True Tone flash, มีระบบกันภาพสั่น และรูรับแสงกว้าง f/2.2
- ขนาด 123.8 x 58.6 x 7.6 มิลลิเมตร
- น้ำหนัก 112 กรัม
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Space Grey, Gold และ Silver>
- ฟีเจอร์ Touch ID รองรับการสแกนลายนิ้วมือ ผ่านปุ่ม Home

เคส iPhone 5S (ไอโฟน 5S)

นอกจากการเปิดตัว ตัวเครื่องแล้วเป็นครั้งแรกครับที่ Apple ได้เปิดตัว เคส iphone 5s ในงานด้วย โดยวัสดุพื้นผิวด้านนอก เป็นหนัง ส่วนด้านในนั้นจะบุด้วย microfiber ครับ สำหรับราคาขายจะอยู่ที่ $39 หรือประมาณ 1,200 บาท ยกเว้น สีแดงที่จะแพงกว่าสีอื่นโดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่อยู่ที่ $49 หรือประมาณ 1,500 บาทครับ

iPhone 5S (ไอโฟน 5S) จำหน่ายวันแรก 20 กันยายนนี้

ในส่วนของการวางจำหน่ายนั้น iPhone 5S จะเปิดจำหน่ายวันแรก ในวันที่ 20 กันยายนนี้ โดยมีกลุ่มประเทศที่ได้รับสิทธิ์วางจำหน่ายเป้นกลุ่มแรก 9 ประเทศ ซึ่งได้แก่ สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, แคนาดา, จีน, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และสหราชอาณาจักร  สังเกต ว่านี่เป้นครั้งแรกที่ apple วางจำหน่ายมือถือที่จีนเป้นที่แรกๆซึ่งก็ต้องบอกว่า แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อที่สำคัญของมหาอำนาจอย่างจีนครับ  สำหรับประเทศที่เหลือจะเปิดจำหน่ายในอีก 100 ประเทศทั่วโลก ภายในเดือนธันวาคมซึ่ง ไทยเราเองก็น่าจะอยู่ในนั้นครับ

ราคา iPhone 5S (ราคา ไอโฟน 5S) ในไทย

ถึงแม้ว่า ในตอนนี้ ยังไม่มี ราคา iphone 5s (ไอโฟน 5s) ในไทย ประกาศออกมา แต่เราสามารถ ประมาณการณ์ ราคา iphone5s ในไทยได้ จากราคาเครื่องเปล่า iphone 5s ในสหรัฐฯ ครับ โดยทาง Apple ได้เผย ราคา iphone 5s เครื่องเปล่า ออกมาแล้ว ซึ่งถือว่า เป็นราคาเดียวกับ iPhone 5 ตอนเปิดตัวอีกด้วย ฉะนั้น ถ้าหากเราตั้งสมมติฐานว่า ราคา iPhone 5S ตอนเปิดตัว เท่ากับ ราคา iPhone 5 ตอนเปิดตัว จะได้ ราคา iphone 5s ในไทย เป็นดังนี้

• iPhone 5S 16 GB อยู่ที่ $649 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 22,900 บาท
• iPhone 5S 32 GB อยู่ที่ $749 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 26,500 บาท
• iPhone 5S 64 GB อยู่ที่ $849 คิดเป็นเงินไทยประมาณ 29,900 บาท

*ราคานี้จะเป็นราคาที่เทียบเคียงกับราคา iPhone 5 บน Apple store นะครับราคาเครื่องเปล่าของ Operator ค่ายค่างๆ จะมีราคาสูงกว่านี้ประมาณรุ่นละ 1,500 บาทครับ

iPhone 5S (ไอโฟน 5S) จำหน่ายในไทย เมื่อใด ?

Apple ได้ประกาศ วันวางจำหน่าย iPhone 5S ในอีก 100 ประเทศทั่วโลก ช่วงเดือนธันวาคมนี้ และถ้าหากใครยังจำได้ ตอนงานเปิดตัว iPhone 5 เมื่อปีที่ผ่านมา Apple ได้กล่าวไว้ลักษณะนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่ง iPhone 5 เปิดพรีออเดอร์ในไทยครั้งแรก ประมาณปลายเดือนตุลาคมครับ ก่อนจะเปิดจำหน่ายจริง ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ฉะนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่ iphone 5s จะเปิดจำหน่ายในไทย ช่วงปลายเดือนตุลาคม - ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งความคืบหน้า ทีมงาน techmoblog จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ


เปรียบเทียบ สเปค iPhone 5S vs iPhone 5C vs iPhone 5

มาดูกันครับว่า ถ้าเปรียบเทียบสเปค iPhone 5S vs iPhone 5C vs iPhone 5 ให้ชมกันครับว่า iPhone ทั้ง 3 รุ่นนี้ ต่างกันมากน้อยแค่ไหน

บทสรุป iPhone 5S ดีกว่า iphone 5 อย่างไร ?

ผมเชื่อว่าคำถามนึงหลังจากได้ดูงานเปิดตัวแล้วหลายท่านที่มี iPhone 5 อยู่แล้วอาจจะเกิดคำถามว่า "ถ้าเทียบกันแล้ว iPhone5s นั้นมีพัฒนาการที่ดีกว่า iphone 5 อย่างไร ?" เราจะทำเป็นบทความเต็มๆอีกครั้งนะครับแต่ตอนนี้ ผมขอสรุปเป็นข้อๆสั้นๆ ดังนี้ครับ

- iPhone 5s ใช้ CPU A7 ซึ่งทาง Apple บอกว่าสามารประมวลผลได้เร็วมากกว่า iphone 5  2 เท่าและสามารถใช้งานได้นานขึ้นอันเนื่องมาจากประสิทธิภาพของเจ้าชิปเซ็ต CPU A7 ใหม่นี้

- ในส่วนของกล้องหลังนั้นจะมีความละเอียดเท่าเดิมที่ 8 ล้านพิกเซลแต่ได้มีการปรับปรุงในส่วนของเซ็นเซอร์และรูรับแสงให้ดีขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบแฟลซเป็นแบบ True tone เพื่อให้ภาพที่ออกมามีมิติมีความสมจริงมากยิ่งขึ้นครับ ถ้าพูดง่ายๆก็คือ iPhone 5s ควรที่จะถ่ายภาพได้สวยกว่า iPhone 5 แต่ได้ความละเอียดระดับเดียวกันและน่าจะหมดปัญหาในส่วนของเรื่องจุดสีม่วง ที่มักจะเกิดตอนถ่ายใกล้แหล่งกำเนิดแสงซึ่งเป็นปัญหาเดิมของ iPhone 5

- iPhone 5s เพิ่มระบบความปลอดภัยด้วยระบบแสกนลายนิ้วมือ โดยจะมีเซนเซอร์ตรวจสอบลายนิ้วมือที่ปุ่มโฮม

ถ้าพูดกันตามตรงต้องบอกว่า iPhone 5s ยังมีความเปลี่ยนแปลงที่ไม่มากนักและ ดูคล้ายจะเป็นมือถือที่จงใจออกมาเพื่อปิดจุดบกพร่องของ iPhone 5 เดิมครับแม้จะมีการใช้ chipset ตัวใหม่ที่ทำให้การประมวลผลรวดเร็วขึ้นแต่คงต้องบอกว่าความเปลี่ยนแปลงที่ เหลืออาจจะยังไม่โดดเด่นมากนัก อย่างไรก็ดีสำหรับท่านที่รออยู่ผมเชื่อว่าคงไม่ผิดหวังครับ โดยเฉพาะสีใหม่สีทองที่หลายคนออกปากชมว่าสวยกว่าที่คิดไว้  

สำหรับประเด็นอื่นๆที่น่าสนใจในงานก็คงหนีไม่พ้น iPhone 5c ที่มีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้และข่าวนึงที่เซอไพรซ์พอสมควรนั่นคือการประกาศเลิกขาย iPhone 5 ของ apple เองถึงแม้จะเคยมีข่าวหลุดออกมาก่อนหน้านี้แล้วก็ตามแต่ก็คงต้องบอกว่าเพิ่ง เป็นครั้งแรกครับที่ apple ตัดสินใจเลิกขายมือถือที่เพิ่งวางขายมาไม่นานในลักษณะนี้ นอกจากนั้นอีกประเด็นที่น่าสนใจนั่นคือเรื่องราคาเปิดตัว iPhone 5c ที่ต้องบอกว่าราคาสูงกว่าที่คิดไปมากที่เดียว สำหรับท่านที่ต้องการอ่าน ข้อมูลโดยสรุปของ iPhone 5c ทั้งสเปคและราคาเราทำสรุปไว้เช่นกัน

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทกท่านที่ติดตามบทความและงานเปิดตัวในคืนวันที่ 10 กันยายนนี้นะครับ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม วันวางจำหน่ายในไทยและโปรโมชันต่างๆ เราจะคอยอัพเดทผ่านเว็บไซต์ และ facebook techmoblog อย่าลืมติดตามกันนะครับ 

 เรียบเรียงข้อมูลโดย : ทีมงาน techmoblog.com

ข่าว และ บทความ ที่เกี่ยวข้อง

ราคา และ โปรโมชั่น iPhone 5S และ iPhone 5C จาก AIS
ราคา และ โปรโมชั่น iPhone 5S และ iPhone 5C จาก Dtac
ราคา และ โปรโมชั่น iPhone 5S และ iPhone 5C จาก TrueMove H

 


Advertisement Replay Ad
รีวิวแอป “Scanner & Translator” แค่ถ่ายรูป ก็แปลภาษาได้แล้ว

รีวิวแอป “Scanner & Translator” แค่ถ่ายรูป ก็แปลภาษาได้แล้ว

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

สัมผัสแรก imi vin 5 สมาร์ทโฟนที่มีหน้าตาดีกับราคาโดนใจ

สัมผัสแรก imi vin 5 สมาร์ทโฟนที่มีหน้าตาดีกับราคาโดนใจ

[เก็บตก] CES 2018 : พรีวิว Sony Xperia XA2 และ XA2 Ultra มือถือใหม่จาก Sony ที่เปลี่ยนเยอะที่สุด

[เก็บตก] CES 2018 : พรีวิว Sony Xperia XA2 และ XA2 Ultra มือถือใหม่จาก Sony ที่เปลี่ยนเยอะที่สุด

CES 2018 : พรีวิว Dell XPS ใหม่ล่าสุด ส่งตรงจาก ลาสเวกัส สวยขึ้น แรงขึ้น และมาไทยแน่นอน

CES 2018 : พรีวิว Dell XPS ใหม่ล่าสุด ส่งตรงจาก ลาสเวกัส สวยขึ้น แรงขึ้น และมาไทยแน่นอน

รีวิว OPPO F5 Youth มือถือรุ่นคุ้ม ที่เหมาะกับคนต้องการความพอดี

รีวิว OPPO F5 Youth มือถือรุ่นคุ้ม ที่เหมาะกับคนต้องการความพอดี

สร้างสติกเกอร์อวตารตัวเองด้วยแอป Mirror Emoji Keyboard แค่แชะ ก็มีสติกเกอร์ได้

สร้างสติกเกอร์อวตารตัวเองด้วยแอป Mirror Emoji Keyboard แค่แชะ ก็มีสติกเกอร์ได้

รีวิว OPPO F5 มือถือสเปคคุ้มพร้อมกล้องหน้าที่แต่งหน้าโดย ปัญญาประดิษฐ์

รีวิว OPPO F5 มือถือสเปคคุ้มพร้อมกล้องหน้าที่แต่งหน้าโดย ปัญญาประดิษฐ์

สัมผัสแรกกับ Epson Moverio แว่นสุดฉลาดที่รองรับการมองเห็นทั้ง AR และ VR

สัมผัสแรกกับ Epson Moverio แว่นสุดฉลาดที่รองรับการมองเห็นทั้ง AR และ VR

รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

มาคุมโทน Instagram ของคุณ ให้สวยและเป็นระเบียบด้วยแอป “UNUM” กันเถอะ

มาคุมโทน Instagram ของคุณ ให้สวยและเป็นระเบียบด้วยแอป “UNUM” กันเถอะ

รีวิว Mio MiVue698 กล้องติดหน้ารถครบเครื่องฟีเจอร์และใส่ความจำได้เยอะ

รีวิว Mio MiVue698 กล้องติดหน้ารถครบเครื่องฟีเจอร์และใส่ความจำได้เยอะ

รีวิว Sony Xperia XA1 Plus เพิ่มความพลัสให้กับมือถือรุ่นคุ้มของ Sony

รีวิว Sony Xperia XA1 Plus เพิ่มความพลัสให้กับมือถือรุ่นคุ้มของ Sony

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์