[รีวิว] Nokia Asha 230 Dual SIM สมาร์ทโฟนตัวจิ๋ว

[รีวิว] Nokia Asha 230 Dual SIM สมาร์ทโฟนตัวจิ๋ว

[รีวิว] Nokia Asha 230 Dual SIM สมาร์ทโฟนตัวจิ๋ว

Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

[] Nokia Asha 230 Dual SIM สมาร์ทโฟนตัวจิ๋ว รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ในราคาสบายกระเป๋า

มีเงินในกระเป๋าแค่ 2,000 บาท จะซื้อ สมาร์ทโฟน มาใช้งานได้หรือไม่? ถ้า หากถามคำถามนี้ เมื่อ 2-3 ปีก่อน เงินมูลค่าแค่นี้ อาจจะได้แค่ฟีเจอร์โฟน แต่ปัจจุบัน สามารถหาซื้อ สมาร์ทโฟน มาใช้งานกันได้แล้ว ด้วยเงินเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น อย่างเช่น Nokia Asha 230 Dual SIM สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก ราคาประหยัด ที่ทางทีมงาน techmoblog จะนำมา รีวิว ให้ชมกันในวันนี้นั่นเองครับ

Nokia Asha 230 Dual SIM โดดเด่นด้วยตัวเครื่องสีสันสดใส ที่มีให้เลือกถึง 6 สีด้วยกัน โดยมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว และรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ในราคาแค่ 1,990 บาทเท่านั้น มา ดูกันว่า Nokia Asha 230 Dual SIM สมาร์ทโฟนรุ่นจิ๋วตัวนี้ จะมีความสนใจอย่างไรบ้าง กับบทความ รีวิว Nokia Asha 230 Dual SIM โดยทีมงาน techmoblog ครับ

สเปค Nokia Asha 230 Dual SIM

- หน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 262,144 สี ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล
- ระบบปฏิบัติการ Nokia Asha Software Platform เวอร์ชัน 1.1.1
- RAM ขนาด 64 MB
- รองรับ microSD card สูงสุด 32 GB
- รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ในเครื่องเดียว
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล แบบ Fixed Focus
- แบตเตอรี่ Li-Ion 1020 mAh
- มี 6 สีให้เลือก ได้แก่ สีแดง, สีเหลือง, สีเขียว, สีฟ้า, สีขาว และ สีดำ

>> สเปค Nokia Asha 230 Dual SIM อย่างละเอียด คลิกที่นี่

Nokia Asha 230 Dual SIM : ดีไซน์ และ การออกแบบ

Nokia Asha 230 Dual SIM มาพร้อมกับหน้าจอขนาดกว้าง 2.8 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 262,144 สี ความละเอียด 240 x 320 พิกเซล และมีน้ำหนักเพียง 89.3 กรัม ทำให้ สมาร์ทโฟน รุ่นนี้ มีขนาดที่กะทัดรัด น้ำหนักเบา และพกพาสะดวก

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล จะเป็นลำโพงสำหรับสนทนา ส่วนด้านล่างของหน้าจอแสดงผล จะเป็นปุ่ม Back ซึ่งมีฟังก์ชันการใช้งาน 2 แบบ นั่นก็คือ กด 1 ครั้ง เพื่อย้อนกลับ หรือกดค้าง เพื่อกลับหน้า Home ส่วนจุดเล็กๆ นั้น คือ ไมโครโฟน

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใดๆ

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย พอร์ต microUSB และช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มิลลิเมตร ส่วนด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ไม่มีปุ่มควบคุมการทำงานใดๆ เช่นกัน

มาดูกันที่ด้านหลังของตัวเครื่องกันบ้างครับ โดยด้านบนนั้น เป็นกล้องดิจิตอล ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล ไม่มีไฟแฟลช และระบบโฟกัสแบบ Fixed Focus ไม่สามารถเลือกจุดโฟกัสเองได้ ด้านล่างจะเป็นลำโพงเสียง ส่วนฝาหลัง จะเป็นพลาสติกประเภท โพลีคาร์บอเนต ผิวเรียบลื่น

Nokia Asha 230 Dual SIM รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด และเป็นซิมการ์ดแบบ microSIM ครับ ส่วน microSD card นั้น รองรับสูงสุด 32 GB และแบตเตอรี่ที่ใช้ เป็นแบบ Li-Ion ความจุ 1020 mAh

ส่วนอุปกรณ์เสริมที่ให้มาในกล่องนั้น ประกอบด้วย Wall Charger สำหรับชาร์จแบตเตอรี่, หูฟังสีแดงสด, คู่มือการใช้งาน และใบรับประกัน

Nokia Asha 230 Dual SIM : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

Nokia Asha 230 Dual SIM มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Nokia Asha Software Platform เวอร์ชัน 1.1.1 ซึ่งจะเห็นได้ว่า อินเทอร์เฟสนั้น คล้ายกับ มือถือโนเกีย ในตระกูล Asha รุ่นอื่นๆ ฉะนั้น ท่านที่เคยสัมผัส Nokia Asha มาก่อนแล้ว จะใช้งานได้ไม่ยาก

สำหรับการเริ่มต้นใช้งานนั้น จะเริ่มจากการกดปุ่ม Power 1 ครั้ง และปัดไปด้านซ้าย หรือด้านขวา เพื่อเข้าสู่หน้า Homescreen

หรือจะปัดขึ้น เพื่อเข้าสู่เมนูกล้อง ซึ่งเป็นเมนูลัด

เมื่อใช้นิ้วปัดจากด้านบนหน้าจอมาด้านล่าง จะพบกับ Notification Center สำหรับแจ้งเตือนเหตุการณ์ต่างๆ รวมไปถึงสามารถตั้งค่าการใช้งานต่างๆ ได้ เช่น เปิด-ปิด Bluetooth, เปิด-ปิด อินเทอร์เน็ต และเปิด-ปิด เสียง

ส่วนการปัดไปด้านซ้าย จะเป็นการเข้าสู่ฟีเจอร์ Fastlane ซึ่ง จะทำให้เข้าถึง แอพพลิเคชั่น ต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น ทั้ง Social Network เช่น Facebook, Twitter รวมไปถึง แอพพลิเคชั่นอื่นๆ และเกมอีกมากมาย

ซึ่งผู้ใช้สามารถกำหนดได้ว่า จะให้ฟีเจอร์ใดบ้าง ปรากฏบน Fastlane โดยตั้งค่าได้ที่หน้า Settings

นอกจากนี้ Nokia Asha 230 Dual SIM ยังมีฟังก์ชันพิเศษๆ อย่าง Glance screen หรือ ส่วนของนาฬิกาที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หลังจากไม่ได้ใช้งาน ซึ่งการเปิดฟีเจอร์นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น ส่วนอีกฟีเจอร์ ก็คือ Screen double tap หรือ การปลุกโทรศัพท์ให้ตื่น ด้วยการแตะไปที่หน้าจอ 2 ครั้ง ซึ่งฟีเจอร์นี้ สิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่ด้วยเช่นเดียวกันครับ

สำหรับเบราว์เซอร์ที่ใช้บน Nokia Asha 230 Dual SIM จะเป็น Nokia Xpress Browser ซึ่งจะใช้เครือข่าย EDGE หรือ GPRS ในการเชื่อมต่อ เนื่องจากตัวเครื่องไม่รองรับทั้ง Wi-Fi และเครือข่าย 3G และด้วยหน้าจอขนาดเล็ก ความละเอียดน้อย อาจทำให้การอ่านหน้าเว็บไซต์ ไม่สบายตาเท่าที่ควร

สำหรับการใช้งานด้าน Social Network ถือว่า Nokia Asha 230 Dual SIM รุ่นนี้ รองรับแอพพลิเคชั่นสำคัญๆ อย่างครบถ้วนเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, WhatsApp, WeChat รวมไปถึง LINE อีกด้วย

อินเทอร์เฟสหน้าการใช้งานโทรศัพท์ บน Nokia Asha 230 Dual SIM ครับ สามารถเลือกได้ว่า จะโทรออกจากซิมการ์ดที่ 1 หรือ ซิมการ์ดที่ 2

นอกจากนี้ Nokia Asha 230 Dual SIM ยังรองรับแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เครื่องคิดเลข, เครื่องบันทึกเสียง, รองรับวิทยุ FM รวมไปถึง เกมที่มีมาให้ในเครื่องอีกหลากหลายเกม โดยไม่ต้องไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมแต่อย่างใด

Nokia Nearby แอพพลิเคชั่นค้นหาสถานที่ที่น่าสนใจรอบตัว ไม่ว่าจะเป็น ร้านอาหาร, แหล่งช็อปปิ้ง และการขนส่งต่างๆ

Nokia Asha 230 Dual SIM : ทดสอบการใช้งานกล้อง ความละเอียด 1.3 ล้านพิกเซล

สำหรับกล้องด้านหลังบน Nokia Asha 230 Dual SIM นั้น มีความละเอียดอยู่ที่ 1.3 ล้านพิกเซล แบบ Fixed Focus และไม่มีไฟแฟลช ซึ่งเหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ มากกว่าที่จะเน้นถ่ายภาพแบบโฟกัสจุดใดจุดหนึ่งเสียมากกว่า สำหรับการชัตเตอร์ภาพ ให้แตะไปที่จุดใดจุดหนึ่งบนหน้าจอครับ

โดยผู้ใช้สามารถตั้งค่าการใช้งานกล้องได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ตั้งเวลาถ่ายภาพ, ปรับสมดุลสีขาว, ใส่ Effect ให้กับภาพถ่ายได้ตามใจชอบ, เปิด-ปิดเสียงชัตเตอร์ และกำหนดความละเอียดของภาพถ่ายได้ ลองมาดูตัวอย่างภาพจากกล้องบน Nokia Asha 230 Dual SIM กันครับ (คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพขนาดเต็ม แบบไม่ผ่านการตกแต่งใดๆ)

Nokia Asha 230 Dual SIM : สรุปการใช้งาน

สำหรับ Nokia Asha 230 Dual SIM นั้น ถือว่า เป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดอีกรุ่นที่น่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด โดยรองรับการใช้งานขั้นพื้นฐานอย่างครบครัน ซึ่งนอกจากจะมาพร้อมกับ ตัวเครื่องที่มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก และมีหลากหลายสีสันให้เลือกแล้ว ยังรองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดอีกด้วย เรียกได้ว่า พกเครื่องเดียว ได้ถึง 2 เบอร์เลยทีเดียว

อย่างไรก็ดี Nokia Asha 230 Dual SIM ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง นั่นก็คือ ไม่รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi และเครือข่าย 3G แม้ว่าตัวเครื่องจะสามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้ก็ตาม โดยรองรับเครือข่ายเฉพาะ EDGE กับ GPRS เท่านั้น ซึ่ง ณ จุดนี้ ทำให้ Nokia Asha 230 Dual SIM เหมาะสำหรับการใช้งานด้านโทรศัพท์เป็นหลัก ด้านบันเทิงกับ Social Network เป็นรองเสียมากกว่า โดยราคาของ Nokia Asha 230 Dual SIM อยู่ที่ 1,990 บาทเท่านั้น สามารถทดลอง และสัมผัสใช้งานกันได้ที่ โนเกีย ช็อป และตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านครับ

จุดเด่นของ Nokia Asha 230 Dual SIM

• รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด ภายในเครื่องเดียว
• ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบา และพกพาได้สะดวก นอกจากนี้ ยังมีสีสันให้เลือกถึง 6 สีด้วยกัน ได้แก่ สีแดง, สีเหลือง, สีเขียว, สีฟ้า, สีขาว และ สีดำ
• รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD card สูงสุด 32 GB
• รองรับการใช้งาน Social Network เช่น Facebook, Twitter, LINE และ WhatsApp โดยที่ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มเติมแต่อย่างใด
• รองรับ Bluetooth เวอร์ชัน 3.0
• มีวิทยุ FM ในตัว
• ฟีเจอร์ Fastlane ซึ่งจะทำให้เข้าถึง แอพพลิเคชั่น ต่างๆ ได้รวดเร็วขึ้น
• ราคาประหยัด เพียง 1,990 บาทเท่านั้น

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

• ไม่รองรับ Wi-Fi และเครือข่าย 3G รองรับเฉพาะเครือข่าย 2G (EDGE/GPRS) เท่านั้น
• กล้องดิจิตอลด้านหลัง ความละเอียดเพียง 1.3 ล้านพิกเซล และระบบโฟกัสเป็นแบบ Fixed Focus ไม่สามารถเลือกจุดโฟกัสได้
• หน้าจอแสดงผล มีขนาดเล็กเพียง 2.8 นิ้ว เท่านั้น ไม่เหมาะกับการอ่านเว็บไซต์เนื่องจากไม่สบายตาเท่าที่ควร

บทความรีวิวโดย : techmoblog.com

 


Advertisement Replay Ad
พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป  “Artomaton”

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป “Artomaton”

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์