[รีวิว] Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นสานต่อของ มือถือหน้าจอใหญ่

[รีวิว] Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นสานต่อของ มือถือหน้าจอใหญ่

[รีวิว] Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นสานต่อของ มือถือหน้าจอใหญ่

Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

[รีวิว] Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นสานต่อของ มือถือหน้าจอใหญ่ มาพร้อมตัวเครื่องแรงระดับ Quad-Core และรัน Android KitKat เวอร์ชันล่าสุด

หลังจากสร้างตลาด แฟบเล็ต (Phablet) มือถือหน้าจอใหญ่ ด้วยการเปิดตัว Samsung Galaxy Mega 5.8 และ Samsung Galaxy Mega 6.3 เมื่อปีที่ผ่านมา

ล่าสุด ทางซัมซุง ได้เปิดตัวรุ่นต่อยอดออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว กับ Samsung Galaxy Mega 2 ซึ่งเปิดตัวมาเพียงรุ่นเดียวครับ แต่ยังคงคอนเซปท์ความเป็น Galaxy Mega อย่างครบถ้วน

นั่นก็คือมาพร้อมกับ หน้า จอขนาด 6 นิ้ว แบบ TFT LCD Display ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล, หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.5 GHz, RAM 1.5 GB, หน่วยความจำภายในตัวเครื่องขนาด 16 GB และกล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ส่วนระบบปฏิบัติการ เป็น Android 4.4.4 (KitKat) เวอร์ชัน ใหม่ล่าสุดอีกด้วย ซึ่ง Samsung Galaxy Mega 2 นั้น เคาะราคาขายไว้ที่ 14,500 บาท ใกล้เคียงกับตอนที่ Galaxy Mega 6.3 เปิดตัวนั่นเอง

มาดูกันว่า Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นนี้ จะมีจุดเด่นในด้านใด น่าใช้งานขนาดไหน กับบทความ โดยทีมงาน techmoblog ครับ

สเปค Samsung Galaxy Mega 2

- จอแสดงผลกว้าง 6.0 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล (245 ppi)
- หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.5 GHz
- หน่วยความจำ RAM ขนาด 1.5 GB
- หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16 GB รองรับ microSD card สูงสุด 64 GB
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
- รัน Android 4.4.4 (KitKat)
- แบตเตอรี่ขนาด 2800 mAh
- รองรับ NFC
- ราคาเปิดตัว 14,500 บาท

รีวิว Samsung Galaxy Mega 2 : ดีไซน์ และ การออกแบบ

Samsung Galaxy Mega 2 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล ซึ่งลดขนาดหน้าจอจาก 6.3 นิ้ว มาเหลือ 6 นิ้ว แน่นอนว่า จับได้ถนัดมือมากกว่าเดิม แต่ก็จำเป็นต้องใช้งาน 2 มืออยู่ดี ส่วนการแสดงผล ต้องบอกเลยว่า คมชัดมากทีเดียวครับ

ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงสำหรับสนทนา, เซ็นเซอร์ควบคุมการทำงานต่างๆ, ไฟ LED แสดงสถานะการทำงาน เช่น มีข้อความเข้า หรือกำลังชาร์จแบตเตอรี่ และกล้องด้านหน้า ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล

ด้านล่างของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ปุ่มควบคุมการทำงาน 3 ปุ่มหลัก ได้แก่ ปุ่มเมนู, ปุ่ม Home และปุ่มย้อนกลับ

ด้านขวาของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดตัวเครื่อง หรือล็อคหน้าจอแสดงผล ส่วนด้านซ้ายของตัวเครื่อง เป็นปุ่มปรับระดับเสียง

ด้านบนของตัวเครื่อง ประกอบด้วย ช่องหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร และไมโครโฟนตัวที่สอง สำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง ส่วนด้านล่างของตัวเครื่อง ประกอบด้วย พอร์ต microUSB และไมโครโฟนสำหรับสนทนา

มาดูด้านหลังของตัวเครื่องกันบ้างครับ ประกอบด้วย กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED ซึ่งฝาหลังนั้น เป็นหนังเทียมดีไซน์เดียวกับ Samsung Galaxy Note 3 ส่วนด้านล่าง เป็นลำโพงเสียง

สำหรับแบตเตอรี่ของ Samsung Galaxy Mega 2 มีความจุอยู่ที่ 2800 mAh ถือว่า มากใช้ได้ทีเดียวครับ ส่วนซิมการ์ด เป็นแบบ microSIM และรองรับ microSD card สูงสุด 64 GB

รีวิว Samsung Galaxy Mega 2 : อินเทอร์เฟส และการใช้งานเบื้องต้น

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Mega 2 ก็คือ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat) ตั้งแต่แกะกล่อง ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เวอร์ชันล่าสุดอีกด้วย สำหรับการปลดล็อค ให้ปัดหน้าจอ ส่วนการกดปุ่ม Power ค้างไว้ จะเข้าสู่เมนูลัดต่างๆ เช่น ปิดเครื่อง, โหมดเครื่องบิน, รีเฟรช, โหมดฉุกเฉิน, ปิด-เปิดเสียง และระบบสั่น

ในส่วนของหน้า Homescreen ผู้ใช้สามารถเลือก Widget, แอปพลิเคชัน หรือเปลี่ยนวอลเปเปอร์ได้ตามใจชอบ

Notification Center แหล่งแจ้งเตือนการใช้งานต่างๆ ทั้งข้อความ, อีเมล หรือการอัพเดทแอปพลิเคชัน นอกจากนี้ ยังมีเมนูลัด สำหรับตั้งค่าการใช้งานอื่นๆ เช่น Wi-Fi, GPS, เสียง หรือ Bluetooth เป็นต้น

สำหรับไฟแจ้งเตือนแบบ LED ด้านบนของหน้าจอแสดงผลนั้น ผู้ใช้สามารถเลือกตั้งค่าได้ว่า ต้องการให้ไฟกระพริบเมื่อใด เช่น การชาร์จ, เตือนแบตเตอรี่ต่ำ, การแจ้งเตือน รวมไปถึงการบันทึกเสียง

การแตะปุ่มเมนู 1 ครั้ง เป็นการเข้าสู่เมนู Multitasking นั่นเอง ผู้ใช้สามารถเลือกเพื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันที่เคยเปิดใช้งานมาแล้วก่อน หน้านั้น หรือลบออกเมื่อไม่ใช้งาน เพื่อเป็นการเพิ่ม RAM ให้กับตัวเครื่องด้วย

การกดปุ่ม Home 2 ครั้ง จะเข้าสู่ Google Now ค้นหาข้อมูลต่างๆ ตามที่ต้องการ เช่น สภาพอากาศ, สภาพการจราจร หรือสถานะเที่ยวบิน ซึ่ง Google Now จะพยายามคาดเดาว่า ผู้ใช้ต้องการทราบข้อมูลอะไรบ้าง โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องบอกให้ทราบก่อน

ส่วนการกดปุ่ม Home ค้างไว้ จะเข้าสู่ฟังก์ชัน S Voice ระบบการสั่งการด้วยเสียง แบบเดียวกับ Siri บน iOS นั่นเอง

สำหรับฟีเจอร์ Ultra Power Saving Mode หรือโหมดการประหยัดพลังงานแบบพิเศษ ก็มีให้ใช้บน Samsung Galaxy Mega 2 ด้วยเช่นกัน

ด้วยการปิดฟังก์ชันการใช้งานที่ไม่จำเป็น ช่วยให้สามารถใช้งานต่อไปได้อีก โดยเฉพาะในยามฉุกเฉิน แม้ว่าแบตเตอรี่จะเหลือเพียง 10% เท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีโหมดการทำงานด้วยมือเดียว ด้วยการปรับขนาดหน้าจอ และจัดเรียงปุ่มการใช้งานต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานด้วยมือข้างเดียวนั่นเอง

แต่จากการทดสอบ ทีมงานชอบใช้งานด้วย 2 มือมากกว่าครับ เนื่องจากจับได้กระชับมือกว่า แถมอุ่นใจได้ว่า ไม่ทำร่วงหล่นอย่างแน่นอน

มาดูกันที่หน้าแอปพลิเคชันรวมกันบ้าง จะเห็นได้ว่า Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นนี้ มีแอปพลิเคชันพื้นฐาน มาให้อย่างครบครันทีเดียว

แต่ถ้ายังไม่เพียงพอต่อการใช้งาน สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติมได้ที่ Play Store

สำหรับฟังก์ชัน Multi-window ก็สามารถใช้งานบน Samsung Galaxy Mega 2 ได้เช่นกัน เนื่องจากหน้าจอมีขนาดใหญ่นั่นเอง

โดยสามารถเปิดใช้งาน แอปพลิเคชัน 2 แอปฯ ได้ในหน้าจอเดียว เช่น หน้าจอบน เช็คอีเมล ส่วนหน้าจอล่าง ดู YouTube เป็นต้น หรือจะใช้งานในแนวนอนก็ได้

อินเทอร์เฟสหน้าการใช้งานโทรศัพท์ครับ โดย Samsung Galaxy Mega 2 รองรับการใช้งานแค่ซิมการ์ดเดียวเท่านั้น

บน Samsung Galaxy Mega 2 นั้น มีเบราว์เซอร์ให้เลือกใช้งาน 2 แบบด้วยกัน นั่นก็คือ Android Browser และ Chrome แต่ถ้าหากยังไม่ถูกใจ สามารถดาวน์โหลดเบราว์เซอร์เพิ่มเติมได้ ที่ Play Store

Samsung Galaxy Mega 2 นั้นมาพร้อมกับระบบ GPS และ A-GPS ในตัว สามารถใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชันประเภทการนำทางได้ทันที รวมถึงแอปพลิเคชัน ในเครื่องอย่าง Google Maps ด้วยเช่นเดียวกัน

S Planner หรือแอปพลิเคชันปฏิทิน นั่นเอง โดยผู้ใช้สามารถสร้างตารางนัดหมายต่างๆ พร้อมการแจ้งเตือน ได้จากแอปพลิเคชันนี้

แอปพลิเคชันนาฬิกา มีให้เลือกใช้งาน 4 เมนูด้วยกัน ได้แก่ เตือน, เวลาโลก, จับเวลา และการตั้งเวลา

ส่วนแอปพลิเคชันพื้นฐาน ก็มาครบครับ ทั้งวิทยุ FM และเครื่องบันทึกเสียง

รวมถึงเครื่องคิดเลขอีกด้วย

สำหรับการดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน นอกจากจะมี Play Store แล้ว ยังมี Samsung Apps ซึ่งเป็นแหล่งรวมแอปพลิเคชันที่ทาง ซัมซุง ได้คัดสรรมาให้ผู้ใช้ได้เลือกดาวน์โหลดกันนั่นเอง

มาทดสอบ Benchmark กันบ้าง โดยผลการทดสอบด้วยโปรแกรม Quadrant วัดความเร็วในการทำงานของ CPU และกราฟฟิค อยู่ที่ 10305 คะแนน และ AnTuTu ทดสอบ CPU, 2D & 3D graphics, SD card และ Database อยู่ที่ 24112 คะแนน ซึ่งถือว่า แรงกว่า Samsung Galaxy Mega 6.3 อยู่พอสมควร

ส่วนมัลติทัช รองรับที่ 5 จุดครับ

รีวิว Samsung Galaxy Mega 2 : ทดสอบการดูหนัง และเล่นเกม

อย่างที่กล่าวไว้ในตอนต้นครับว่า Samsung Galaxy Mega 2 นั้น มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ถึง 6 นิ้ว ซึ่งเหมาะอย่างมากกับการ ดูหนัง, ดูคลิปวีดีโอบน YouTube หรือเล่นเกม เนื่องจากแสดงผลได้อย่างเต็มจอ และเต็มตา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเล่นเกม ด้วยตัวเครื่องขนาดใหญ่ ทำให้สามารถจับได้ถนัดมือมากขึ้นด้วย อีกทั้งตัวเครื่อง ยังมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor และ RAM ขนาด 1.5 GB ทำให้การประมวลผลไหลลื่นมากขึ้นไปอีก เรียกได้ว่า รองรับการใช้งานด้านความบันเทิงได้อย่างสบายๆ

รีวิว Samsung Galaxy Mega 2 : ทดสอบกล้องดิจิตอลด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

Samsung Galaxy Mega 2 มาพร้อมกับกล้องด้านหน้า ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล และกล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED

นอกจากนี้ ยังมีโหมดการถ่ายภาพให้เลือกมากมาย เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 ครับ ไม่ว่าจะเป็น อัตโนมัติ, หน้าสวย, หลายช็อต, พาโนรามา, Virtual Tour, ถ่ายต่อเนื่อง และ HDR

โดย Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นนี้ เลือกความละเอียดของภาพถ่ายได้สูงสุด 8 ล้านพิกเซล และถ่ายวีดีโอความละเอียดสูงสุดที่ Full HD (1080p)นอกจากนี้ ยังสามารถตั้งเวลาถ่ายภาพ และเลือกเอฟเฟกต์ให้กับภาพถ่ายได้อีกด้วย

ลองมาชมตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล บน Samsung Galaxy Mega 2 กันครับ

รีวิว Samsung Galaxy Mega 2 : บทสรุปการใช้งาน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ กับบทความ รีวิว Samsung Galaxy Mega 2 สมาร์ท โฟนหน้าจอใหญ่ ที่ได้รับการอัพเกรดมาจากรุ่นก่อนหน้ามากพอสมควร

แม้ว่า Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นนี้ จะมีขนาดหน้าจอที่เล็กกว่า Samsung Galaxy Mega 6.3 แต่ในเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานแล้ว ถือว่าน้องใหม่รุ่นนี้ ดีกว่ามากครับ

โดยมาพร้อมกับหน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.5 GHz และหน่วยความจำ RAM ขนาด 1.5 GB พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 4.4.4 (KitKat) เวอร์ชันล่าสุดอีกด้วย ส่วนกล้องด้านหลัง ยังคงมีความละเอียดเท่าเดิมที่ 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED

และความพิเศษของ Samsung Galaxy Mega 2 รุ่นนี้ ก็คือ ฟีเจอร์ Ultra Power Saving Mode หรือ โหมดการประหยัดพลังงานแบบพิเศษ แบบเดียวกับ Samsung Galaxy S5 นั่นเอง โดยฟีเจอร์นี้ จะทำการปิดฟังก์ชันการใช้งานที่ไม่จำเป็น ช่วยให้สามารถใช้งานต่อไปได้อีก โดยเฉพาะในยามฉุกเฉิน แม้แบตเตอรี่จะเหลือเพียง 10%

สำหรับราคาจำหน่ายของ Samsung Galaxy Mega 2 นั้น อยู่ที่ 14,500 บาท มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Cosmic Black และ Blizzard White ครับ

จุดเด่นของ Samsung Galaxy Mega 2

• จอแสดงผลกว้าง 6.0 นิ้ว แบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16.7 ล้านสี ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล (245 ppi)
• หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.5 GHz
• หน่วยความจำ RAM ขนาด 1.5 GB
• หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 16 GB รองรับ microSD card สูงสุด 64 GB
• กล้องด้านหน้า ความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล
• กล้องด้านหลัง ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
• รัน Android 4.4.4 (KitKat) ตั้งแต่แกะกล่อง
• แบตเตอรี่ขนาด 2800 mAh
• รองรับเทคโนโลยี NFC
• มีวิทยุ FM ในตัว
• ฟังก์ชัน Multi-Window รองรับการเปิดใช้งานหลายหน้าต่างพร้อมกัน
• ฟีเจอร์ Ultra Power Saving Mode โหมดการประหยัดพลังงานแบบพิเศษ ด้วยการปิดฟังก์ชันการใช้งานที่ไม่จำเป็น ทำให้สามารถใช้งานต่อไปได้อีก แม้ว่าแบตเตอรี่จะเหลือเพียง 10%
• รองรับการเชื่อมต่อกับเครือข่าย LTE

จุดที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม

• เนื่องจากตัวเครื่องมีขนาดใหญ่เกินไป ถึงแม้จะช่วยเพิ่มพื้นที่ในการใช้งาน แต่ก็มีข้อเสียคือ พกพาลำบาก ไม่สะดวกเท่ากับ สมาร์ทโฟน เครื่องเล็ก โดยเฉพาะการใส่ในกระเป๋ากางเกง
• ความละเอียดของหน้าจอ ไม่ใช่ระดับ Full HD

ข้อควรทราบ: “เครื่อง Samsung Galaxy Mega 2 ที่ท่านเห็นในบทความรีวิวนี้ เป็นเพียงเครื่องทดสอบจากทาง ซัมซุง เท่านั้น ยังไม่ใช่เครื่องที่วางจำหน่ายจริงแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นตัวเครื่อง หรือฟังก์ชันการทำงานบางอย่างอาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100% เหมือนกับเครื่องที่วางจำหน่ายจริง”

 บทความรีวิวโดย: techmoblog.com

Advertisement Replay Ad
แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

รีวิว Dell Inspiron 7373 2 in 1 Notebook บาง เบา และพับได้

รีวิว Dell Inspiron 7373 2 in 1 Notebook บาง เบา และพับได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์