รีวิว Obi Worldphone SF1 ดีไซน์เพรียวบาง กระจกหน้าจอยกสูง และแบตฯ 3000mAh ชาร์จเร็ว

รีวิว Obi Worldphone SF1 ดีไซน์เพรียวบาง กระจกหน้าจอยกสูง และแบตฯ 3000mAh ชาร์จเร็ว

รีวิว Obi Worldphone SF1 ดีไซน์เพรียวบาง กระจกหน้าจอยกสูง และแบตฯ 3000mAh ชาร์จเร็ว

iphone-droid.net

สนับสนุนเนื้อหา

        สมาร์ทโฟนที่มีดีไซน์กระจกหน้าจอแบบยกสูง มีขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว Full HD และตัวเครื่องเป็นโลหะขึ้นรูปแบบยูนิบอดี้ ขับเคลื่อนด้วขุมพลังจาก Qualcomm MSM8939 พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 16 GB กับแรม 2 GB และแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ Quick Charge 1.0

Obi Worldphone SF1 Review-16

สรุปข้อมูลสเปค Obi Worldphone SF1

  • ขนาดตัวเครื่อง 146 x 74.8 x 8 มม.
  • น้ำหนัก 147 กรัม
  • ใช้งานได้ 2 ซิม (micro SIM + nano SIM)
  • หน้าจอแสดงผล 5 นิ้ว Full HD
  • ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8939 Snapdragon 615
  • ซีพียู 64-bit Octa-core 1.5GHz (Quad-core 1.5GHz Cortex A53 และ Quad-core 1.0GHz)
  • จีพียู Adreno 405
  • แรม 2GB
  • ความจำภายในตัวเครื่อง 16GB เพิ่มได้ด้วย microSD card สูงสุด 64GB
  • กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อมแฟลช LED
  • กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED
  • รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านเครือข่าย 3G/4G LTE, WiFi 802.11 a/b/g/n, Bluetooth 4.0
  • รองรับระบบ GPS, A-GPS
  • รันระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh (ถอดเปลี่ยนเองไม่ได้) รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ Quick Charge 1.0

 

แกะกล่อง Obi Worldphone SF1

Obi Worldphone SF1 Review-18Obi Worldphone SF1 Review-17

Obi Worldphone SF1 มาในกล่องแบบแท่งทรงสูงพลาสติก มีฝาครอบแบบใส ซึ่งเห็นตัวเครื่องตั้งแต่ยังไม่แกะออกจากล่อง ภายในจะมีตัวเครื่อง Obi Worldphone SF1 พร้อมแบตเตอรี่ในตัว, อะแดปเตอร์, สาย microUSB, เข็มจิ้มถาดใส่ซิม และคู่มือการใช้งาน

 

ดีไซน์ ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล

Obi Worldphone SF1 Review-06Obi Worldphone SF1 Review-07

Obi Worldphone SF1 มีดีไซน์ที่แปลกตาด้วยกระจกหน้าจอที่ยกสูงลอยขึ้นมาประมาณ 0.2 มม. โดยตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งตัวและขัดเงาบางเพียง 7.8 มม. เมื่อรวมกับกระจกหน้าจอที่ยกสูงก็อยู่ที่ 8 มม. ลักษณะของผิวตัวเครื่องให้สัมผัสที่ไม่ลื่นมือ ซึ่งผิวลักษณะนี้จะช่วยในเรื่องของคราบมันโดยเฉพาะการลดคราบที่เกิดจากรอย นิ้วมือได้เป็นอย่างดี

 

Obi Worldphone SF1 Review-19

ขอบตัวเครื่องของรุ่นนี้มีความโค้งมนทั้งด้านซ้ายและด้านขวา ทำให้การจับใช้งานถนัดมือมากขึ้น โดยสีตัวเครื่องหลักจะเป็นสีดำ ตัดกับสีขอบบนกับขอบล่างตัวเครื่องที่เป็นเงินออกไปทางสีเทาสเปซเกรย์ ซึ่งรุ่นในรีวิวนี้เรียกว่าสี Silver Grey ในส่วนของน้ำหนักตัวเครื่องอยู่ที่ 147 กรัม

 

Obi Worldphone SF1 Review-05

หน้าจอของ Obi Worldphone SF1 มีขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p ซึ่งมีความหนาแน่นของพิกเซลประมาณ 443 พิกเซลต่อนิ้ว ในเรื่องของความคมชัดนั้นถือว่าคมชัดมาก โดยแผงหน้าจอเป็นเทคโนโลยี IPS ที่ใช้เทคโนโลยีจาก JDI in-cell คือการรวมเซ็นเซอร์ของระบบสัมผัสเอาไว้ในเนื้อกระจกเพื่อช่วยในเรื่องของ ความบางเบา และรับการสัมผัสได้ดีมากขึ้น แล้วครอบหน้าจอด้วยกระจก Gorilla Glass 4

 

Obi Worldphone SF1 Review-04

เหนือหน้าจอช่องสำหรับเสียงลำโพงสนทนา, เลนส์กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล และแฟลช LED สำหรับกล้องหน้า

 

Obi Worldphone SF1 Review-03

ล่างหน้าจอไม่มีปุ่มใด ๆ ซึ่งค่อนข้างเหลือมีพื้นที่ว่างไว้เยอะเหมือนกัน โดยปุ่มนำทางทั้ง 3 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มย้อนกลับ, ปุ่มโฮม และปุ่ม Recent App จะอยู่บนหน้าจอแสดงผล

 

Obi Worldphone SF1 Review-12

ขอบด้านบนตัวเครื่องมีช่องเสียบหูฟังขนาดมาตรฐาน 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่สองสำหรับตัดเสียงรบกวนรอบข้าง

 

Obi Worldphone SF1 Review-14

ขอบด้านล่างตัวเครื่องมีช่องสำหรับเสียงลำโพง, ไมโครโฟนสำหรับเสียงสนทนา และพอร์ตเชื่อมต่อขนาด microUSB (รองรับ OTG) สำหรับชาร์จไฟให้แบตเตอรี่หรือถ่ายโอนข้อมูลผ่านสายเคเบิล

 

Obi Worldphone SF1 Review-11Obi Worldphone SF1 Review-15

ขอบทางด้านขวาไม่มีปุ่มใด ๆ จะมีเพียงช่องสำหรับจิ้มถาดใส่ซิม ซึ่งรุ่นนี้รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด โดยช่องซิม 1 รองรับขนาด micro SIM และช่องซิม 2 รองรับขนาด nano SIM หรือจะใส่ microSD card แทนก็ได้ ความจุสูงสุด 64GB

 

Obi Worldphone SF1 Review-13

ขอบทางด้านซ้ายมีปุ่มปรับระดับเสียงและปุ่ม Power สำหรับปิด/เปิดตัวเครื่องหรือปิด/เปิดหน้าจอ

 

Obi Worldphone SF1 Review-10Obi Worldphone SF1 Review-08

ด้านหลังมีเลนส์กล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์จาก Sony IMX214 ค่ารูรับแสง f/2.0 และมีแฟลช LED ส่วนฝาหลังไม่สามารถแกะเปิดได้ ภายในมีแบตเตอรี่ขนาด 3,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว Quick Charge 1.0

 

อินเตอร์เฟซและฟังก์ชั่นการใช้งาน

Obi Worldphone SF1 Review-06

Obi Worldphone SF1 รันระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop หน้าตาอินเตอร์เฟซดูแปลกใหม่ในบางเมนู แต่ส่วนใหญ่แล้วก็คงหน้าตาเดิม ๆ แบบ Material Design โดยในหน้าล็อคสกรีนสามารถปลดล็อคหน้าจอโดยการแตะที่ไอคอนในวงกลมแล้วปัดขึ้น หรือแตะแล้วลากไปที่ไอคอนโทรศัพท์เพื่อปลดล็อคเข้าเมนูการโทร และลากไปที่ไอคอนกล้องถ่ายนรูปเพื่อเข้าใช้งานแอพกล้องได้ทันที

 

Obi Worldphone SF1 UI-01

เมื่อเข้ามาในหน้าจอหลักหรือหน้าโฮมจะพบกับไอคอนแอพพลิเคชั่นที่จัดเรียง เป็นแถวยาวลงมา 2 แถว ตรงนี้เราสามารถแตะค้างแล้วลากเพื่อย้ายตำแหน่งจัดวางเองได้ รวมไปถึงลากเพื่อลบออกจากหน้าโฮมก็ได้เช่นกัน ส่วนการเลื่อนหน้าจอก็ปัดไปทางซ้ายหรือขวา นอกจากนี้ก็มีไอคอนบอลลูนแสดงตัวเลขการแจ้งเตือนที่ไอคอนแอพพลิเคชั่นด้วย

 

Obi Worldphone SF1 UI-02

เมื่อแตะค้างบริเวณพื้นที่ว่างในหน้าโฮม จะมีเมนูให้เลือกปรับแต่งส่วนนี้ได้ ได้แก่ เปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์, เพิ่มวิดเจ็ต, เข้าไปสู่การตั้งค่า และเข้าไปสู่เมนูจัดการแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้แล้วเมื่อลากขึ้นมาก็จะพบกับ เมนูการปรับแต่งหน้าโฮมอื่น ๆ ได้แก่ แถบการค้นหา, เอฟเฟ็กต์เมื่อเลื่อนหน้าจอ เป็นต้น

 

Obi Worldphone SF1 Review-02Obi Worldphone SF1 UI-03

App Drawer จัดเรียงแบบ 4 x 6 แถว เมื่อแตะค้างที่ไอคอนแอพพลิเคชั่นสามารถลากเพื่อดูข้อมูลหรือลบการติดตั้ง ได้ (เฉพาะแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งเพิ่มเติมมาเครื่อง ส่วนแอพพลิเคชั่นระบบไม่สามารถลบออกได้)

 

Obi Worldphone SF1 UI-04

ลากแถบบาร์ด้านบนลงมาจะเป็นในส่วนของการแจ้งเตือนต่าง ๆ และแผง Control panel สำหรับปิด/เปิดการใช้งานเมนูต่าง ๆ เพื่อความรวดเร็วโดยไม่ต้องเข้าเมนูการตั้งค่าให้ยุ่งยาก

 

Obi Worldphone SF1 UI-05

เมื่อแตะที่ปุ่ม Recent App (ปุ่มขวาสุด) จะเป็นส่วนของรายการแอพพลิเคชั่นที่เปิดใช้งานอยู่ล่าสุด สามารถแตะที่รายการเพื่อเข้าใช้งานต่อหรือปิดใช้งานก็ได้ รวมไปถึงเข้าไปเคลียร์หน่วยความจำแรมโดยการแตะที่เมนู Task Manager

 

Obi Worldphone SF1 UI-06

ในส่วนของเมนูการตั้งค่า (Settings) จะแบ่งเป็น 2 แท็บ คือ Common จะเป็นส่วนของเมนูการตั้งค่าที่ใช้งานบ่อย ๆ สามารถเลือกมาไว้ในส่วนนี้ได้ และอีกแท็บคือ All Settings  ซึ่งก็คือเมนูการตั้งค่าทั้งหมดของเครื่อง

 

Obi Worldphone SF1 UI-07

ฟีเจอร์ท่าทางอัจฉริยะหรือ Smart Function ที่น่าสนใจของ Obi Worldphone SF1 ได้แก่

  • Pick-up Call : เมื่ออยู่ในหน้ารายชื่อเบอร์โทร ยกโทรศัพท์มาแนบหูเพื่อโทรออกได้ทันที โดยไม่ต้องกดปุ่มโทรออก
  • Flip mute : คว่ำหน้าจอโทรศัพท์เพื่อปิดเสียงสายเรียกเข้า ซึ่งจะไม่กดวางสาย แค่ปิดเสียงเท่านั้น
  • Flip speaker : รับสายเรียกเข้าแล้ว เมื่อคว่ำหน้าจอโทรศัพท์จะเป็นการเปิดลำโพง
  • Snap page : ปัดมือเหนือ Proximity sensor เพื่อจับภาพหน้านั้น ๆ
  • Snap photo : ปัดมือเหนือ Proximity sensor เพื่อจับรูปภาพ
  • Enable bottom notification : เปิดใช้งานการแจ้งเตือนโดยลากจากขอบจอด้านล่างขึ้นมา

 

Obi Worldphone SF1 UI-08

เมนูการแสดงผล นอกจากจะปรับระดับความสว่างหน้าจอได้แล้ว ยังเข้าเลือกสไตล์หรือหน้าตาของอินเตอร์เฟซได้ด้วย ได้แก่ Obi Lifespeed (หน้าตาแบบที่เปิดใช้งานครั้งแรก) และ Android default style (หน้าตา รวมถึงไอคอนแอพพลิเคชั่นระบบจะเปลี่ยนไปเป็นไอคอนมาตรฐานของ Android)

 

Obi Worldphone SF1 UI-09

Obi Worldphone SF1 รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด โดยช่องซิม 1 รองรับขนาด micro SIM และช่องซิม 2 รองรับขนาด nano SIM (ใส่ microSD card แทนได้) ซึ่งทั้ง 2 ช่องรองรับทั้ง 2G/3G/4G แล้วค่อยไปเลือกใช้งานเครือข่ายในเมนูการตั้งค่าได้ว่าต้องการให้ช่องซิมใด ใช้งาน 3G/4G ส่วนอีกช่องก็จะสลับไปใช้งาน 2G อัตโนมัติ

สำหรับเครือข่าย 3G รองรับทุกเครือข่ายในไทยบนคลื่นความถี่ 850/900/1900/2100 MHz และ 4G รองรับ FDD คลื่นความถี่ 1800MHz (เครือข่าย dtac) กับ TDD คลื่นความถี่ 2300MHz ซึ่งจะเห็นว่าไม่รองรับ 4G คลื่นความถี่ 2100MHz (TrueMove H)

หากต้องการเชื่อมต่อข้อมูลเครือข่าย 4G ก็ต้องใช้กับซิม dtac เท่านั้นที่เปิดให้บริการ 4G บนคลื่นความถี่ 1800MHz ซึ่งคลื่นความถี่ทั้ง 3 ค่ายน่าจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นปีหน้านี้ แต่ถ้าไม่ใช้งาน 4G อยู่แล้วก็สามารถเลือกใช้งาน 3G ได้ทุกเครือข่าย

 

Obi Worldphone SF1 UI-10

Obi Worldphone SF1 มีระบบเสียง Dolby Audio Surround 7.1 ซึ่งทำงานเมื่อใช้งานกับหูฟัง เสียงที่ได้จะเป็นเสียงรอบทิศทางคล้ายระบบเสียงในโรงภาพยนตร์

 

Obi Worldphone SF1 UI-11

Obi Worldphone SF1 มีแบตเตอรี่ 3,000 mAh พร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดการใช้งานพลังงานโดยลดการทำงานของระบบ ซึ่งปิดการทำงานเบื้องของแอพพลิเคชั่นทั้งหมด และจำกัดการสั่นด้วย

 

ตรวจสอบเซ็นเซอร์ด้วย Android Sensor Box และมัลติทัช

Obi Worldphone SF1 UI-12

  • Accelerometer Sensor ช่วยหมุนหรือปรับเปลี่ยนทิศทางการแสดงผลของหน้าจอให้แบบอัตโนมัติ ตามลักษณะการจับถือของผู้ใช้
  • Light Sensor สำหรับตรวจวัดระดับความสว่างของสภาพแวดล้อม เพื่อปรับความสว่างของหน้าจอและแผงปุ่มกดให้เหมาะสม
  • Orientation Sensor ระบบปรับมุมมองการแสดงผลหน้าจออัตโนมัติ
  • Proximity Sensor สำหรับการปิดหน้าจอแบบอัตโนมัติขณะสนทนา เพื่อประหยัดพลังงาน
  • Gyro Sensor ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหวแบบ 3 แกน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และความยืดหยุ่นหลากหลายในการควบคุม
  • Sound Sensor ตรวจวัดระดับเสียง
  • Magnetic Sensor ตรวจวัดความเข้มสนามแม่เหล็ก
  • รองรับมัลติทัชสูงสุด 5 จุด

 

กล้องถ่ายรูป

Obi Worldphone SF1 Review-09

Obi Worldphone SF1 มีเลนส์กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์จาก Sony IMX214 ค่ารูรับแสง f/2.0ระบบออโต้โฟกัส และแฟลช LED โดยแอพกล้องที่ติดตั้งมาให้เป็นของ Snapdragon จัดเรียงเมนูการใช้งานซ้ายขวาเหมือนกับกล้องถ่ายรูปในรุ่นอื่น ๆ ซึ่งหน้าตาจะคล้าย ๆ กับของ i-mobile หากใครเคยใช้ก็น่าจะคุ้นตา

 

Obi Worldphone SF1 UI-13

กล้องหลังถ่ายภาพได้ขนาดสูงสุด 13 ล้านพิกเซลในอัตราส่วน 4:3, เลือก ISO ได้สูงสุด 800 และเปิด HDR ได้ นอกจากนี้ก็รองรับการแนบตำแหน่งแผนที่ลงในภาพถ่าย และระบบตรวจจับใบหน้า ซึ่งจากการทดสอบใช้งานพบว่าระบบโฟกัสค่อนข้างช้าไปหน่อย

 

Obi Worldphone SF1 UI-14

ตัวกล้องมาพร้อมกับ IQ Camera ซึ่งก็มีฟีเจอร์ดังนี้

  • ReFocus ถ่ายแล้วเลือกจุดโฟกัสภายหลัง
  • ChromaFlash เป็นการถ่ายภาพสองครั้งอย่างรวดเร็ว ภาพหนึ่งแบบใช้แฟลช และอีกภาพไม่ใช้ แล้วนำภาพทั้งสองมาประมวลผลรวมกันเพื่อให้ได้ภาพที่สมบูรณ์แบบที่สุด
  • OptiZoom เป็นการจำลองการซูมความละเอียดสูงแบบออพติคัล เพื่อลดการแตกของภาพถ่าย

 

Obi Worldphone SF1 UI-15

กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช LED ถ่ายภาพได้ขนาดสูงสุด 5 ล้านพิกเซลในอัตราส่วน 4:3 ซึ่งตัวกล้องไม่มีโหมดหน้าสวยให้ แต่ก็สามารถดาวน์โหลดแอพกล้องตัวอื่นจาก Play Store มาใช้งานได้

 

Obi Worldphone SF1 UI-16

กล้องหลังรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุด 1080p ส่วนกล้องหน้าบันทึกวิดีโอได้สูงสุด HD 720p

ตัวอย่างภาพถ่าย

Obi Worldphone SF 1 Camera 5Obi Worldphone SF 1 Camera 4Obi Worldphone SF 1 Camera 3Obi Worldphone SF 1 Camera 2Obi Worldphone SF 1 Camera 1

 

สรุปจุดเด่น

  • หน้าจอขนาด 5 นิ้ว IPS Full HD
  • ระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 Lollipop
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด 3G/4G
  • ชิปประมวลผล 64-bit Octa-core 1.5GHz
  • แรม 2GB
  • ความจำตัวเครื่องให้มา 16GB เพิ่มความจำภายนอกได้ด้วย microSD สูงสุด 64GB
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมฟีเจอร์ใช้งานหลากหลาย
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh รองรับระบบชาร์จ Quick Charge 1.0

จุดสังเกตเพิ่มเติม

  • ฝาหลังและแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนเองไม่ได้
  • รองรับ 4G เฉพาะคลื่นความถี่ 1800MHz ซึ่งก็มี dtac ที่เปิดบริการแล้ว และ 2300MHz
  • ไม่รองรับ NFC


สนับสนุนเนื้อหา: www.iphone-droid.net

Advertisement Replay Ad
พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป  “Artomaton”

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป “Artomaton”

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์