[รีวิว] OPPO F1 Plus มือถือกล้องหน้าชัดอลังการ กับสเปคอัดแน่น

[รีวิว] OPPO F1 Plus มือถือกล้องหน้าชัดอลังการ กับสเปคอัดแน่น

[รีวิว] OPPO F1 Plus มือถือกล้องหน้าชัดอลังการ กับสเปคอัดแน่น

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

    ในงาน Thailand Mobile Expo 2016 Hi End ที่เพิ่งจบไปนั้น OPPO Thai เปิดตัวมือถือรุ่นใหม่อย่าง F1 Plus ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีกล้องหน้าและสเปคที่จัดมาหนักมาก คราวนี้เมื่อเราได้เครื่องมารีวิวหลังจากเปิดตัวในเกือบ 1 เดือน ทีมงาน Sanook! Hitech จะมีความคิดเห็นอย่างไร มาดูกันเลย

รายละเอียดของ OPPO F1 Plus

- ขนาดตัวเครื่อง 151.8 x 74.3 x 6.6 มิลลิเมตร

- สีตัวเครื่อง ด้านหน้าขาว, ด้านหลังทอง/ โรส โกลล์

- น้ำหนัก 145 กรัม

- CPU Media TEK Helio P 10 Octa Core 2.0 GHz

- GPU Mali T860 MP2

- RAM 4GB

- ความจุในตัว 64GB

- เพิ่มความจำได้ด้วย Micro SD 128GB

- ความถี่ 2G 850 / 900 / 1800 / 1900

- ความถี่ 3G 800 / 850 / 900 / 2100 HSDPA

- ความถี่ 4G LTE Cat 6 300/50 Mbps

- WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth V4.1

- หน้าจอ 5.5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1920x1080

- กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Selfie Flash

- กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซลพร้อมระบบ Auto Focus และ LED Flash

- แบตเตอรี่ 2850 mAh

- ระบบปฏิบัติการ Color OS พื้นฐาน Android 5.1

รูปร่าง


    ด้านหน้า เด่นด้วยเอกลักษณ์ที่เหมือนกับ iPhone 6 Plus พอสมควร แต่ด้านหน้าจอขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด 1920x1080 แบบ IPS LCD รองรับมัลติทัช 6 จัด

    ส่วนบน มีเซนเซอร์, ช่องหูฟัง และ กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

    ส่วนล่าง มีปุ่ม Option, Home พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ, Back เพื่อย้อนกลับ

    ด้านข้างใช้วัสดุอะลุมิเนียมที่เนียนมือใช้ได้ พร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียง

    ด้านข้างขวามีปุ่ม เปิดปิดเครื่อง

    และมีช่องใส่ซิมแบบ Nano SIM 2 ช่องและสลับเป็น Micro SD Card

    ด้านบน มีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวน

    ด้านล่าง มีลำโพง ช่องเสียบ Micro USB, ไมโครโฟน และช่องเสียบหูฟัง

    ด้านหลังมีเส้นสำหรับเสาอากาศเหมือนกับ iPhone 6 และ 6s มีกล้องหลังขนาด 13 ล้านพิกเซลพร้อมกับ LED Flash 1 ดวงและมีโลโก้ OPPO เด่นชัด

    ภาพรวมของเครื่องถือว่าสวยหรูจับถนัดมือ และไม่ค่อยที่จะหลุดมือง่าย แต่ความรู้สึกที่เห็นมันเหมือน iPhone เกินไปทำให้ไม่มีจุดเด่น ถ้าไม่ไว้โลโก้ OPPO จะไม่เห็น แต่โทนสีทองและสีชมพูแตกต่างกันเล็กน้อยถ้าสังเกตดี ๆ นะ

ประสิทธิภาพของ OPPO F1 Plus


จากการทดลองประสิทธิภาพผ่าน Antutu ทำได้คะแนนอยู่ที่ 53254 คะแนน ถือว่าไม่มากและไม่น้อยเกินไป และการประมวลผลกราฟฟิกผ่าน Nenamark 2 อยู่ที่ 59.7 FPS และรองรับมัลติทัชสูงสุด 5 จุด ภาพรวมของการทดสอบประสิทธิภาพถือว่าทำได้ดี แต่อาจจะไม่ได้สูงกว่ามือถือในระดับเดียวกัน ที่แน่นนอนคือเน้นการใช้งานจริงตอบโจทย์สบาย และมีพื้นที่ในตัวเหลือ ๆ เลยล่ะ

ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 2850 mAh ที่มีจุดเด่นเรื่องการชาร์จไว (VOOC Fast Charge) ทำให้การให้พลังงานของเครื่องได้มาเร็ว แต่อย่างไรก็ดี การทดสอบใช้งานนั้นอยู่ได้ราว ๆ 6-7 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานปกติ จะได้นานกว่านั้นพอสมควร

คุณสมบัติเด่น


ในเรื่อง UI ของ OPPO F1 Plus ใช้ Color OS เวอร์ชั่นใหม่ ครอบอยู่ในระบบปฏิบัติการ Android 5.1 ที่สามารถเปลี่ยน Theme ได้หลากหลายแบบ และใช้งานง่าย ๆ ผ่าน Notification ได้อีกด้วย และไม่ซับซ้อน

   ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ทำงานได้รวดเร็ว และแตะเพื่อปลดล็อคได้ แต่ไม่สามารถใช้ฟีเจอร์ถ่ายภาพได้ แต่ยังสามารถล็อค Apps ที่เราไม่ต้องการให้คนอื่นเข้าได้อีกด้วย

ส่วนลูกเล่นอื่น ๆ นั้นมีระบบฟังเพลงที่ให้คุณภาพเสียงที่ดีพอสมควร, เครื่องคิดเลข, ไฟฉาย, เข็มทิศ, สมุดจด, เครื่องอัดเสียง แต่น่าเสียดายไม่มีวิทยุ FM Radio

กล้องหลังของ OPPO F1 Plus ให้มีขนาด 13 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Auto Focus แบบ PDAF และมี LED Flash ให้ 1 ดวง และมี UI กล้องแบบใหม่ที่สามารถปรับตั้งค่าได้มากกว่าเดิมเช่น เปิด Palm Shutter, ตั้งเวลาถ่ายภาพ, เลือกขนาดภาพให้เป็น 16:9 และยังสามารถถ่ายภาพแบบ Pro Mode ปรับการทำงานของกล้องเองได้ การทำงานของกล้องจัดว่าทำได้รวดเร็วและตอบสนองไวดี การถ่ายภาพกลางคืนเก่งมาก

จุดเด่นของรุ่นนี้คงต้องยกให้กล้องหน้า เพราะความละเอียดให้มาขนาด 16 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Selfie Flash ที่สามารถปรับ Beauty Mode ได้ 7 ระดับแถมตั้งแสงให้ออกมาดูนวลมากขึ้นได้ ถ้านั่นยังไม่เด็ดพอแล้วล่ะก็ การถ่ายวีดีโอสามารถถ่ายได้แบบ Wide Selfie ถ่ายวีดีโอด้วยกล้องหน้าได้ และมี Selfie Flash ที่ทำงานได้ลงตัวดี ทำให้คุณสามารถ Selfie ได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก OPPO F1 Plus)

สรุปสำหรับ OPPO F1 Plus


    เป็นมือถือที่เน้นการถ่ายภาพ ด้วยการ Selfie มากกว่าสิ่งอื่นใด เนื่องจากความละเอียดของกล้องที่มากกว่าเพื่อน แถมมีลูกเล่นอำนวยความสะดวกที่มากอยู่ แถมยังได้สเปคเครื่องที่ครบเครื่องโดยเฉพาะ 4G LTE ที่รองรับ Cat 6 และยังได้ความจำในตัวเยอะระดับ 64GB แม้ว่าผลการทดสอบประสิทธิภาพ จะดูงั้น ๆ มาก

    ส่วนราคาเครื่องอยู่ที่ 15,990 บาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Samsung Galaxy A7 2016 ที่มีราคาเท่ากัน แต่มีบางจุดที่ OPPO ยังดูดีกว่าเช่นแรงกว่า กล้องหน้าชัดกว่า และสเปคเครื่องภาพรวมดูดีกว่า ให้เป็นจุดที่สนใจมากขึ้น แต่ Samsung ก็มีดีไม่น้อย สุดท้ายนี้ ถ้าคุณรักการ Selfie มากกว่าสิ่งอื่นใดต้องการเครื่องจบทีเดียว แต่งบประมาณไม่ได้จำกัด OPPO F1 Plus เป็นทางเลือกที่น่าคบหาอยู่ไม่น้อยครับ

ข้อดี

  • สเปคเครื่องดูดีมาก
  • ตัวเครื่องงานประกอบเนียบและใช้วัสดุเลิศ
  • กล้องหน้าเทพมาก
  • มีฟีเจอร์ใหม่ทันสมัยอยู่

ข้อควรปรับปรุง

  • รูปร่างเหมือน iPhone เกินไป
  • เปิดฟีเจอร์ Gesture ถ่ายภาพด้วยมือ มีภาพมือแสดงผลตลอดเวลา
  • ราคาสูงกว่าในบรรดามือถือ OPPO

ขอบคุณ OPPO F1 Plus โดย OPPO Thai จำกัด

Advertisement Replay Ad
แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

Beartai Battle ศึกเรือธง iPhone X ปะทะ Samsung Galaxy Note 8

รีวิว Dell Inspiron 7373 2 in 1 Notebook บาง เบา และพับได้

รีวิว Dell Inspiron 7373 2 in 1 Notebook บาง เบา และพับได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์