[รีวิว] ZTE Blade L5 Plus มือถือค่าตัวเบา ๆ สเปคพอเพียง เพื่อคนออนไลน์

[รีวิว] ZTE Blade L5 Plus มือถือค่าตัวเบา ๆ สเปคพอเพียง เพื่อคนออนไลน์

[รีวิว] ZTE Blade L5 Plus มือถือค่าตัวเบา ๆ สเปคพอเพียง เพื่อคนออนไลน์

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

ทุกวันนี้ยังมีบางคนที่ต้องการมือถือสเปคดีระดับหนึ่ง ที่มีรายละเอียดที่ต้องใช้ได้และสามารถจ่ายเงินซื้อได้ง่ายโดยไม่คิดหนัก ในระดับไม่เกิน 3 พันบาท วันนี้ Sanook! Hitech จะมารีวิวมือถือจาก ZTE Blade L5 Plus ซึ่งเป็นมือถือที่มีราคาถูกที่ 2,990 บาท และหาซื้อบนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์อย่าง Lazada มาดูกันว่าจะเป็นอย่างไร

รายละเอียดของ ZTE Blade L5 Plus

- ขนาดตัวเครื่อง 143 x 72 x 8.3 มิลลิเมตร

- สีตัวเครื่อง ขาว / ดำ

- น้ำหนัก 160กรัม

- CPU Media TEK MT6580 Quad Core 1.2GHz

- GPU Mali 400 MP2

- RAM 4GB

- ความจุในตัว 8GB

- เพิ่มความจำได้ด้วย Micro SD 32GB

- ความถี่ 2G 900 / 1800 / 1900

- ความถี่ 3G 850 / 900 / 1900/ 2100 HSDPA

- ความถี่ 4G LTE ไม่รองรับ

- WiFi 802.11 b/g/n, Bluetooth V4.0

- หน้าจอ 5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1280x720

- กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล

- กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซลพร้อมระบบ Auto Focus และ LED Flash

- แบตเตอรี่ 2150 mAh

- ระบบปฏิบัติการ Android 5.1

รูปร่างของ ZTE Blade L5 Plus

   ด้านหน้า ออกแบบเรียบง่าย มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1280x720 การแสดงผลจัดว่าคมชัดดี แต่รองรับมัลติทัชแค่ 2 จุดเท่านั้น

   ส่วนบน มีเซนเซอร์, ช่องหูฟัง และ กล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล พร้อมกับไฟแจ้งเตือนสีเขียว

    ส่วนล่าง มีปุ่ม Option, Home พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ, Back เพื่อย้อนกลับ โดยสามารถสลับตำแหน่งปุ่มได้

    ด้านข้างมีวัสดุพลาสติกหลาแบบ โดยฝั่งซ้ายไม่มีอะไร

    ด้านข้างขวามีปุ่ม เปิดปิดเครื่อง และปุ่มปรับระดับเสียง

ด้านบน มีช่องเสียบหูฟัง

    ด้านล่าง มีช่องเสียบ Micro USB และ ไมโครโฟน

    ด้านเป็นพลาสติกแบบเรียบพร้อมกับ มีลวดลายสักหน่อย พร้อมกับกล้องหลังขนาด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash และลำโพงขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านล่าง พร้อมกับ โลโก้ ZTE

    เมื่อเปิดฝาหลังจะพบกับแบตเตอรี่ขนาด 2150 mAh พร้อมกับช่องใส่ซิมแบบ Micro SIM 2 ช่องและ Micro SD อีก 1 ช่องพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาด 2150 mAh ที่ถอดเปลี่ยนได้

    ภาพรวมจับได้ถนัดดีและสามารถถือได้คล่องไม่รู้สึกว่ามีส่วนคมหรือบาดมือ แต่บางคนอาจจะน้อยใจว่า วัสดุเป็นพลาสติกแต่ต้องทำใจกับราคาของเครื่อง อย่างไรก็ตามมันก็มีพลาสติกที่เนียนมือยู่ตรงแถวหน้าจอให้ได้รู้สึกมีราคาอยู่

ประสิทธิภาพของ ZTE Blade L5 Plus

จากการทดลองประสิทธิภาพผ่าน Antutu ทำได้คะแนนอยู่ที่ 53254 คะแนน ถือว่าไม่มากและไม่น้อยเกินไป และการประมวลผลกราฟฟิกผ่าน Nenamark 2 อยู่ที่ 59.7 FPS และรองรับมัลติทัชสูงสุด 5 จุด ภาพรวมของการทดสอบประสิทธิภาพ อยู่ระดับพอใช้งานได้ กล่าวคือถ้าเล่นเกมหนัก ๆ เครื่องไม่ตอบสนองดีแน่นอน แต่ถ้าใช้งานแค่โทรและ Social ธรรมดา นี่แหล่ะตอบโจทย์คุณที่สุด

ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 2150 mAh ไม่ได้มากอะไร ถ้าใช้งานทั่วไปจะสามารถใช้งานได้ทั้งวัน ถ้าโทรนานก็จะหมดไว แต่การทดสอบถ้าใช้กราฟฟิกเยอะ แบตเตอรี่ก็จะหมดไว แต่ถ้าปล่อยประมวลผลกลับอยู่ได้นานกว่า อย่างน้อย ZTE Blade L5 Plus มีระบบจัดการพลังงานมาให้ด้วย

คุณสมบัติเด่นที่น่าสนใจ

เริ่มจาก ระบบปฏิบัติการของ ZTE Blade L5 Plus เลือกใช้ Android 5.1 Lollipop แต่ครอบด้วย UI จาก ZTE ทำให้ไม่มีหน้าเรียก Apps ทุกสิ่งจะกองอยู่หน้าหลักหมด ข้อดีคืออะไรก็เจอ แต่ถ้าโหลดเยอะ ๆ ก็ไม่ต่างจาก iPhone ส่วน Notification ให้มาแบบ Android พื้นฐาน

ความเด่นของรุ่นนี้คือการสั่งงานด้วยท่าทางไม่ว่าจะเป็นการเปิดรับสายแค่แนบหน้า ปลดล็อคด้วยการเคาะหน้าจอเป็นต้น ไม่น่าเชื่อว่าเครื่องราคาเพียง 3 พันจะมีให้ครบ

ส่วนลูกเล่นอื่น ๆ นั้นมีให้ครบทั้งเครื่องเล่นเพลง, สมุดจด, เครื่องคิดเลข, เครื่องอัดเสียง หรือจะเป็น kids Mode ให้มาด้วย

กล้องหลังของ ZTE Blade L5 Plus ให้กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับ Auto Focus และ LED Flash หน้าตาก็จะดูเรียบง่าย มี Mode ให้พอใช้งานได้ คุณภาพที่ออกมาถือว่าทำได้ดี แต่การถ่ายจะดูใกล้ไปสักหน่อย ต้องถอยออกมาถึงจะสวย แต่การถ่ายวีดีโอทำได้ชัดสุด ระดับ HD 720P

ส่วนกล่องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล มี Beauty Mode ทำงานได้ระดับหนึ่ง แต่มี Gesture แค่ชู 2 นิ้ว ก็ถ่ายภาพเองแล้ว

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก ZTE blade L5 Plus)

สรุปสำหรับ ZTE Blade L5 Plus


    ตัวเครื่องที่ออกแบบมานั้นเหมาะสมกับคนที่ต้องการเริ่มต้นกับระบบปฏิบัติการนี้ หรือนักเรียนที่ไม่มีเงินมาก แต่ต้องการมือถือไว้สำหรับติดต่อเป็นหลัก และต้องการลูกเล่นที่เครื่องแพง ๆ มีบ้าง เพื่อให้ทันสมัยบ้าง แต่การซื้อเครื่องนี้ต้องซื้อกับ Lazada เท่านั้น และ 3G ไม่รองรับ 850 MHz ทำให้บางเครือข่ายไม่สามารถใช้งานได้

    โดยราคาอยู่ที่ 2,990 บาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วคงต้องเจอกับ Samsung Galaxy J1 Mini, Wiko หลาย ๆ รุ่น, OPPO Y21 และกลุ่มราคาไม่ถึง 3,000 บาทที่เยอะอยู่ สิ่งที่รุ่นนี้จะเด่นคือ พื้นที่ความจุเท่ากับ Samsung แต่รุ่นนี้จะได้ลูกเล่นสั่งงานด้วยท่าทาง แต่แบตเตอรี่อาจจะจำกัดไปหน่อย ถ้าไม่ได้คิดอะไรมากกดสั่งซื้อได้ เพราะในนั้นก็มีส่วนลด แต่ถ้าต้องการเครื่องที่ได้จับทันที ตัวเลือกอื่นจะดูน่าสนใจทันที แต่ปฏิเสทไม่ลง แม้ ZTE Blade L5 Plus จะดูเรียบ แต่ก็สวยไม่เบานะครับ

ข้อดี

  • ราคาเครื่องถูก
  • สเปคเพียงพอต่อการใช้งาน
  • กล้องหลังความละเอียดเยอะ
  • มี Gesture สั่งงานด้วยท่าทางได้

ข้อควรปรับปรุง

  • ต้องซื้อผ่าน Lazada เท่านั้น
  • ของเล่นที่ติดมากับเครื่องเยอะจนทำให้พื้นที่ติดตั้งโปรแกรมไม่พอ

ขอบคุณ ZTE Blade L5 Plus จาก ZTE Thailand

Advertisement Replay Ad
รีวิว Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์ออกกำลังกาย รุ่นแรกของ Fitbit

รีวิว Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์ออกกำลังกาย รุ่นแรกของ Fitbit

รีวิว Sandisk iXpand Base อุปกรณ์เก็บความจำสำหรับ iPhone พร้อมชาร์จไฟได้

รีวิว Sandisk iXpand Base อุปกรณ์เก็บความจำสำหรับ iPhone พร้อมชาร์จไฟได้

แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

พรีวิว Dyson V8 Carbon Fibre เครื่องดูดฝุ่นพลังแรงกว่าเดิม แต่ราคาเท่าเดิม

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์