รีวิว Nikkor 8-15 mm เลนส์ Fisheye รุ่นล่าสุดของ Nikon

รีวิว Nikkor 8-15 mm เลนส์ Fisheye รุ่นล่าสุดของ Nikon

รีวิว Nikkor 8-15 mm เลนส์ Fisheye รุ่นล่าสุดของ Nikon

แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

เลนส์ตาปลาหรือเลนส์ Fish eye นั้นเป็นหนึ่งในเลนส์ในฝันของใครหลายๆ คนนะครับ เพราะถ่ายได้ภาพ 180 องศาตรงหน้าในมุมมองภาพที่แปลกตาสุดๆ แต่ด้วยความที่ลักษณะการใช้งานค่อนข้างเฉพาะ ไม่เหมาะสำหรับใช้ถ่ายภาพในชีวิตประจำวันเท่าไหร่ และเลนส์มีราคาสูง ทำให้เราไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้เลนส์แบบนี้กัน วันนี้จึงเป็นโอกาสดีที่ Nikon ประเทศไทยส่งเลนส์ Nikon AF-S Fisheye Nikkor 8-15mm F3.5-4.5E ED มาให้ทีมงานเว็บแบไต๋ได้ทดลอง ทำความรู้จักกับเลนส์ตาปลากัน

อ่านรายละเอียดจากชื่อรุ่นเลนส์

ชื่อเต็มของเลนส์ตัวนี้คือ Nikon AF-S Fisheye Nikkor 8-15mm F3.5-4.5E ED ซึ่งมีความหมายดังนี้ครับ

AF-S เลนส์ที่มีมอเตอร์ในตัวแบบ Silent Wave โฟกัสเร็วและเงียบ Fisheye เลนส์ตาปลา ให้ภาพลักษณะวงกลมครอบคลุม 180 องศาตรงหน้า E (Electronic diaphragm) รูรับแสงควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ใช้ได้กับกล้อง Nikon ที่ออกหลังปี 2007 เท่านั้น ED (Extra-low Dispersion) ใช้ชิ้นเลนส์พิเศษเพื่อลดความคลาดของสี N (Nano Crystal Coat) กระบวนการเคลือบผิวเลนส์พิเศษ ลดแสง Flare การออกแบบเลนส์ Nikon AF-S 8-15 mm F3.5-4.5

จุดสะดุดตาอย่างแรกของ Nikon AF-S 8-15 mm F3.5-4.5 คือหน้าเลนส์ที่ป่องออกมา รู้สึกน่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง เย้ย! ก็เป็นธรรมชาติของเลนส์ fisheye ครับที่ชื้นเลนส์จะยื่นออกมาแบบนี้ ไม่งั้นก็เก็บภาพ 180 องศาไม่ได้หรอก ถือเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษในการใช้เลนส์ตัวนี้ครับ ต้องมีสติตลอดการใช้งาน มันไม่สามารถใส่ฟิลเตอร์ป้องกันหน้าเลนส์ใดๆ ได้ ใส่ฮูดระหว่างถ่ายที่ 8 mm ก็ไม่ได้ ถ้าทำกล้องตก เลนส์ทิ่มลงพื้น หรือโดนอะไรมาเกี่ยวเลนส์ ล้องห้ายย แต่หน้าเลนส์ตัวนี้ก็เคลือบผิวพิเศษด้วย fluorine มา ทำให้รอยนิ้วมือติดยากกว่าปกติหน่อย

Nikon AF-S 8-15 mm F3.5-4.5 มีน้ำหนัก 485 กรัม ก็ไม่มากไม่น้อยสำหรับเลนส์กล้อง Full frame แบบนี้ ดีไซน์การใช้งานก็เรียบง่ายมากครับ มีวงแหวน 2 วง วงแรกใช้ซูม อีกวงใช้หมุนโฟกัส ส่วนสวิทซ์ด้านข้างมีตัวเดียวคือปรับระบบโฟกัสอัตโนมัติหรือหมุนมือ และเลนส์ยังมาพร้อม Hood และฝาปิดเลนส์แบบครอบ Hood เพื่อปกป้องเลนส์ด้วย ซึ่งตัวฮูดนี้ต้องถอดออกเวลาต้องการถ่ายที่ 8mm ครับ

เลนส์ตัวนี้ให้ระยะโฟกัสใกล้สุด 16 cm ก็ห่างไปนิด เอาไปใช้ถ่ายรูปอะไรที่ใกล้มากๆ ไม่ได้ (คือพอเป็น fisheye เราก็อยากเอาเลนส์ไปจ่ออะไรใกล้ๆ ให้หน้าป่องๆ เหมือน The Dog ไง แต่เลนส์นี้จ่อใกล้มากไม่ได้ ภาพเบลอ)

Nikon AF-S 8-15 mm fisheye เหมือนได้ 2 เลนส์ในตัวเดียว

ความดีงามอย่างแรกของเลนส์รุ่นนี้คือช่วงซูมที่ได้ระยะ 8 – 15 mm ครับ ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าแค่ซูม แต่พอจะจริงๆ แล้วมันไม่ใช่แค่นั้น การที่เลนส์ตัวนี้สามารถซูมได้ทำให้เราสามารถถ่ายภาพมุมกว้างใน 2 รูปแบบคือ Circular Fisheye (ภาพวงกลมมุมกว้าง ขอบดำ เห็น 180 องศา) และ Diagonal Fisheye (ภาพมุมกว้าง เต็มเฟรม เห็น 180 องศา) ครับ

ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D750 กับเลนส์ Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye 8 mm

ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D750 กับเลนส์ Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye 8 mm

สำหรับกล้อง Full Frame หรือกล้อง FX ของนิคอน

ระยะ 8 mm จะได้ภาพแบบ Circular Fisheye สมบูรณ์แบบ ได้ภาพทรงกลม 180 องศา ส่วนที่เหลือของภาพจะเป็นสีดำหมด ระยะ 14-15 mm จะได้ภาพ Diagonal Fisheye เต็มเฟรมแบบ 175 องศา

ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D750 กับเลนส์ Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye 15 mm

สำหรับกล้อง APS-C หรือกล้อง DX ของนิคอน

ระยะ 8 mm ได้ภาพ Circular Fisheye ที่โดนครอป เพราะเซนเซอร์เล็กกว่ากล้อง Full frame ทำให้ไม่เต็ม 180 องศา ระยะ 11 mm ได้ภาพ Diagonal Fisheye เต็มเฟรมแบบ 180 องศา ประสบการณ์การใช้งาน Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye

ถ่ายด้วยกล้อง Nikon D750 กับเลนส์ Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye 8 mm

Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye นั้นไม่ทิ้งเอกลักษณ์ของนิคอนครับ ให้สีสันจัดจ้าน และความคมชัดสุดๆ แถมยังให้ความคมชัดที่ดีมากไปจนถึงขอบภาพ โดยเฉพาะภาพที่ความยาวโฟกัส 15mm แต่สำหรับภาพแบบ Circular Fisheye ที่ขอบภาพจะฟุ้งๆ หน่อยนะครับ ก็เป็นลักษณะของเลนส์ประเภทนี้

ที่น่าสนใจคือการใช้งานเพื่อถ่ายวิดีโอครับ เลนส์ตัวนี้ให้เอฟเฟกการซูมที่แปลกตามาก คือที่ระยะ 8mm จะเป็นภาพทรงกลม แล้วภาพจะค่อยๆ ยืดออกข้างเพื่อปูให้เต็มเฟรมในระยะ 15 mm ซึ่งสร้างภาพวิดีโอที่แปลกตากว่าเลนส์อื่นๆ เพียงแต่การซูมของ Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye นั้นไม่มีซูมระบบไฟฟ้าครับ ผู้ถ่ายจึงต้องหัดหมุนซูมให้ลื่นไหลด้วยตัวเอ

เนื่องจากว่า Nikon AF-S 8-15 mm Fisheye เป็นเลนส์มุมกว้างมาก ระบบป้องกันภาพสั่นไหวจึงไม่จำเป็น (ถ้าใส่มาก็ไม่คุ้มค่าต้นทุนที่ทำให้เลนส์แพงขึ้น) คือที่ระยะ 8 mm เราสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/8 ถ่ายภาพให้คมชัดได้สบายๆ และอาจจะได้ถึง 1/5, 1/3 วินาทีถ้ามือนิ่งพอ ส่วนที่ระยะ 15 mm ก็ทำความเร็วซัตเตอร์ได้ 1/15s ตามกฎความยาวโฟกัสนะครับ

เมื่อใช้ Auto ISO กล้องจะปรับความเร็วซัตเตอร์ต่ำเป็นหลัก

แต่ข้อควรระวังคือเวลาที่เราใช้โหมด Auto ISO กล้องจะคำนวณความเร็วซัตเตอร์ให้เหมาะสมตามความยาวโฟกัสอัตโนมัติ เช่นถ้าเราใช้ระยะ 8 mm กล้องก็จะใช้ซัตเตอร์ความเร็ว 1/8s ซึ่งถึงจะถ่ายภาพนิ่งได้คม แต่ก็จะมีปัญหากับวัตถุที่เคลื่อนไหวครับ ตัวแบบเคลื่อนตัวนิดหนึ่งก็เบลอแล้ว ช่างภาพสาย Auto ISO ก็ต้องระวังเรื่องนี้ แล้วปรับความเร็วซัตเตอร์ให้เหมาะสมกับตัวแบบก่อนถ่ายนะครับ

ราคาราว 49,900 บาท (อาจมีส่วนลด แล้วแต่ร้าน)

 

Advertisement Replay Ad
Microsoft ออก App “Microsoft Photos Companion” ถ่ายโอนภาพจากมือถือไปยัง PC ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียบสาย

Microsoft ออก App “Microsoft Photos Companion” ถ่ายโอนภาพจากมือถือไปยัง PC ง่ายขึ้น ไม่ต้องเสียบสาย

รีวิว Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์ออกกำลังกาย รุ่นแรกของ Fitbit

รีวิว Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์ออกกำลังกาย รุ่นแรกของ Fitbit

รีวิว Sandisk iXpand Base อุปกรณ์เก็บความจำสำหรับ iPhone พร้อมชาร์จไฟได้

รีวิว Sandisk iXpand Base อุปกรณ์เก็บความจำสำหรับ iPhone พร้อมชาร์จไฟได้

แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

แนะนำโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบฟรีๆ ทุกระดับ เลือกใช้ได้ตามชอบเลย

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รีวิว Nokia 2 น้องเล็กสุดของ Smart Phone Nokia ดีกรีแบตฯทนสุด

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

รวม 5 แอปดี ที่จะทำให้วาเลนไทน์นี้อบอวลไปด้วยความสุข

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

Mobile Lab รีวิวมือถือ Redmi 5A จัดเต็มสเปคดีในราคาเบาเวอร์ 2,790 บาท!

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

รีวิว WD My Cloud Home Duo อุปกรณ์ความจำรุ่นแรกที่ใช้ได้ทั้งบ้านแบบง่ายๆ

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

พาสัมผัส Panasonic Lumix G9 และ Lumix GH5s เรือธงทั้งด้านการถ่ายภาพ และวิดีโอรุ่นใหม่ล่าสุด

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

รีวิว OPPO A83 มือถือครบเครื่อง แต่ไม่ต้องจ่ายแพง

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

Instagram Stories สามารถรู้ได้แล้วว่าใครแคปหน้าจอ Stories คุณ

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

[รีวิว] iPhone X พลิกโฉมดีไซน์ด้วยจอชิดขอบ ปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบ Face ID

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

สัมผัสแรกกับ DJI Mavic Air โดรนครบเครื่องที่ใช้ง่าย และ ถ่ายภาพสวย

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

รีวิว Samsung Galaxy A8 (2018) / A8+ รุ่นกลางไร้กรอบ แต่ใส่ลูกเล่นเกินคุ้ม

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

“Coinverter” แอปแปลงค่าเงินสุดเจ๋ง ใช้งานได้เพอเฟ็กต์สุดๆ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

มาทำวอลเปเปอร์คู่รักกับแฟนด้วยแอป “Couple Wallpaper” กันเถอะ

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว ASUS Zenfone Max Plus (M1) มือถือจอเต็ม ทำไมจะให้แบตฯ อึดไม่ได้

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

รีวิว Sony RX0 ความลงตัวระหว่างกล้องคอมแพคและแอคชั่นแคม

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

พรีวิว Panasonic Toughbook CF33 คอมพิวเตอร์พกพา สายพันธุ์อึด

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

รีวิว Samsung Gear Sport Smart Watch หน้าตาเดิมๆ เพิ่มเติมคือใส่ว่ายน้ำได้

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์