รีวิว Motorola ROKR E2

รีวิว Motorola ROKR E2

รีวิว Motorola ROKR E2

S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อสักประมาณ 1 ปีที่แล้ว (2548) ผมจำได้ว่าทางโมโตโรล่า (Motorola) ได้เปิดตัวและวางจำหน่ายมิวสิคโฟนที่มีรหัสว่า ROKR E1 ซึ่งถือว่าเป็นมิวสิคโฟนที่สานต่อความน่าสนใจมาจาก E398 ที่ถือว่าเป็นมิวสิคโฟนรุ่นแรกของทางบริษัทมาแบบเต็มๆ มีเพียงสีตัวเครื่องที่เป็นสีขาว กับการเพิ่มเครื่องเล่นเพลง iTune ลงไปเท่านั้น นอกนั้นเป็นของ E398 ทั้งหมด แถมที่สำคัญยังลืมเพิ่มเติมในส่วนของปุ่มควบคุมเพลงแบบเฉพาะมาให้ใช้กับเจ้า iTune เพื่อความสะดวกในการใช้ควบคุมการเล่นเพลงซะยังงั้น!? จนมาถึงเจ้า Motorola ROKR E2 ที่เราจะนำมาแกะกล่องลองเครื่องทดสอบกันในคราวนี้ ที่ถือว่ามีการปรับเปลี่ยนโฉมจากเจ้า E1 ไปอย่างไร้ร่องรอยเค้าเดิมอยู่เลย มีการปรับปรุงเพิ่มเติมในส่วนที่ขาด และเสริมความคล่องตัวในการใช้งาน และความทันสมัยทางรูปลักษณ์ภายนอก และเทคโนโลยีพร้อมฟังก์ชั่นภายใน ที่ใครๆ เห็นแล้วเป็นต้องถาม และขอทดลองใช้ไปซะทุกครั้งที่เห็น หากใครที่อยากรู้ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง และน่าสนใจกับเจ้า ROKR E2 เครื่องนี้แล้วละก็ลองอ่านบทความแกะล่องลองเครื่องของเรา ที่จะมาเจาะลึกกับการทดสอบการใช้งานกันแบบเมนูต่อเมนูกันเลยทีเดียวครับ แกะกล่องลองเครื่อง สัมผัสแรก บอกได้คำเดียวว่า ล้ำมากๆ สำหรับเจ้า ROKR E2 ตัวนี้ที่มีดีตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกกันเลยทีเดียวครับ ทั้งวัสดุตัวเครื่อง สีสันที่ลงตัวดูทันสมัยโดยสีตัวเครื่องที่เรานำมาทดสอบนั้นจะเป็นสีดำสวยงามตาสไตล์โมโตโรล่า เสริมความน่าสัมผัสกระชับมือและความคงทนด้วยขอบยางที่ด้านข้างเครื่อง ทั้งนี้รูปทรงของ ROKR E2 นั้นจะมาแบบ Modern-Form ที่ให้ความโค้งมนอย่างธรรมชาติช่วยให้รับกับสัมผัสของฝ่ามือได้แบบพอดิบพอดี ด้วยมิติตัวเครื่องที่ขนาด 49.5x106x16 มิลลิเมตร และมีน้ำหนัก 115 กรัม ด้านหน้า โดดเด่นด้วยการออกแบบเข้ากับยุคสมัยปนความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสวยงาม ตั้งแต่ชุดแผงปุ่มกดต่างๆ ทั้งเมนู ปุ่มควบคุมแบบ Joy-stick รวมถึงปุ่มตัวเลขและตัวอักษรที่ถูกแยกไว้ตามหน้าที่การใช้งาน โดยจะมีหน้าจอแสดงผลสีเป็นตัวหลักในการเพิ่มความสวยงามด้วย themes เมนูและภาพพื้นหลังแบบสีได้อีกทางหนึ่งด้วย เหนือหน้าจอแสดงผลขึ้นำป จะมีโลโก้โลหะของ Motorola ติดอยู่ด้วย ซึ่งใกล้ๆ กันนั้นก็จะมีช่องลำโพงหูฟังอยู่ด้วย ด้านหลัง มีความโดดเด่นสวยงามได้ไม่แพ้ด้านหน้าทีเดียวกับส่วนของด้านหลังที่มีลการฉลุลายคล้ายกับลังผึ้งไว้บนพื้นผิวของตัวฝาหลัง และตัวเครื่องด้วย ดูแล้วให้ความสวยงามไปพร้อมกับคุณสมบัติของตัววัสดุที่ทำให้รู้สึกนุ่มมือดีครับ นอกจากนี้แล้วที่ด้านหลังนี้จะมีการติดตั้งตัวเลนส์กล้องถ่ายรูปพร้อมไฟแฟลช และถัดลงมาจากเลนส์กล้องจะมีปุ่มสลัก สำหรับใช้ปลดล็อกฝาหลัง นอกจากนี้แล้วด้านขวามือจากเลนส์กล้องนั้นจะมีการซ่อนช่องลำโพง หรือ Speaker ให้กลืนไปกับลายฉลุด้านหลังนั่นด้วย ทีนี้มาถึงส่วนของฝาหลังซึ่งนอกจากจะมีลายฉลุแล้วยังมีการเพิ่มโลโก้ ต่างๆ ทั้งโลโก้ของ Motorola และโลโก้ที่แสดงการรองรับเครื่องเล่นเพลง กับวิทยุ FM ที่มีตัวหนังสือสีส้มที่ดูแล้วช่วยให้ตัวเครื่องดูทันสมัยได้เหมือนกัน ด้านข้าง (ซ้ายมือ) ซึ่งนอกจากด้านข้างเครื่องจะมีการเสริมขอบด้วยยางแล้วที่ด้านซ้านมือนั้นเมื่อพลิกดูจะเห็นปุ่มกดสำหรับควบคุมการเล่นเพลงอยู่ด้านนี้อย่างครบถ้วนทั้งป่มปรับเสียง (Volume) และปุ่มกดเล่นเพลงต่างๆ ทั้ง Play/Pause/Forward/Rewind อย่างครบถ้วน โดยที่ตัวปุ่มต่างๆ จะมีการเสริมความสวยงาม ด้วยไฟแบ็กไลท์สีส้ม ที่นอกจากจะสวยงามแล้ว ยังช่วยให้สามารถมองเห็นตัวปุ่มกดในที่มืดได้ดีอีกด้วย ด้านข้าง (ขวา) เมื่อพลิกมาด้านนี้ ก็จะมีการเสริมขอบยางด้วยเช่นกัน แล้วก็จะมีการติดตั้งทั้งปุ่มกดสำหรับใช้งานการสั่งงานเมนูด้วยเสียง (Voice command) พร้อมไฟแบ็กไลท์สีส้ม ถัดลงมาก็จะมีปุ่มลื่น ล็อกปุ่มกดต่างๆ ในเครื่องถัดลงมาจะเป็นช่อง SD Card หร้อมฝายางกันฝุ่นละออง และสุดท้านก็จะเป็นช่อง miniUSB สำหรับใช้เสียบต่อสายดาต้ากับเครื่องพีซี และสายชาร์จไปแบตเตอรี่ด้วย ด้านบน และล่าง โดยด้านบนส่วนหัวของตัวเครื่องนั้นจะมี ช่อง Jack ขนาด 3.5 มิลิเมตร สำหรับใช้เสียบต่อหูฟังแบบมาตรฐานทั่วไป ส่วนด้านล่างตัวเครื่องนั้นจะไม่มีช่องต่อใดๆ เลยครับ ถอดแบตเตอรี่/ใส่ซิมการ์ด ทำได้ง่าย เพียงดันใช้ปลายนิ้วที่ถนัดดันปุ่มสลักลงด้านล่าง พร้อมกับใช้ปลายเล็บ หรือปลายนิ้วดึงขึ้นเบาๆ ตัวฝาหลังก็จะหลุดออกมาได้ง่ายแล้วครับ และหากต้องการจะถอดเปลี่ยน หรือใส่ซิมการ์ดนั้นก็ต้องถอดตัวแบตเตอรี่ออกก่อน ถึงจะเห็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบสอดธรรมดาอยู่ด้านใน ทดสอบการใช้งาน เริ่มการใช้งาน โดยการกดค้างที่ปุ่มวงาสายสีแดงประมาณ 2 วินาที จนเครื่องเริ่มทำงาน โดยจะมีการแสดงโลโก้ สักครู่ก็จะมีเสียงเปิดเครื่องมาตรฐานพร้อมกับเข้าสู่หน้าจอปกติที่แสดงทั้งภาพพื้นหลัง, เวลา, วันที่, ชื่อเครือข่าย, ระดับสัญญาณเครือข่าย, แสดงสถานะของแบตเตอรี่ และแถบบาร์สำหรับเมนูบนปุ่มซอพท์คีย์ อย่างละเอียด โดยกินเวลาในขั้นตอนการปิดเครื่องนี้ประมาณ 15 วินาที หน้าจอ ส่วนของจอแสดงผลนั้นจะเป็นแบบ TFT-LCD ความละเอียดสูง สามารถตอบสนองการแสดงผลต่างๆได้คมชัดสุดๆ ที่ระดับ 262,144 สี ขนาด 240 x 320 พิกเซล หรือขนาดความกว้างประมาณ 2 นิ้ว ให้ความสามารถแสดงผลการทำงาน ได้อย่างละเอียดสวยงาม คมชัดทุกเฉดสี ตอบสนองได้ดีแม้จะใช้งานกลางแจ้งแสงแดดจ้าได้ดีทีเดียว รวมไปถึงการแสดงรายละเอียดต่างๆ ได้อย่างครบถ้วน ทั้งนาฬิกาบอกเวลา, วันที่/เดือน/ปี, ชื่อเครือข่ายพร้อมสัญญาณเครือข่ายที่หลบอยู่มุมบนทางซ้ายมือของจอแสดงผล, แสดงมิเตอร์แบตเตอรี่ รวมถึงรายละเอียดอื่นๆได้อย่างครบถ้วน ซึ่งก็รวมถึงแถบบาร์เมนูสำหรับการใช้งานปุ่มควบคุมเมนูต่างๆ ด้วย นอกจากนี้แล้วยังสามารถให้ผู้ใช้ได้ปรับตั้งค่าต่างๆ บนหน้าจอได้ เองตามใจชอบด้วยไม่ว่าจะเป็น การเลือกภาพพื้นหลัง (Wallpaper) ที่มีให้เลือกในเครื่อง หรือดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้เอง, รูปแบบธีม (Themes) มีให้เลือกหลายแบบตามสไตล์ที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้งาน หรือจะหาดาวน์โหลดเพิ่มเติมก็ได้, ตั้งค่าไฟแสดงเริองแสง (Backlight Timeout) ตั้งแต่ 5/10/20 วินาที, ตั้งค่าเวลาหน้าจอ (Display Timeout) ตั้งแต่ 30 วินาที/1 และ 2 นาที, ตั้งค้เวลาภาพพักหน้าจอ (Screensaver Timeout) ตั้งแต่1/2 นาที หรือเลือกปิดก้ได้, เลือกตั้งค่าความสว่าง (Brightness) สูงสุ 6 ระดับ, ตังค่าวันที่และเวลา (Time&Date) รวมถึงการตั้งค่าโหมดประหยัดแบตเตอรี่ (Battery Saving) ได้ด้วย รูปแบบเมนู สำหรับรูปแบบของเมนูใน ROKR E2 นั้นจะเป็นเมนูที่ถูพัฒนาให้ผู้ใช้สามารถเรียกใช้งานได้ง่ายขึ้นบนระบบปฏิบัติการ Linux-based ด้วย UI ที่ไม่ซับซ้อนจนเกินไปนัก โดย UI รุ่นใหม่นี้จะมี code-name ที่เรียกว่า Chameleon ซึ่งเป็นชื่อที่ถูกเรียกตามโครงการพัฒนาของทางโมโตโรล่าเอง นอกจากนี้แล้วยังสามารถรรองรับภาษาเมนูได้ทั้งภาษาอังกฤษ, อินโดนีเซีย, ภาษาเวียดนาม, และภาษาไทย (รวมอัตโนมัติด้วย) โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าภาษาเมนูได้โดยเข้าที่ เมนูหลัก (Main Menu) > การตั้งค่า (Settings) > ตั้งค่าโทรศัพท์ (Phone Settings) > ภาษา (Language) ส่วนรูปแบบเมนูนั้นสามารถเลือกการแสดงแบบตาราง (Grid Matrix) เป็นรูปไอคอนสีสันสวยงามพร้อมทั้งการแสดงแว่นขยายเลื่อนตามการเลือก หรือจะเปลี่ยนให้หน้าเมนูหลักแสดงเป็นแบบรายการ (List) ก็ได้เพียงกดปุ่ม # ขณะอยู่หน้าเมนูหลักเท่านั้น หรือหากต้องการสร้าโฟล์เดอร์ส่วนตัวเองบนหน้าเมนูหลักก็สามารถทำได้เช่นกัน โดยกด เพิ่มเติม (Option) ขณะอยู่หน้าเมนูหลัก แล้วเลือก สร้างโฟลเดอร์ใหม่ (Create New Folder) แล้วให้เลือกตั้งชื่อ และใส่รูปโฟลเดอร์กราฟิกได้เองเลยครับ สำหรับเมนูหลักๆนั้นจะมีอยู่ทั้งหมด 10 เมนูด้วยกันได้แก่ - Settings เมนูการตั้งค่า สำหรับการตั้งค่าการใช้งานตัวเครื่อง และการโทรต่างๆ ทั้งการเลือกโปรไฟล์ (Profiles) ที่มีให้เลือกทั้งแบบ ปกติ/สั่น/ไม่มีเสียง/ประชุม/โหมดเครื่องบิน/นอนหลับ/ออกกำลัง/รถยนต์ เป็นต้น รวมถึงการตั้งค่า รูปแบบ (Themes), การเชื่อมต่อ (Connections), ตั้งค่าการโทร (Call Settings), ตั้งค่าโทรศัพท์ (Phone Settings), การป้องกัน (Security), เครือข่าย (Network) - Office Tools เมนูเครื่องมือ สำหรับการเลือกใช้งาน ปฏิทิน (Calendar), อีเมล (Email), MOTOSYNC, จัดการดาวน์โหลด (Download Manager), จัดการไฟล์ (File Manager), นาฬิกาปลุก (Alarm Clock), เวลาโลก (World Clock), แอ็ปพลิเคชั่นใน SIM ของผู้ให้บริการ, เครื่องคิดเลข (calculator), บริการการโทร (Dialling Services) อย่างการจำกัดเบอร์/โทรเบอร์บริการ, ราการงาน (Task), สมุดบันทึก (Notepad) - Multimedia เมนูมัลติมีเดียสำหรับความบันเทิงที่ถูกรวบรวมไว้ทั้งดารค้นหามีเดีย (Media Finder) สำหรับค้นหาไฟล์เพลง/ภาพ/วิดีโอ/เสียงบันทึกเป็นต้น, กล้องถ่ายรูป (Camera), กล้องวิดีโอ (Video Camera), บันทึกเสียง (Voice Recorder) - Games เมนูเกม สำหรับเข้าใช้งานแอ็ปพลิเคชั่นอื่นๆ และเล่นเกมที่อยู่ ในเครื่องมากมายรูปแบบ Java - Recentcall เมนูโทรล่าสุด สำหรับการใช้งานดูรายการโทรและใช้สายต่างๆ ที่ผ่านมาทั้งสายเข้า/โทรออก/ไม่ได้รับ และรับสาย - Bluetooth เมนูบลูทูธสำหรับการเข้าใช้งาน และตั้งค่าการเชื่อมต่อด้วยบลูทูธ - Messages เมนูข้อความ สำหรับใช้งานที่เกี่ยวกับการรับ-ส่งข้อความแบบต่างๆ ตั้งแต่การสร้างข้อความ (Create Message), กล่องข้อความเข้า (Inbox), กล่องข้อความออก (Outbox), อีเมล (Email), ข้อความเสียง (Call Voicemail), ข้อความสำเร็จรูป (Templates), เก็บในโฟลเดอร์ส่วนตัว (My Folder) และ แบบร่าง (Draft) - Contacts เมนูผู้ติดต่อ สำหรับการใช้งานเพื่อเรียกดูหรือแก้ไขรายการชื่อเบอร์โทร ทั้งในเครื่อง และ SIM - Web Access เมนูใช้งานเว็บ สำหรับเข้าใช้งาน เบราเซอร์ และการตั้งค่าการเบราเซอร์และตั้งค่าเว็บสำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต - Help เมนูคำแนะนำ สำหรับใช้เลือกดูวิธีการใช้งานเมนูต่างๆ ในเครื่องพร้อมคำแนะนำอย่างเป็นขั้นตอนแบบละเอียดทุกเมนู เสียงเรียกเข้า นอกจากเสียงเพลงในระดับ 64 โพลีโฟนิกแล้ว ยังสามารถนำเพลงแบบ Truetone หรือเพลงฟอร์แม็ต MP3/AAC/AAC+enhanced และ WMA มาตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าได้ด้วย แถมยังตั้งค่าการเตือนต่างๆ ได้ในโปรไฟล์ (Profiles) โดยเข้าไปที่ ตัวเลือก (Options) แล้วเลือก แก้ไข (Edit) ที่สามารถให้เราได้เลือกตั้งชื่อโปรไฟล์ (Profile Name), เลือกรูปแบบการเตือน (Alert Style) ทั้งแบบ เสียงกริ่งเท่านั้น/เสียงกริ่ง&สั่น/สั่นก่อนเสียง/สั่นเท่านั้น, เลือกเสียงเรียกเข้า (Ringingtone Line) สาย1/สาย2, เลือกตั้งระดับเสียงการเตือน (Alert Volume) ได้ สูงสุด 7 ระดับ, เลือกตั้งระดับเสียงปุ่มกด (System Sounds Volume), ตั้งระดับเสียงการเล่น (Playback Volume), ตั้งเตือนข้อความ (Message Alert), เตือนอีเมล (Email Alert), เตือนปฏิทิน (Calendar Alarm), เตือนความจำ (Reminder Alert), เตือนวอยซ์เมล (Voice Mail Alert) สมุดโทรศัพท์ สามารถลงบันทึกรายการเพิ่มเบอร์และเลขหมายโทรศัพท์ในสมุดผู้ติดต่อ ( Create New Contact) ได้ทั้งในตัวเครื่องโทรศัพท์เอง หรือจะเลือกบันทึกลงใน SIM ก็ได้ ตามแต่ที่ผู้ใช้ถนัด การบันทึกลงเครื่องนั้นสามารถเลือกบันทึกแยกลงรายการบันทึกได้โดยการแยกการทำรายการบันทึกไว้ 5 โฟลเดอร์ต่อ 1 รายการด้วยกัน โดยโฟลเดอร์แรกจะเป็นการลงบันทึกพวกรายการชื่อสกุล เบอร์โทรแบบต่างๆ ทั้งมือถือ, บ้านและแฟกซ์เป็นต้น รวมถึงการลงบันทึกอีเมล, IM ID สำหรับชื่อผู้ใช้ข้อความ IM และแบ่งแยกกลุ่มหรือประเภทของรายการที่บันทึกนั้นๆ ส่วนโฟลเดอร์ที่ 2 จะเป็นการบันทึกลงที่อยู่และรหัสไปรษณีย์ โฟลเดอร์ที่ 3 นั้นจะเป็นการบันทึกรูปถ่ายของเจ้าของเบอร์ลงเครื่องเพื่อแสดงขณะสายเข้าหรือโทรออก โฟลเดอร์ที่ 4 จะเป็นการเลือกรูปแบบการเตือนเพลงสายเข้า และเตือนข้อความเฉพาะบุคคล ส่วนโฟลเดอร์สุดท้ายจะเป็นการบันทึกรายละเอียดเพิ่มเติม ส่วนการแสดงการโชว์หมายเลขผู้ติดต่อในสมุดโทรศัพท์นั้นสามารถตั้งการแสดงทั้งในเครื่องโทรศัพท์และใน SIM พร้อมกัน, แสดงใน SIM อย่างเดียว หรือเลือกแสดงเฉพาะที่บันทึกในเครื่องอย่างเดียวก็ได้ การเชื่อมต่อ รองรับ Bluetooth เวอร์ชั่น 1.1 ที่สามารถใช้ทั้งการโอนถ่ายข้อมูล และเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ที่รองรับบลูทูธ อย่างชุดหูฟังเสตอรีโอบลูทูธอย่างพวก Motorola DJ Headphones S805, Stereo Headset HT820 และชุดลำโพงสเอตรีโอบลูทูธแบบพกพารุ่น JBL On Tour ที่มีรองรับโดยเฉพาะ ให้ใช้ได้ทั้งการฟังเพลง และสนทนาแบบไร้สายได้อย่างสบายใจ หรือหากต้องการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตก็สามารถทำได้ด้วย WAP 2.0/xHTML/HTML (Opera8) Browser ผ่าน GPRS Class 10 และ EDGE Class 6 พร้อมกันนี้ยังรองรับการส่งข้อความรูปแบบ SMS, MMS, IM และ Email รวมไปถึงการรองรับแอ็ปพลิเคชั่น Java MIDP 2.0 ได้ดีอีกด้วย กล้องถ่ายรูป ระดับ 1.3 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับไฟแฟลชส่องสว่าง และระบบซูมดิจิตอล 4 เท่า (Digital zoom 4x) โดยใช้ปุ่ม Joy-stick โยกซ้าย-ขวาเพื่อช่วยควบคุมการซูมภาพ กล้องสามารถบันทึกได้ทั้งภาพนิ่งในโหมดกล้องถ่ายรูป (Camera) และวิดีโอเคลื่อนไหวพร้อมเสียง (MPEG4) ในโหมดกล้องวิดีโอ (Video Camera) ส่วนการปรับตั้งหน้ากล้องนั้นมีมาให้ทั้งการตั้งค่าเวลาเรียกดู (Review Times) สำหรับแสดงภาพถ่ายก่อนจัดเก็บที่เลือกปิดการแสดงหรือเลือกแสดง 2/4/6 วินาทีได้ตามต้องการ, ตั้งเสียงชัตเตอร์ (Shutter Tone), ชื่อมาตรฐาน (Default Name), ตำแหน่งบันทึก (Storage Location) สำหรับจัดเก็บภาพลงเครื่องหรือการ์ดความจำ, เลือกบันทึกอัตโนมัติ (Auto-Save), เลือกส่งอัตโนมัติ (Auto-Send), ตั้งค่ารูป (Picture Settings) ทั้งความละเอียด (Resolution) ตั้งแต่ขนาด รูปย่อ120x160/ เล็ก240x320/ กลาง480x640/ ใหญ่1024x1280 และเลือกคุณภาพ (Quality) ของรูปภาพแบบดี/ดีกว่า/ดีที่สุด, เลือกการตั้งค่าวิดีโอ (Video Settimgs) สำหรับการเลือกตั้งความละเอียด (Resolution) ที่ขนาด 128x96/176x144, เลือกคุณภาพ (Quality), เลือกความยาววิดีโอ (Video Length) แบบ MMS สั้น/MMS ยาว/มากที่สุด, เลือกเปิดไฟแฟลชแบบอัตโนมัติ/เปิดตลอด หรือเลือกปิดไม่ใช้งานก็ได้, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ (Auto-Tmer)ตั้งแต่ 5 วินาทีและ 10วินาที, เลือกแบบหลายช็อต (Multi-Shot) ตั้งแต่ 4/6/8 ช็อต นอกจากนี้ยังสามารถใช้ปุ่ม Joy-stick โยกขึ้นลงเพื่อปรับตั้งรูปแบบเอฟเฟกค์ภาพ (Style Colour), เลือกโหมดถ่ายภาพ (Scene) แบบอัตโนมัติ (Automatic) แบบกลางคืน (night) หรือแบบเลือกเอง (Manual) ก็ได้ เครื่องเล่นเพลง จุดขายอยู่ที่เครื่องเล่นนี้ละครับ ซึ่งเครื่องเล่นเพลงใน ROKR E2 นั้นค่อนข้างจะใช้งานได้ง่ยหน่อยโดยสามารถกดเข้าใช้งานได้ทันทีด้วยปุ่มควบคุมเพลงที่ด้านข้างเครื่อง พร้อมกับมีการแยกรายการต่างๆ มาให้เราเลือกตั้งได้ตามใจชอบทั้งรายชื่อเพลงใน Playlists เลือกเล่นเพลงใน recently Played สำหรับรายการเพลงที่เล่นล่าสุด เลือกเป็น Albums, Artists ตามชื่อศิลปิน, Composer สำหรับตั้งรายการตามผู้แต่ง หรือ แบ่งประเภทของเพลงตาม Genre ก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าการเล่นเพลงแบบสุ่ม (Shuffle), เล่นซ้ำ (Repeat), ตั้งค่าเอฟเฟกค์เสียงสเตอรีโอ (Stereo Effect Settings) แบบเปิด-ปิดมิติของเสียง (Spatial Width Control)/Bass Boost เพื่อเพิ่มเสียงหนา/ตั้งระดับ Bass Boost Level, ปรับเลือกอีควอไลเซอร์ (Equalizer) แบบ Bass Boost/Spoken Word สำหรับโทนเสียงบาง/Classical/Country/ Dance/Techno/Hip-Hop/Rap/Latin/Oldies/Pop/R&B/Soul/Reggae/Rock/Small Speaker แบบเสียงลำโพงเล็ก/Treble Boost สำหรับเน้นเสียงแหลม/Vocal Boosts สำหรับเน้นเสียงร้อง/vocal Reducer สำหรับลดเสียงร้อง, นอกจากนี้ยังตั้งการเล่นต่อเนื่องหลังจากรับสายแบบเล่นอัตโนมัติ หรือหยุดไปเลยก็ได้ นอกจากนี้ยังมีระบบซ่อนการเล่นเพลง (Hide) ในขณะเลือกใช้เมนูอื่นอยู่ก็ได้ด้วย โดยไฟล์ฟอร์แม็ตที่รองรับนั้นจะเป็น MP3/AAC/AAC+/WMA ซึ่งนอกจากเครื่องเล่นเพลงแล้วในเครื่องยังมีวิทยุ Digital FM Radio มาให้พร้อมระบบบันทึกสูงสุ 27 สถานีให้คุณได้ใช้ฟังเพลงกันอย่างจุใจไปเลยทีเดียว หน่วยความจำ ภายในตัวมีพื้นที่หน่วยความจำรองรับอยู่ 10 MB เป็นแบบใช้ร่วมกัน (Share Memory) ซึ่งพอสำหรับการจัดเก็บข้อมูลได้เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ก็ยังสามารถเพิ่มการ์ดความจำแบบ SD Card ได้สูงสุดถึง 2 GB ที่ให้คุณสามารถเก็บเพลงได้กว่า 500 เพลงกันเลยทีเดียว ที่สำคัญสามารถถอดเปลี่ยนการ์ดความจำได้โดยไม่ต้องปิดเครื่อง ข้อสังเกต จะว่าไปแล้วต้องยอมรับว่าเจ้า Motorola ROKR E2 เครื่องนี้มีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องเครื่องเล่นเพลงที่มีทั้งระบบการเล่นที่ทันสมัย พร้อมโหมดปรับตั้งมากมาย สามารถเชื่อมต่อแบบไร้สายกับหูฟังบลูทูธสเตอรีโอได้อย่างสบาย ช่วยให้การฟังเพลงผ่านหูฟังเป็นไปได้ง่าย และคล่องตัวโดยไม่ต้องพะวงว่าจะมีสายมาเกะกะพันกันเวลาใช้งาน แต่ที่ดูจะถูกใจผมจริงๆ ก็คือตัวยูเซอร์อินเตอร์เฟซ (UI) ที่ถูกพัฒนาให้ใช้งานได้ง่ายขึ้นมากกว่ารุ่นก่อนๆ มาก การจัดเรียงเมนู หรือภาพไอคอนประกอบนั้นก็มีมิติสวยงามแบบกราฟิกดีมากแถมลูกเล่นสำหรับการตั้งค่า หรือเลือกใช้งานที่เกี่ยวกับเมนูหลักหรือหน้าจอแสดงผลนั้นค่อนข้างจะหวือหวาเอาการ อาจจะเป็นเพราะตัวระบบปฏิบัติการ Linux ที่นำมาใช้งานกับ E2 ตัวนี้ก็ได้ที่ทำให้ตัวเครื่องมีความน่าสนใจมากขึ้นและมีความเสถียรมากว่าเครื่อง Linux Base รุ่นก่อนๆ อยู่มากทีเดียว ส่วนเรื่องที่ดูจะเป็นจุด้อยของเจ้า E2 นั้นก็คงจะเป็นเรื่องของชุดแผงปุ่มกดที่ด้านหน้า และตัวปุ่ม Joy-Stick ที่ใช้ได้ไม่ถนัดมือเท่าใดนักอย่างชุดแผงปุ่มกดนี่เนื่องจากมีขนาดเล็กและจัดเรียงชิดกันมากจึงทำให้บางครั้งอาจกดพลาดได้ง่าย ส่วนตัว Joy-Stick นั้นค่อนข้างลื่นเนื่องจากตัวปุ่มชุบโครเมี่ยม น่าจะมีการเสริมยางกันลื่นบนตัวปุ่มน่าจะดีกว่า แถมที่สำคัญหากใช้ไปนานๆ แล้วสีโครเมี่ยมนี่หลุดลอกแน่นอนครับ นอกจากนี้ตัวเครื่องอาจจะมีอาการทำงานช้าบ้างหากเราเปิดเพลงขณะใช้งานเมนูอื่นๆ ด้วย สรุปผลการทดสอบ อย่างที่บอกก็คือเจ้า Motorola ROKR E2 มีความน่าสนใจอยู่ที่ความสามารถทางด้านมัลดิมีเดีย โดยเฉพาะกับเครื่องเล่นเพลงที่มีระบบ และรูปแบบการเล่นที่ล้ำสมัยมากๆ อีกทั้งรูปทรงและการออกแบบนั้นก็ถือว่าเข้าตากรรมการทีเดียวกับความสวยที่มาพร้อมกับความหรูหราไฮเทคเช่นนี้ ส่วนเรื่องของการใช้งานเครื่องต่างๆ นั้นถือว่าอยู่ในระดับคุ้มค่าทีเดียวกับเมนูที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น และฟังก์ชั่นเครื่องที่หลากหลายเช่นนี้โดยเฉพาะกับมีเดียฟังก์ชั่นที่มีมาให้ครบตามความต้องการของผู้ใช้จริงๆ แถมเรื่องของคุณภาพนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีแฮงค์ไม่มีพังง่ายๆ แน่นอน เอื้อเฟื้อเครื่องทดสอบ : Hill&Knowlton ราคาประมาณ 11,900 บาท* *ราคาเครื่องอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกลไกตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
Advertisement Replay Ad
พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Moto X4 มือถือระดับหมื่นกลางที่ดูหรูและฟีเจอร์ครบเครื่อง

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

สัมผัสแรก Sony Alpha A7R Mark 3 สุดยอดกล้อง Full Frame ตัวใหม่จาก Sony

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

จับของจริง Lenovo Yoga 920 Star Wars Special Edition รุ่นพิเศษ สวยไม่เบา

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว vivo V7 ย่อส่วนจากรุ่นท็อป แต่ฟีเจอร์ยังครบเครื่องพร้อมสแกนใบหน้าได้

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

รีวิว Nokia 3310 (3G) การกลับมาของฟีเจอร์โฟนทรงน่ารัก และเกมงูที่เล่นเพลินๆ

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป  “Artomaton”

เปลี่ยนรูปถ่าย ให้เป็นรูปวาด ด้วยแอป “Artomaton”

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

ไม่มีพื้นฐาน ก็เรียนภาษาจีนในแอปได้ ด้วย “HelloChinese” แอปสอนภาษาจีนแสนสนุก

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

[รีวิว] Samsung Galaxy Note FE (Fan Edition) เรือธงพร้อมปากกา S Pen น้องใหม่

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

รีวิว Google Search “อะไร...ใกล้ฉัน” ทำทุกวันให้เป็นวันง่ายๆ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

สัมผัสแรกของ LG W7T สมาร์ททีวีบางจนเป็นส่วนหนึ่งกับผนังบ้านคุณ

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

รีวิว Sony Extrabass รุ่นปี 2017 ลำโพงพกพาที่สามารถเชื่อมต่อหากัน เพิ่มพลังเสียงอีกขั้น

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

เปรียบเทียบกล้อง Samsung Galaxy Note 8 VS iPhone X จากการใช้งานจริงใครจะดีกว่ากัน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์