แกะกล่อง ลองใช้ Samsung Galaxy Tab ตัวจริง

แกะกล่อง ลองใช้ Samsung Galaxy Tab ตัวจริง

แกะกล่อง ลองใช้ Samsung Galaxy Tab ตัวจริง

MrPlam

สนับสนุนเนื้อหา

กระแส ของ Galaxy Tab ของทาง Samsung ในตอนนี้ต้องยอมรับว่าเป็นกระแสดังไปทั่วโลก เพราะเป็นเครื่องในลักษณะแท็บเบล็ต ที่มีลูกเล่นและการใช้งานครอบคลุมมากกว่าอุปกรณ์ประเภทอื่นๆ และก็คงปฎิเสธไม่ได้ว่า มันคือคู่ปรับตัวสำคัญของ จาก Apple นั่นเอง  ผมเพิ่งได้เครื่อง Samsung Galaxy Tab มาอยู่ในมือเมื่อวานนี้ เลยขอเก็บภาพเปิดกล่องลองใช้งานแบบคร่าวๆมาฝากกันก่อนในรอบแรก เพราะอยากจะบอกเล่าความรู้สึกแรกที่ผมได้เจอะเจอเจ้า Samsung Galaxy Tab  ให้ได้ฟังกัน  ผมได้เครื่องมาช่วงตอนบ่าย หลังจากพนักงานจัดส่งสินค้านำมาส่งให้ถึงมือ หลังจากนั้นก็ ขอดูหน้าตาตัวเป็นๆเจ้าเครื่องนี้กันสักหน่อยดีกว่า เพราะว่ามันคือพระเอกคนดังที่กระแสไม่แพ้ iPad 

พอเปิดกล่อง ฟ๊าบบบบบบบ  เห็นมันนอนอยู่ในกล่องสงบนิ่ง หน้าตาครั้งแรกที่เห็นผมรู้สึกว่ามันเหมือนกับ iPad ย่อส่วนชัดๆ ทรวดทรงอารมณ์ต่างๆ มันก็คือ iPad ขนาดจิ๋วนั่นเอง

 

อุปกรณ์ ในกล่องมีให้มาไม่กี่ชิ้น คือมีตัวเครื่องและสายชาร์จ อุปกณณ์พอๆกับตอนซื้อ iPad มาเลย หน้าตาสายชาร์จ และหม้อแปลงเหมือนกับ iPad มากครับ ตัวเครื่องความรู้สึกแรกที่หยิบมันขึ้นมา รู้สึกความแตกต่างกับ iPad ที่ใช้อยู่ Samsung Galaxy Tab  มันจับถนัดมือมากกว่า น้ำหนักเบากว่า เพราะตัวมันเล็กกว่าพอสมควร ใครที่ใช้ iPad จะทราบดีว่าเวลาใช้งานแบบไม่ใส่เคส จะรู้สึกว่าจับแล้วเสียงเครื่องจะหลุดมือ แต่เจ้า Samsung Galaxy Tab  ไม่เป็นครับ

แผ่นหลังเรียบๆ ไม่สามารถถอดแบตได้เหมือนกับ iPad เลยมีรูกล้องให้มาอยู่ด้านหลัง ความหนาตัวเครื่องพอๆกับ iPad ครับแผ่นหลังขาวเรียบๆ

ตัว เครื่องเมื่ออยู่บนฝ่ามือขนาดใหญ่พอประมาณ เท่าที่ผมลองใช้และลองพกพาดู จริงๆแล้วขนาดมันกำลังพอดีสำหรับการใช้งานพกพามากกว่า iPad หากพูดกันแบบไม่อ้อมค้อม  iPad เป็นเครื่องที่หน้าจอใหญ่ มองชัดจนกว่า เก็บรายละเอียดได้มากกว่า แต่พกพาใส่กระเป๋าไม่ได้ ต้องถือแยกต่างหาก แต่สำหรับ Galaxy Tab นั้น หากจะพกพากันจริงๆ ผมลองเอาใส่กระเป๋ากางเกงดู ก็ใส่พกได้นะครับ เพียงแต่นั่งลำบาก แต่ก็ไม่น่าเกลียดอะไรมากหากจะใช้มันเป็นโทรศัพท์ เจ๋งๆสักเครื่อง ผมลองใช้งานด้านโทรศัพทืดูแล้ว ก็ Work ดี คือคุยผ่านทาง Speaker Phone และคุยผ่านทาง Small Talk 

ตัวเครื่องวัสดุที่ใช้ไม่แพ้ iPad เลยครับ แต่สำหรับเรื่องความชัดเจน และความสบายตาในการมอง ผมยกให้ iPad ชนะไปเลยเพราะจอมันใหญ่กว่าเยอะ

ขนาด ลองเปรียบเทียบกับ เม๊าส์ทั่วไป ตัวระบบปฎิบัติการใน Samsung Galaxy Tab  เป็นแอนดรอยด์ 2.2 มีการปรับแต่งอินเตอรืเฟสให้ใช้งานง่าย แต่โดยส่วนตัวแล้วผมยังชอบระบบปฎิบัติการของตัว iPad มากกว่า แอนดรอยด์ เพราะทำงานได้คล่องตัวมากกว่า อันนี้เป็นความชอบส่วนตัว  การทำงานเท่าที่ผมลองเอามาเปรียบเทียบกับ iPad ผมรู้สึกว่า iPad ยังทำงานได้ลื่นกว่า พอสมควร เช่นโปรแกรมในหลายๆโปรแกรมที่คล้ายๆกันอย่างพวก Ebook และอื่นๆ

ข้อ ได้เปรียบของ Samsung Galaxy Tab  ก็คือมีช่องเสียบ Micro SD ความบางตัวเครื่องพอๆกับ iPad โดยด้านขวาตัวเครื่องจะเป็นปุ่มปรับระดับเสียง / ปุ่มเปิดเครื่อง/ ช่องใส่ Micro SD และช่องใส่ SIM

ปุ่มปรับระดับเสียงด้านข้าง

ด้านล่างตัวเครื่อง ช่อง connector คล้ายกับของ iPad มาก ผมลองเทียบกันดูแล้วใส่กันไม่ได้นะครับ แต่หน้าตาเหมือนกันเลย

รูไมโครโฟนทางด้านซ้าย

ปุ่มควบคุมด้านหน้าตามสไตล์ แอนดรอยด์

เรื่อง ของหน้าจอผมลองนำมาเปรียบเทียบกับหน้าจอ iPad แล้ว ความสวยหน้าจอผมยกให้ iPad ครับ แต่ความสว่างและความชัดเจนของหน้าจอนั้นพอๆกัน การทำงานตัวเครื่องตามความรู้สึกแล้ว iPad จะทำงานได้เร็วกว่าหน่อย แต่มันเป็นข้อมูลจากความรู้สึกการใช้งานของผมเอง ไม่ได้ใช้โปรแกรมทดสอบใดๆ กด้านความบันเทิงนั้น การเล่น VDO และไฟล์ต่างๆ Samsung Galaxy Tab  ทำงานได้ดี ไม่แตกต่างจาก iPad เลย โปรแกรมต่างๆของ Samsung ที่แถมมาให้ในเครื่องมีค่อนข้างมาก ความยืดหยุ่นในการใช้งานมีค่อนข้างสูงเพราะมันเป็นแอนดรอยด์ อย่างน้อยก็เล่นแฟลชได้สบายๆหละครับ

กล้องด้านหลังที่ติดมาให้

นี่ แหละที่ iPad ไม่มี ก็คือเรื่องกล้อง ถามว่าจำเป็นไหม สำหรับผม ขอให้มีดีกว่าจะใช้ไม่ใช้ค่อยว่ากัน แต่ปกติผมเองก็ใช้กล้องจากมือถืออยู่บ่อยๆ

เทียบ ขนาดแล้วพ่อกับลูกเลยครับ สิ่งที่ผมชอบ Samsung Galaxy Tab มากกว่า iPad ก็คือเรื่องของขนาดตัวเครื่องที่ทำมาได้พอดี ไม่ใหญ่และไม่เล็ก แต่สามารถพกพาได้สะดวก หากใครจะบอกว่าอยากสะดวกก็ใช้ PDA Phone สิ ! มันก็จริง แต่ Samsung Galaxy Tab  ผมมองว่ามันก็คือ PDA Phone ที่จอใหญ่เก็บรายละเอียดต่างได้ดี ดูได้สบายตา แต่ขนาดสามารถพกพาได้  ส่วน iPad เหมาะกับเอาไว้ในบ้าน หรือใน ออฟฟิศ หากจะพกพาไปข่้างนอกก็คงจะเหมือนกับการพก Notebook ขนาดจิ๋ว สะดวกแต่ก็ยังไม่สบาย

หน้าตาหม้อแปลงที่มาแนวเดียวกัน

เทียบให้ดูครับ

คล้ายกันแต่ไม่เหมือนทีเดียว

ตัวอักษรในโปรแกรม Ebook ของเครื่องทั้งสอง ดูได้สบายตาพอกัน เพราะขาดตัว Font มันพอๆกัน แต่การทำงานของ iPad เร็วกว่าชัดเจน

แผ่นหลังโค้งๆเหมือนกันเลย



ทั้ง หมดนี้ก็เป็นการใช้งานคร่าวๆกับความรู้สึกแรกที่ผมได้ลองใช้งานมัน ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ขอไปทดสอบแบบเต็มๆก่อนแล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งครับ สำหรับความรู้สึกผมตอนนี้ ระหว่าง Samsung Galaxy Tab กับ iPad ผมชอบอะไรมากกว่ากัน

ผมชอบ Samsung Galaxy Tab  ตรงเรื่องของขนาด / มีโปรแกรมโทรศัพท์ และกล้อง
ผมชอบ iPad ที่ความชัดเจนในการมอง และการทำงานที่รวดเร็ว

Advertisement Replay Ad
รีวิวแอป “Scanner & Translator” แค่ถ่ายรูป ก็แปลภาษาได้แล้ว

รีวิวแอป “Scanner & Translator” แค่ถ่ายรูป ก็แปลภาษาได้แล้ว

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

รีวิว Samsung Gear icon X (2018) หูฟังไร้สายตัวแรกของ Samsung ที่ฟิตพอดีกับการออกกำลังกาย

สัมผัสแรก imi vin 5 สมาร์ทโฟนที่มีหน้าตาดีกับราคาโดนใจ

สัมผัสแรก imi vin 5 สมาร์ทโฟนที่มีหน้าตาดีกับราคาโดนใจ

[เก็บตก] CES 2018 : พรีวิว Sony Xperia XA2 และ XA2 Ultra มือถือใหม่จาก Sony ที่เปลี่ยนเยอะที่สุด

[เก็บตก] CES 2018 : พรีวิว Sony Xperia XA2 และ XA2 Ultra มือถือใหม่จาก Sony ที่เปลี่ยนเยอะที่สุด

CES 2018 : พรีวิว Dell XPS ใหม่ล่าสุด ส่งตรงจาก ลาสเวกัส สวยขึ้น แรงขึ้น และมาไทยแน่นอน

CES 2018 : พรีวิว Dell XPS ใหม่ล่าสุด ส่งตรงจาก ลาสเวกัส สวยขึ้น แรงขึ้น และมาไทยแน่นอน

รีวิว OPPO F5 Youth มือถือรุ่นคุ้ม ที่เหมาะกับคนต้องการความพอดี

รีวิว OPPO F5 Youth มือถือรุ่นคุ้ม ที่เหมาะกับคนต้องการความพอดี

สร้างสติกเกอร์อวตารตัวเองด้วยแอป Mirror Emoji Keyboard แค่แชะ ก็มีสติกเกอร์ได้

สร้างสติกเกอร์อวตารตัวเองด้วยแอป Mirror Emoji Keyboard แค่แชะ ก็มีสติกเกอร์ได้

รีวิว OPPO F5 มือถือสเปคคุ้มพร้อมกล้องหน้าที่แต่งหน้าโดย ปัญญาประดิษฐ์

รีวิว OPPO F5 มือถือสเปคคุ้มพร้อมกล้องหน้าที่แต่งหน้าโดย ปัญญาประดิษฐ์

สัมผัสแรกกับ Epson Moverio แว่นสุดฉลาดที่รองรับการมองเห็นทั้ง AR และ VR

สัมผัสแรกกับ Epson Moverio แว่นสุดฉลาดที่รองรับการมองเห็นทั้ง AR และ VR

รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

มาคุมโทน Instagram ของคุณ ให้สวยและเป็นระเบียบด้วยแอป “UNUM” กันเถอะ

มาคุมโทน Instagram ของคุณ ให้สวยและเป็นระเบียบด้วยแอป “UNUM” กันเถอะ

รีวิว Mio MiVue698 กล้องติดหน้ารถครบเครื่องฟีเจอร์และใส่ความจำได้เยอะ

รีวิว Mio MiVue698 กล้องติดหน้ารถครบเครื่องฟีเจอร์และใส่ความจำได้เยอะ

รีวิว Sony Xperia XA1 Plus เพิ่มความพลัสให้กับมือถือรุ่นคุ้มของ Sony

รีวิว Sony Xperia XA1 Plus เพิ่มความพลัสให้กับมือถือรุ่นคุ้มของ Sony

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

พาสัมผัสอุปกรณ์ชาร์จไฟไร้สายรุ่นใหม่จาก Belkin รองรับกับ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เรือธงปัญญาประดิษฐ์

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

รีวิว Nubia Z17s มือถือไร้กรอบใส่ความจำเยอะ แต่มาในราคาถูกกว่าที่คิด

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

กลับมาอีกครั้ง PowerDirector โปรแกรมตัดต่อวิดีโอของแท้ แจกฟรีอีกแล้ว

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

เปรียบเทียบกล้อง Huawei Mate 10 Pro VS Galaxy Note 8 เรือธงสุดพีคในยุคนี้

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

สัมผัสแรก Nokia 2 สมาร์ทโฟนรุ่นถูกสุดของโนเกีย แต่แบตฯ อึดสุด

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

รีวิว New Surface Pro 2017 พกพาสะดวก ทำงานสบาย สายวาดรูปฟินสุดๆ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์